ตอนที่ 663
บทที่ 663 ชาลี พี่มาร่วมด้วยทำไม
October 28, 2026
“เขาปากแข็งมาก ตายก็ไม่ยอมที่จะพูดออกมา ตอนที่ทนการทรมานไม่ได้ เขาเกือบจะกัดลิ้นของตัวเองตาย โชคดีที่เอกเห็นก่อน” เวธัสส่ายหน้า
แสงแห่งความคาดหวังในดวงตาของณิชาค่อยๆ จางลง "พูดเช่นนี้ พวกเราอ้อมเป็นวงกลมใหญ่ ก็ยังไม่ได้ข้อมูลอะไรน่ะสิ”
“ใครบอกว่าไม่ได้อะไรล่ะ” เวธัสเลิกคิ้วอย่างมีนัย“เขาไม่ยอมเปิดปาก แต่ว่าหลักฐานไม่มีทางจะโกหกได้ รหัสโทรศัพท์ของเขาจะถูกปลดล็อกได้ในอีกไม่ช้า ผมเชื่อว่าในนั้นจะต้องมีความลับซ่อนไว้อย่างแน่นอน”
โดยทั่วไปแล้ว ฆาตกรจะไม่พกโทรศัพท์ที่เป็นหลักฐานในเวลาที่ปฏิบัติภารกิจ นี่เป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่เขาทิ้งไว้
นอกจากนี้……
สายตาของเวธัสตกกระทบไปที่โทรศัพท์ของสุขุม
บางที ในนี้อาจจะซ่อนเบาะแสบางอย่างก็ได้
แม้ว่าทั้งคู่จะจากไปได้ทันเวลา แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ตรวจสอบผ่านกล้องวงจรปิดได้ และเห็นพวกเขาออกจากห้องของสุขุมก่อนที่จะเกิดเรื่อง แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องมาสอบปากคำถึงที่คฤหาสน์
เวธัสกับณิชาอยู่ประเทศ F นั้นได้สานสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ไม่น้อย การสอบปากคำแบบนี้ก็เป็นเรื่องง่ายที่พวกเขาจะจัดการได้
เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำณิชาสองชั่วโมง
สำหรับเรื่องจริงที่ณิชารู้และไม่สามารถปฏิเสธได้ ก็จะตอบอย่างคลุมเครือ สำหรับเรื่องที่ไม่สามารถตอบได้ก็จะเออๆ ออๆ แบบขอไปที เจ้าหน้าที่ไม่ได้รับคำตอบที่มีประโยชน์ และก็จะไม่สามารถกล่าวหาว่าณิชาไม่ให้ความร่วมมือ ท่ามกลางความจนปัญญาจึงต้องกลับไปด้วยมือเปล่า
หลังจากส่งตำรวจกลับแล้ว ปัณณ์กับอรัลก็กลับมาจากโรงเรียนพอดี
การฆาตกรรมสุขุมในโรงพยาบาลกำลังถูกรายงานเผยแพร่ไปทั่ว ทำให้เกิดความโกลาหลวุ่นวาย เพราะสุขุมเคยเข้าเรือนจำ ยังเป็น “พ่อตา” ของเวธัสอีก เรื่องราวที่เกี่ยวกับตัวตนของเขาจึงเต็มไปด้วยตำนาน
“อย่าดูข่าวแบบนี้อีกเลย พวกหนูสามารถดูพวกการ์ตูนได้” ณิชาเปลี่ยนช่องโทรทัศน์ไปเป็นรายการการ์ตูน แล้วเตือนสองเด็กน้อยอย่างจริงจัง
สองเด็กน้อยที่กำลังนั่งดูอยู่บนโซฟาอย่างเพลิดเพลิน จู่ๆ ก็ถูกเปลี่ยนช่องโดยคาดไม่ถึง
ปัณณ์มองณิชาด้วยสายตาเชิงตำหนิ“หม่ามี้ หม่ามี้อย่าได้ทำกับพวกหนูเหมือนเป็นเด็กสามขวบได้ไหมครับ คุณ……สุขุมตาย พวกหนูก็อยากรู้เหมือนกัน”
อรัลพยักหน้าตามเล็กน้อย เห็นด้วยกับความเห็นของปัณณ์อย่างมาก
“คนตาย แปลว่าต่อไปไม่สามารถกลับมาได้แล้ว ประเด็นคือคุณแม่ไม่อยากจะเห็นข่าวของเขา พวกหนูสามารถทำเพื่อแม่ ดูการ์ตูนเป็นเพื่อนแม่หน่อยได้ไหมคะ” ณิชาดวงตาเป็นประกาย จ้องมองสองหนูน้อยด้วยความหวังและภาวนา
รู้ทั้งรู้ว่าเธอนั้นเสแสร้ง แต่สองหนูน้อยก็ยอมทำตาม
ไม่เอะอะโวยวาย นั่งดูการ์ตูนอยู่บนโซฟาเป็นเพื่อนณิชาอย่างเชื่อฟัง ถึงแม้จะหาวในขณะดูก็ตาม
สองหนูน้อยนั่งอยู่ข้างซ้ายขวา ณิชาลูบเส้นผมที่ดกดำอ่อนนุ่มของพวกเขา แล้วแอบยกมุมปากขึ้นอย่างอ่อนโยน“แม่ได้ซื้อเลโก้มาให้พวกหนูด้วย ต่อไปไม่มีอะไรทำก็สามารถต่อเลโก้แก้เบื่อได้”
“ดีจังเลย ขอบคุณครับหม่ามี้” อรัลตบมือที่อวบอ้วนของเขาอย่างตื่นเต้น
พอดีกับที่การ์ตูนกำลังออนมาถึงฉากหนึ่ง ตัวเอกไม่ทันระวังตกลงไปในสไลด์เดอร์ยาว และกรีดร้องตลอดทางด้วยความสะใจ ดวงตาของปัณณ์เต็มไปด้วยประกายไฟและสว่างไสวขึ้น
ณิชาหันไปมองก็สบตากับดวงตาของปัณณ์ที่ราวกับลูกสุนัขที่น่าสงสาร
“หม่ามี้ นานมากแล้วที่หม่ามี้ไม่ได้พาพวกหนูไปเล่นสวนสนุกนะครับ”
ปัณณ์ปกติไม่ทำตัวแอ๊บแบ๊ว เมื่อทำตัวแอ๊บแบ๊วแล้ว ใครจะต้านไหวได้ล่ะ ณิชาปฏิเสธไม่ได้แม้แต่คำเดียว จึงตัดสินใจสุดสัปดาห์นี้จะพาคนในครอบครัวออกไปเที่ยว!”
ชาลีโทรศัพท์เข้ามาพอดี เมื่อรู้ว่าจะไปเที่ยวกัน ก็ขอตั๋วสวนสนุกสองใบด้วย
ณิชา“……”
ไม่รู้เหรอว่านี่เป็นวันแห่งครอบครัว จะมาเข้าร่วมด้วยทำไมกัน
วันหยุดสุดสัปดาห์มาถึงอย่างรวดเร็ว