ตอนที่ 49
บทที่ 49 กลับตาลปัตร
October 21, 2026
พวกเขาทั้งหมดเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน นางหยูร้องไห้น้ำมูกน้ำลายไหล แม้ว่าทุกคนจะกลัวหลางฮุย แต่เมื่อมาถึงจุดนี้แล้วก็ไม่มีใครปฏิเสธ
หยวนเป่าช่วยพยุงนางหยูลุกขึ้น แล้วประคองภรรยาของตัวเอง พูดขึ้นว่า ให้ภรรยาของข้านำทาง พวกเราไปดูด้วยกัน"
คนที่อยู่ด้านหลังก็รีบตามไปด้วย บางคนต้องการไปช่วยจริง ๆ แต่บางคนแค่อยากไปดูด้วยความตื่นเต้น
เมื่อเห็นว่ามีคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินไปที่คันนา ซูเฟิ่งอี๋ที่แอบอยู่หลังบ้านก็โผล่หัวออกมาอย่างเงียบ ๆ ใบหน้าของนางก็เปล่งประกายระยิบระยับด้วยความตื่นเต้นดีอกดีใจ
นางรีบหันกลับมาอย่างเร็ว และดึงแม่เฒ่าตระกูลซูที่เตรียมตัวกำลังจะนอนให้ออกมา
“ดึกขนาดนี้แล้ว ทำไมถึงยังมีเสียงดังเอะอะอยู่อีกล เกิดอะไรขึ้น” ถูกซูเฟิ่งอี๋ลากแม่เฒ่าให้เดิมตามหลังทุกคนไป แม่เฒ่าตระกูลซูก็ขมวดคิ้วและถามขึ้นอย่างสงสัย
ซูเฟิ่งอี๋ยิ้มกว้างและพูดว่า "ท่านแม่ ท่านยังไม่รู้ล่ะสิ ได้ยินมาว่าถูซินเยว่วออกไปเจอเข้ากับหลางฮุยกลางดึก และถูกข่มขืนบนคันนานู่น"
"อะไรนะ?" เมื่อแม่เฒ่าตระกูลซูได้ยินสิ่งนี้ ดวงตาของนางก็เบิกกว้างขึ้นทันที หลังจากนั้นครู่หนึ่งนางก็พูดขึ้นอย่างโมโหว่า "ขายหน้า ขายหน้า ขายหน้าเกินไปแล้ว เรื่องอับอายขายหน้าเช่นนี้เกิดขึ้นกับตระกูลซูของพวกเราได้อย่างไร เพิ่งจะแต่งงานได้ไม่นานก็ถูกคนหยามเกียรติเช่นนี้ ต่อไปออกไปข้างนอกคงถูกหัวเราะเยาะ"
ความคิดแรกของแม่เฒ่าตระกูลซูคือตระกูลซูคงต้องอับอายขายหน้าเพราะเรื่องนี้ ไม่ได้เป็นห่วงถูซินเยว่แต่อย่างใด
ในใจของซูเฟิ่งอี๋เต็มไปด้วยความปิติยินดี อับอายขายหน้าจะเป็นไรไป? เมื่อนึกถึงครั้งก่อนที่ถูซินเยว่กล้าทำเช่นนั้นกับตน นางก็หวังว่าอีกฝ่ายจะถูกข่มขืน ภรรยาที่มีมลทินเช่นนี้ ดูซิว่าถึงเวลาซูจื่อหังจะยังยอมรับนางอยู่ไหม
สิ่งต่าง ๆ เปลี่ยนไป เมื่อก่อนมีแต่ถูซินเยว่รังแกนาง นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะมีวันนี้เช่นกัน
“แต่ก็นึกไม่ถึงว่า ซินเยว่สภาพนั้น ยังมีคนอยากข่มขืนนางด้วย...." ซูเฟิ่งอี๋หัวเราะเยาะ จากนั้นลูบแขนที่ขนลุกซู่พูดว่า “ไม่รู้จริง ๆ ว่าฝ่ายนั้นมองเห็นอะไรในตัวถูซินเยว่ ท่านแม่ ท่านดูซินเยว่สิ หญิงอ้วนอัปลักษณ์ที่มีแต่ฝีหนองเต็มหน้าแบบนั้น ไม่แน่ว่านางอาจจะสมยอมก็เป็นได้"
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้หลุดออกไป ใบหน้าของหญิงชราแห่งตระกูลซูก็สั่นสะท้านทันที นางกัดฟันพูดขึ้นว่า "ถ้านางทำสิ่งที่ไร้ยางอายแบบนั้นขึ้นมาจริง ๆ ตระกูลซูจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ข้าจะไม่มีทางปล่อยนางไปเด็ดขาด ต้องแจ้งให้หัวหน้าหมู่บ้านทราบ แล้วขังนางไว้กับหมูในคอก"
แม่เฒ่าตระกูลซูให้ความสำคัญกับชื่อเสียงของตระกูลซูมากกว่าสิ่งอื่นใด ขณะที่พูดสิ่งนี้ เจตนาฆ่าก็ฉายแววชัดในดวงตาของนาง แม้แต่ซูเฟิ่งอี๋ที่อยู่ข้าง ๆ ก็ตกใจ
อย่างไรก็ตาม ไม่นานนางก็สงบลง
ใครใช้ให้นางชั่วร้ายแบบนั้น ต่อให้ถูกขังอยู่ในคอกหมูก็สมควร
“ท่านแม่ อยากรู้ว่านางจงใจให้ท่าหรือเปล่า เดี๋ยวไปถึงก็จะรู้เอง หากว่าหน้าของนางกำลังฉายแววพึงพอใจอยู่ล่ะก็ คงเป็นนางที่ให้ท่าเองแน่ ๆ "
ซูเฟิ่งอี๋ประคองแม่เฒ่าตระกูลซู ฝีเท้าก้าวเร็วขึ้นเรื่อย ๆ อยากจะบินไปดูให้รู้แล้วรู้รอดว่าถูซินเยว่ตอนนี้เป็นเช่นไรกันแน่
ต่างจากซูเฟิ่งอี๋ที่เต็มไปด้วยความคิดแย่ ๆ นางหยูที่เดินอยู่ข้างหน้าเป็นห่วงถูซินเยว่มากจริง ๆ
เดิน ๆ อยู่ ในใจก็เต็มไปด้วยความเสียใจและโทษตนเอง เป็นความผิดของนางทั้งหมดที่นางไม่สามารถทำงานด้วยมือที่ไร้ประโยชน์ได้ หากมือตนยังดีอยู่ก็สามารถออกไปเก็บผักป่ากับซินเยว่ได้ เด็กคนนี้ซื่อสัตย์และจิตใจดี อีกทั้งยังดีกับจื่อหังมาก หากซินเยว่เป็นอะไรไปขึ้นมาจริง ๆ อย่าว่าแต่ซูจื่อหังจะไม่ให้อภัยนางเลย แม้แต่ตัวนางเองก็คงไม่ให้อภัยตัวเองเช่นกัน
เมื่อนึกได้ถึงตรงนี้ ดวงตาของนางหยูก็แดงก่ำ น้ำตากำลังจะไหลออกมา
ภรรยาของหยวนเป่าที่เดินอยู่ข้าง ๆ นางหยูอดไม่ได้ที่จะพูดว่า "พี่สะใภ้หยุดร้องไห้ได้แล้ว ตอนนี้ร้องไห้ไปก็ไม่มีประโยชน์ ตามหาซินเยว่ให้เจอก่อนสำคัญกว่า"