ตอนที่ 1
ตอนที่ 1 การกลับมาของอาชูร่า
September 30, 2026
ณ เรือนจำแดงแห่งทิศเหนือซึ่งตั้งอยู่ในทะเลทรายแซงกวิน ลมและทรายหมุนวนอยู่ในอากาศดูเหมือนมีเจตจำนงจะทับถมเรือนจำให้จมอยู่ข้างใต้
เรือนจำนั้นกักขังฆาตกรซาดิสม์ผู้โหดเหี้ยมที่สุดในโลกรวมไปถึงฆาตกรต่อเนื่องที่อยู่ในรายการผู้ลี้ภัยซึ่งเป็นที่ต้องการตัวที่สุดในโลก
นั่นยังไม่รวมเจ้ามือเชือดในคืนฝนพรำผู้สังหารหมู่ทั้งครอบครัวที่มีมากกว่าสิบสองคนและเหล่าแฮ็คเกอร์มือหนึ่งที่เจาะเข้าแซงค์ทัมได้ต่างก็ถูกจองจำอยู่ที่นั่นด้วย
ยิ่งไปกว่านั้นเรือนจำยังคุมขังนักฆ่าชั้นนำของโลกที่ล้มเหลวในการลอบสังหารผู้นำประเทศหนึ่งแต่กำจัดกองกำลังพิเศษไปมากกว่าสิบสองนายก่อนจะหลบหนีไป
อาชญากรแต่ละรายที่ถูกจองจำอยู่ที่นั่นต่างมีเลือดของสิบสองชีวิตเป็นอย่างน้อยแปดเปื้อนมือของพวกเขา
ดังนั้นมือและขาของคนพวกนั้นจึงถูกพันธนาการไว้ด้วยโซ่ตรวนเหล็กหนักๆ
หน้าห้องขังของพวกเขามีผู้คุมติดอาวุธครบมือคอยระแวดระวังตลอดทั้งวันทั้งคืน
การรักษาความปลอดภัยแน่นหนาจนแม้แต่แมลงวันสักตัวยังหลบหนีไปไม่ได้
แต่ก็มีข้อยกเว้น
ชายผู้ดูเหมือนจะไม่เคยฆ่าใครและไม่ได้มีรังสีการฆ่าฟันเลยแม้แต่น้อยนิด
อันที่จริงราวกับว่าเขาถูกกักขังไว้ที่นั่นด้วยความผิดพลาด
ไม่มีโซ่ตรวนล่ามมือหรือเท้าของเขาและเขาก็ไม่ได้สวมแม้แต่ชุดเครื่องแบบนักโทษด้วยซ้ำ
อย่าว่าแต่ทำไมเขาจึงถูกขังอยู่ในเรือนจำเลย แม้แต่ชื่อของเขาไม่มีใครรู้
ทั้งหมดที่พวกเขารู้คือเขามายังเรือนจำแดงแห่งทิศเหนือตามลำพังเมื่อหนึ่งปีก่อนโดยไม่มีผู้คุมคนไหนร่วมทางมาด้วย
และที่น่าแปลกใจคือในสายตาของเหล่าผู้คุมเรือนจำในยามที่มองเขากลับมีวี่แววของความเคารพอยู่ลางๆ
ปัง ปัง ปัง
ผู้คุมเรือนจำนายหนึ่งถือถาดอยู่ในมือเคาะที่ประตูห้องขังของชายคนนั้น “คุณโกลด์สทีนผมมาส่งอาหารให้คุณครับ”
“โอเควางไว้นั่นแหละ”
ชายคนนั้นไม่แม้แต่จะสนใจเงยหน้ามองขณะที่เขาเล่นปืนพกเหยี่ยวทะเลทรายในมือของเขา
ในเวลาไม่ถึงนาทีเขาถอดชิ้นส่วนของเหยี่ยวทะเลทรายและประกอบมันกลับเหมือนเดิมได้อย่างสมบูรณ์แบบ
มือของเขานั้นว่องไวเสียจนแม้แต่บุคลากรของกองทัพก็ยากที่จะเอาชนะเขาได้
“นี่คือวันสุดท้ายที่คุณจะอยู่ในเรือนจำแดงแห่งทิศเหนือแห่งนี้แล้วนะครับคุณโกลด์สทีน”
ผู้คุมเรือนจำวางถาดลงแต่เขาไม่ยอมจากไป
“หนึ่งปีแล้วเหรอ”
ในที่สุดชายคนนั้นก็เงยหน้าขึ้นและเผยให้เห็นโฉมหน้าของเขา
ปรากฏว่าเขายังหนุ่มมากอายุเพียงยี่สิบเศษๆ เท่านั้น
ผิวของเขาไม่ขาวแต่คล้ำแดดพอสมควร
สิ่งเดียวที่น่าเกรงขามเกี่ยวกับเขาคือดวงตาของเขา มันเฉียบคมเหมือนดาบ เยือกเย็นและปราศจากอารมณ์ความรู้สึกใดๆ
ผู้คุมเรือนจำพยักหน้านิดๆ “ครับ ท่านพัศดีกำลังเดินทางกลับจากต่างประเทศและจะลงเครื่องภายในหนึ่งชั่วโมง”
“เขาจะมาทำไม”
ชายคนนั้นเลิกคิ้วเล็กน้อย
“เพื่อมาส่งคุณเป็นพิเศษน่ะสิครับ”
พัศดีเรือนจำแดงแห่งทิศเหนือปกครองสถานที่นี้มานานหลายทศวรรษแต่เขาไม่เคยส่งใครออกไป
ที่เรือนจำแดงแห่งทิศเหนือ เขาเหมือนกับเทพเจ้าที่มีชีวิตและมีอำนาจสูงสุด
ไม่มีใครกล้าโต้แย้งเขาอย่าว่าแต่จะต่อต้านเขาเลย
แต่ตอนนี้เขากำลังรีบรุดกลับจากต่างประเทศเพื่อมาส่งชายคนนี้ออกไป
ชายหนุ่มยิ้มหยัน สายตาของเขาเชือดเฉือน “ฮ่า มาส่งฉันเหรอ ตีนแน่ะ ฉันคิดว่ามันแค่อยากมาเห็นฉันออกไปด้วยตาตัวเองมากกว่า ตราบเท่าที่ฉันยังอยู่ที่เรือนจำแดงแห่งทิศเหนือ ใจมันจะไม่มีวันสงบสุข บอกมันว่าไม่จำเป็นต้องมาส่งฉันหรอกถ้าใช้เวลามากกว่าครึ่งชั่วโมง ให้มันไสหัวกลับรูที่มันจากมาได้เลย”
หลังจากพูดอย่างนั้นแล้วเขาก็โบกมือไล่และไม่ใส่ใจผู้คุมเรือนจำคนนั้นอีกเลย
“เข้าใจแล้วครับคุณโกลด์สทีน”
ผู้คุมเรือนจำก้มหน้าแล้วจากไป
จากนั้นไม่นานในที่สุดชายคนนั้นก็วางเหยี่ยวทะเลทรายในมือของเขาลง สายตาเขาเปลี่ยนเป็นเลื่อนลอยเล็กน้อย “เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ พริบตาเดียวก็ผ่านไปหนึ่งปี ดูเหมือนจะได้เวลาที่ฉันจะออกจากนรกแห่งนี้ได้เสียที”
ครึ่งชั่วโมงถัดมาชายวัยกลางคนในชุดทหารเดินอาดๆ เข้ามาในเรือนจำตรงตามเวลาเป๊ะ
ทันทีที่เขาก้าวเข้ามาในเรือนจำสถานที่อึกทึกครึกโครมก็กลายเป็นเงียบกริบทันที
ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกต่อไป
เหล่าผู้ต้องขังที่มักจะป่าเถื่อนและดุร้าย ต่างทำตัวราวกับเห็นอะไรบางอย่างที่น่าขวัญหนีดีฝ่อเมื่อเห็นภาพของเขา