ตอนที่ 152
บทที่ 152 สิบตำลึง
October 21, 2026
บรรยากาศในลานบ้านราวกับถูหยุดเอาไว้ ชั่วขณะหนึ่งไม่มีใครกล้าปริปากพูด
เหล่าชายฉกรรจ์ที่เฉินหัวพามาหาเรื่องต่างไปหลบอยู่ตรงประตู ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเสียงดัง
แต่ละคนอยากจะวิ่งหนีไปเสียเดี๋ยวนี้เลย ยิ่งไปไกลจากลานบ้านตรงนี้เท่าไรก็ยิ่งดี
แต่สิ่งที่พวกเขากลัวยิ่งกว่าก็คือ หากขยับก็จะดึงดูดความสนใจของเสือ ถึงตอนนั้นถ้าเสือกระโจนเข้ามา มันก็จะกัดและกินพวกเขาเหมือนกับชายฉกรรจ์โดนตบจนหมดสติเมื่อสักครู่
ในบรรยากาศที่แปลกประหลาดเช่นนี้ มีบางคนที่ทนรับไม่ไหวถึงขนาดที่ฉี่รดใส่กางเกง
ทันใดนั้นกลิ่นฉี่ก็ลอยคลุ้งไปทั่วลานบ้าน
เสี่ยวหวงส่ายหัวไปมาอย่างหงุดหงิด ราวกับว่ามันไม่พอใจที่ได้กลิ่นเหม็นของฉี่
ถูซินเยว่เองก็ขมวดคิ้ว
ก่อนหน้านี้เธอได้แขวนถุงหอมที่ทำจากสมุนไพรไว้ที่ลานบ้านหลายถุง เพื่อใช้ไล่กลิ่นคาวในลานบ้านหลังจากที่จับปลา ดังนั้นลานบ้านของพวกเขาจึงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของสมุนไพรตลอด ซึ่งให้ความรู้สึกที่สดชื่นมาก
ทว่าตอนนี้กลับคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหม็นของฉี่
ซึ่งชวนให้น่าสะอิดสะเอียนใจเป็อย่างมาก
ถูซินเยว่ใช้มือลูบเบาๆ ไปที่หัวของเสี่ยวหวงเป็นการปลอบใจ สายตากว้านมองไปยังชายฉกรรจ์ที่เมื่อสักครู่จะมาสู้กับเธอ และสุดท้ายไปตกอยู่ที่ใบหน้าของเฉินหัว เลิกคิ้วและพูดว่า "เป็นอะไรไป อยากทุบบ้านข้าทิ้งไม่ใช่หรือ? ทำไมไม่มาทุบล่ะ? เจ้าพาคนมาตั้งสิบกว่าคนมิใช่หรือ? เข้ามาสิ!"
สายตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความเหยีดหยาม
แม้ว่าเฉินหัวจะโมโหแทบตาย ทว่าในใจกลับหวาดกลัว เพราะต่อให้นางพาคนมายี่สิบสามสิบคนเกรงว่าก็คงสู้เสือตัวนั้นไม่ได้
นางกลัวว่าถูซินเยว่จะออกคำสั่งเสือตัวนั้นมากัดคน และตนเองต้องเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่
เฉินหัวลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็กัดฟันพูดอย่างเย็นชาว่า "ครั้งนี้ ถะ..ถือว่าเจ้าโชคดี แต่ครั้งหน้าไม่จบง่ายๆ เช่นนี้แน่นอน!"
พูดจบ เฉินหัวก็ไปหลบอยู่ข้างหลังเปลขอหลางฮุย แล้วออกคำสั่งกับพวกเขาว่า "พวกเราไปกัน"
สถานการณ์ตอนนี้ทำให้พวกเขาเสียเปรียบ ทางที่ดีหนีไปก่อนจะดีกว่า
เฉินหัวอยากไป แต่ถูซินเยว่กลับไม่ยอมให้อีกฝ่ายได้หนีไปง่ายๆ
"ช้าก่อน!" น้ำเสียงหญิงสาวแฝงความเอื่อยเฉื่อยดังขึ้นมาจากลานบ้าน
เมื่อสิ้นประโยค เสี่ยวหวงก็ราวกับรับรู้อะไรบางอย่างได้ อยู่ๆ มันก็กระโดดออกไป ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของทุกคนมันได้กระโดดออกไปอยู่ตรงประตู และขวางปิดทางเข้าออกเรียบร้อย
"โฮกกกก!" เสี่ยวหวงแหงนหน้าคำราม ปากกว้างและเขี้ยวยาวทั้งสองนั้น กับสีหน้าที่ดุร้ายของมันทำให้เถียนชุ่ยฮวาตกใจจนร้องเสียงหลง เฉินหัวเองก็จับผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในแขนเสื้อไว้แน่น ส่วนหลางฮุยที่นอนอยู่บนเปลนั้นอยู่ใกล้กับเสือร้ายมากที่สุด ซึ่งเขาตกใจจนตัวสั่นเทา จนอยากจะหมดสติไปเสียเดี๋ยวนั้นเลย
"เจ้า...เจ้าจะทำอะไร?" ครู่หนึ่ง เฉินหัวถึงฝืนพูดออกมาได้ประโยคหนึ่ง และถามด้วยเสียงสั่นเครือ
"ข้าจะทำอะไรน่ะหรือ?" ถูซินเยว่เลิกคิ้วขึ้นเบาๆ ซึ่งสีหน้าท่าทางหยิ่งยโสที่สุด ภายใต้สายตาจ้องเขม็งของเฉินหัว หญิงสาวได้ชูนิ้วหนึ่งขึ้นมา แล้วชี้ไปที่ประตูที่ล้มอยู่บนพื้น พูดว่า "เจ้าชนประตูบ้านข้าพัง ตอนนี้บอกจะไปก็ไปงั้นหรือ? มันจะมีเรื่องดีๆ แบบนั้นได้อย่างไร?"
เฉินหัวมองไปที่ประตูผุพังบนพืื้น กัดฟันแล้วถามว่า "แล้วเจ้าจะเอายังไง?"
"ข้าขอคิดก่อนนะ" หญิงสาวใช้มือเท้าคางและทำท่าทางครุ่นคิด
อย่างไรเสียเสี่ยวหวงก็ขวางอยู่ตรงประตู คนพวกนี้ก็หนีไม่ได้อยู่แล้ว ดังนั้นมีเวลาให้ตนเองค่อยๆ คิด
ถูซินเยว่หันไปมองชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆ แล้วถามว่า "ที่รัก ประตูบานนี้ของเราราคาเท่าไรหรือ?"