ตอนที่ 240
บทที่ 240 ประสบการณ์สิบปี
October 21, 2026
“อย่างนั้นหลายปีมานี้เธอไปอยู่ที่ไหน ตอนนี้ยังจำพี่ได้หรือเปล่าว่าพี่เป็นใคร” เมื่อได้นยินว่าพชิราสูญเสียความจำ ชัชวาลก็รีบจับพชิราหันมา มองเธอแล้วถามขึ้น กลัวว่าเธอจะลืมตัวเองที่เป็นพี่ชายคนนี้
“พี่” พชิราที่จะยิ้มก็ไม่ใช่จะร้องไห้ก็ไม่เชิง “ถ้าหากว่าจำไม่ได้แล้ว ฉันจะกลับมาหาพวกพี่ได้อย่างไร”
ไม่ได้ตระหนักว่าตัวเองได้ถามคำถามที่โง่เขลามาก เมื่อได้ยินพชิราบอกว่ายังจำตัวเองได้ ชัชวาลสูดลมหายใจด้วยความโล่งอก “แล้วหลังจากนั้นล่ะ เธอไปที่ไหนอีก”
“ตอนนั้นที่ออกจากโรงพยาบาล ฉันเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะไปไหนดี บนตัวไม่มีเงินสักบาท จึงได้หาโรงแรมเพื่อสมัครเป็นพนักงานเสิร์ฟ พวกเขาเห็นว่าคุณสมบัติของฉันใช้ได้ จึงได้ให้ฉันทดลองงานก่อน”
“มีอยู่ครั้งหนึ่งตอนที่เสิร์ฟอาหาร ฉันไม่ทันระวังทำน้ำซุปที่ร้อนหกไปราดโดนตัวของลูกค้าท่านหนึ่ง ลูกค้าคนนั้นเห็นฉันค่อนข้าง……” พชิราหยุดชะงักครู่หนึ่ง ไม่ได้กล่าวต่อ แต่ทุกคนล้วนเข้าใจว่าหมายถึงอะไร ชัชวาลสีหน้าก็ยิ่งเย็นชา
“จากนั้นเขาก็ลงไม้ลงมือกับฉัน ภายใต้ความโกรธ ฉันจึงหยิบน้ำบนโต๊ะสาดไปที่ตัวของเขา เขาเห็นท่าทางของฉันที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง จึงหยุดความคิดที่จะตีฉัน แต่ทว่ากลับไม่ยอมปล่อยฉัน ต้องการให้โรงแรมไล่ฉันออก
สองสามีภรรยาคู่หนึ่งที่กำลังรับประทานอาหารอยู่ที่โรงแรมเห็นภาพนี้ จึงได้ลุกขึ้นมาช่วยฉันพูด แต่สุดท้ายฉันก็ถูกโรงแรมไล่ออก สองสามีภรรยาคู่นั้นไม่พอใจอย่างมากกับการกระทำของโรงแรม แต่ว่าก็ทำอะไรไม่ได้ จึงได้พูดสองสามประโยคเพื่อปลอบโยนฉัน
ระหว่างการสนทนา พวกเขาได้รู้เกี่ยวกับสถานการณ์ของฉัน และรู้สึกสงสารเวทนา พวกเขาบอกว่าลูกสาวคนเดียวของพวกเขาเพิ่งจากไปด้วยอุบัติเหตุอย่างกะทันหัน ในเมื่อฉันจำครอบครัวไม่ได้และอยู่คนเดียวไร้ที่พึ่ง พวกเขาจึงอยากรับฉันเป็นลูกบุญธรรม และต่อไปก็ใช้ชีวิตอยู่กับพวกเขา
ตอนนั้น ฉันก็ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี จึงตอบตกลงกับพวกเขา และต่อมาก็ได้ย้ายไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกาพร้อมกับพวกเขา หลายปีมานี้ฉันอยู่ที่นั่นนมาโดยตลอด”
เมื่อได้ยินในสิ่งที่พชิราประสบพบเจอ ชัชวาลก็รู้สึกเจ็บหัวใจเล็กน้อย เธอเดิมทีเป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลนิธิธราสกุล อยู่ข้าง ๆ ตัวเองมีชีวิตที่ถูกรักและตามใจ “ เพชร หลายปีมานี้เธอต้องลำบากแน่เลย”
พชิรายิ้มให้กับชัชวาล “หลายปีมานี้ พ่อแม่บุญธรรมให้ความรู้สึกฉันเหมือนกับความรู้สึกที่ให้ต่อลูกสาวของพวกเขา พวกเขาปฏิบัติกับฉันอย่างดี พี่ไม่ต้องเป็นห่วง”
ปลอบใจชัชวาลหนึ่งประโยคแล้ว พชิราก็กล่าวต่อ “หลายเดือนก่อน ตอนที่ฉันกับเพื่อน ๆ สองสามคนไปท่องเที่ยวกันนั้น ไม่ทันระวังจึงล้มศีรษะไปฟาดกับก้อนหิน และหมดสติลงในที่เกิดเหตุทันที”
“เมื่อฟื้นตื่นขึ้นมา ฉันก็พบว่าความทรงจำในอดีตเริ่มกลับมา และตอนนี้ถึงได้รู้ว่าที่จริงแล้วตัวเองนั้นเป็นใคร จากนั้นจึงรีบกลับมาจากสหรัฐอเมริกาเพื่อมาหาพวกคุณ”
“แต่……” มองไปยังธนพัตแวบหนึ่ง พชิราก็หรี่ม่านตาลงอีกครั้ง น้ำเสียงเศร้า “ฉันเพียงแต่คิดไม่ถึงว่า……”
ถึงแม้ว่าพชิราจะยังพูดไม่จบ แต่มีใครบ้างที่จะฟังไม่ออกถึงคำพูดที่ไม่ได้พูดออกมา เพียงแต่คิดไม่ถึงว่า ธนพัตแต่งงานแล้ว
เห็นแววตาที่เศร้าโศก จนปัญญา และตำหนิติโทษของพชิราที่มองมาทางตัวเอง ในใจของธนพัตเกิดความจุกเล็กน้อย
เงียบอยู่ครู่หนึ่ง ธนพัตจึงกล่าวกับพชิราว่า “คุณไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว” แต่ว่าแววตานั้นเฉยเมย ราวกับเป็นการปฏิบัติต่อเพื่อนที่ไม่ได้เจอมาหลายปี ไม่ใช่เป็นอดีตคนที่ตัวเองเคยรัก
เห็นธนพัตพูดเพียงประโยคนี้ ไม่ได้มีความเป็นห่วงเป็นใยตัวเองมากนัก พชิราเกิดความเจ็บปวดขึ้นในใจ หรือว่าเขาจะเป็นเหมือนกับข่าวลือข้างนอก ที่บอกว่าได้ลืมตัวเองไปแล้ว และก็รักสาริศาแทน
บังคับฝืนตัวเองและข่มความรู้สึกภายในเอาไว้ พชิราลุกขึ้นแล้วเดินไปทางสาริศา จากนั้นนั่งลงโซฟาข้าง ๆ เธอ
พชิรายิ้มให้กับสาริศาอย่างรู้สึกผิด “ริศา ฉันไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังตัวตนของฉัน ได้ยินว่าตอนที่ธนพัตแต่งงานนั้น ฉันมีความสงสัยในตัวภรรยาของเขาอย่างมาก ดังนั้นบก.ของพวกเธอบอกว่าต้องการสัมภาษณ์ฉัน ฉันถึงได้เจาะจงเลือกเธอให้มาสัมภาษณ์ฉัน”