ตอนที่ 664
บทที่ 664 กระแสจิตของลูกสาว
October 28, 2026
ชาลียกริมฝีปากโค้งขึ้น คู่ดวงตาสำรวจหัวจรดเท้าของธัญพร……
“คุณเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า”
ธัญพรไม่ค่อยเข้าใจในคำพูดของชาลี มองเขาด้วยความมึนงง
“ผู้หญิงที่สวยงามมีมากมายภายใต้แบนเนอร์ของเซ็นจูรี่ หากไม่ใช่เป็นเพราะงานเลี้ยงรวมตัวของครอบครัว คิดเหรอว่าผมจะมีอารมณ์พาคุณไปด้วยหรอ เป็นของคุณก็คือของคุณ ไม่ใช่ของคุณก็อย่าหวังที่จะเอื้อม”
คำพูดที่ไร้ความปรานีของชาลี ราวกับน้ำเย็นที่ราดลงมา…….
ความเขินอายบนใบหน้าความเป็นผู้หญิงของธัญพรได้หายไปในทันที
ความทุกข์สามส่วน แค้นสามส่วน น้อยใจสี่ส่วนที่ยากจะทนได้ เธอแย่มากขนาดนี้เลยเหรอ!
หากว่าน้องนิ่มไม่สบาย ก็จะออกไปเที่ยวไม่ได้แล้วสิ ทันใดนั้นความคิดที่ชั่วร้ายก็ผุดเข้ามาในสมองของธัญพร แต่แวบเดียวก็ส่ายหน้าทันที
ถึงแม่เธออยากได้รับความโปรดปรานจากชาลีจริงๆ แต่ถึงอย่างไรก็ดูแลน้องนิ่มมานานขนาดนี้ ก็เกิดความรู้สึกแล้ว
……
ณิชากับเวธัสพาลูกน้อยสองคน และครอบครัวอีกสามคนของชาลี หกคนออกมุ่งหน้าไปยังสวนสนุก
เนื่องจากเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ผู้คนในสวนสนุกจึงเยอะมาก
แต่ว่าสวนสนุกนี้ ชาลีมีหุ้นส่วนด้วย จึงได้เข้าช่องวีไอพี ทั้งหกคนเข้าไปได้อย่างไม่มีสิ่งกีดขวาง น้องนิ่มเล็กเกินไป เล่นอะไรก็ไม่ได้ จึงได้แต่ดู
ถึงแม้วันนี้แดดจะแรง ธัญพรก็ยังคงกางร่มกันแดด
เมื่อหยุดก็จะมุ่งไปที่โรงอาหารบริเวณใกล้ๆ ที่เปิดแอร์ และทำการกล่อมน้องนิ่ม ดังนั้นเธอจึงไม่ได้เล่นเครื่องเล่นใดๆ ได้แต่ดูคนอื่นเล่นผ่านหน้าต่างกระจกอย่างเศร้าใจ
ธัญพรเบ้ปาก“ไม่เข้าใจจริงๆ ทำไมคุณชาลีต้องพาหนูออกมาด้วย ถ้าตากแดด เกิดไม่สบายไม่ว่า นี่ยังเป็นภาระเธอ ทำให้เธอเล่นอะไรก็ไม่ได้สักอย่าง!”
ตอนที่เธออยู่บ้านนอก มักจะดูโทรทัศน์บ่อยๆ เห็นผู้หญิงผู้ชายในละครไอดอลต่างเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกมากมาย
รู้สึกทั้งโรแมนติกและอิจฉา
วันนี้เธอได้มายืนตรงนี้แล้ว แต่กลับไม่สามารถเล่นอะไรได้
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เธอก็รู้สึกไม่ค่อยพอใจจึงจิ้มไปที่ใบหน้าน้อยๆ ของน้องนิ่ม“เป็นเพราะหนูคนเดียวเลย เจ้าตัวยุ่ง”
“แง……” น้องนิ่มรู้สึกได้ว่าธัญพรรังเกียจตัวเอง เม้มปากเล็กๆ และก็ร้องไห้ขึ้นมา ทำให้ธัญพรตกใจสะดุ้ง ถ้าถูกคุณชาลีเห็นเข้า เธอจะต้องถูกลงโทษอีกแน่นอน จึงรีบอุ้มน้องนิ่มขึ้นมาโอ๋อย่างลนลาน
เครื่องเล่นของสวนสนุกด้านนอก เด็กแฝดอายุสี่ขวบสองคน กำลังสนุกอยู่กับเครื่องเล่นในสวนสนุก
ต่อให้จะโตเกินอายุ แต่จิตใจยังคงเต็มไปด้วยความไร้เดียงสา
ปัณณ์กับอรัลอยากจะเล่นรถไฟเหาะ แต่พนักงานบอกว่าต้องอายุ 12 ปีขึ้นไปเท่านั้นที่จะสามารถเล่นได้ ณิชาเป็นห่วงว่าจะอันตรายจึงไม่ยอมให้พวกเขาไป แต่ผลปรากฏว่าทั้งคู่ไปหาชาลีแล้วก็ออดอ้อน
ชาลีก็ถือข้างละคน ยืนเข้าไปในสายนิรภัย“ไปกันเถอะ ลุงจะพาพวกหนูๆ ไปเล่นรถไฟเหาะ”
“……ชาลีหยุดเดี๋ยวนี้! เด็กๆ ยังเล่นเครื่องเล่นที่อันตรายแบบนี้ไม่ได้!” ณิชาเมื่อก่อนเคยพาพวกเขามา ให้พวกเขาเล่นแต่เครื่องเล่นสำหรับเด็กๆ
ชาลีตอบกลับอย่างเกียจคร้าน“พี่จะช่วยพวกเธอดูแลพวกเขา ไม่เป็นไรหรอก”
“อย่างนั้นก็ไม่ได้ อันตรายเกินไป……”
“หม่ามี้ พวกเราอยากเล่นมากจริงๆ” ปัณณ์และอรัลต่างเกาะอยู่บนไหล่ของชาลีทั้งซ้ายขวา หันไปมองณิชาด้วยหน้าตาที่น่าสงสาร
ณิชายังคงห้าม มือที่ห้อยลงกลับถูกเวธัสจับเบาๆ
สันหลังของเธอแข็งทื่อเล็กน้อย เธอหันหน้าไปมองสายตาที่อ่อนโยนของเวธัส“ไปกันเถอะ ผมเชื่อว่าเด็กสองคนนั้นค่อนข้างรู้เรื่อง พวกเราก็ไปเล่นกับพวกเขาด้วยกันเถอะ”
ณิชามองเครื่องเล่นรถไฟเหาะ เข่าสองข้างถึงกับอ่อนลง เผยสีหน้าที่พะอืดพะอมออกมา“ฉัน……ฉันไม่เล่นได้ไหม ฉันไม่อยากเล่นเครื่องเล่นนี้”