ตอนที่ 665
บทที่ 665 น้องนิ่มอาเจียน
October 28, 2026
เวธัสขมวดคิ้ว“ชาช่าไม่เป็นอะไรหรอก จะต้องเป็นคุณที่ขึ้นลงมาจากรถไฟเหาะเมื่อกี้ ร่างกายของคุณจึงยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่”
“ไม่ใช่นะ……” ณิชาส่ายหน้าอย่างดื้อดึง กล่าวอย่างยืนกราน“เป็นความรู้สึกทางกระแสจิต ฉันสามารถรับรู้ได้ว่าตอนนี้ชาช่าทรมานมาก เธอจะต้องทนทุกข์อย่างมากแน่นอน……”
แต่พวกเขาทั้งครอบครัวกลับมาสวนสนุกกันอย่างมีความสุข……
……
ขณะเดียวกัน ธัญพรที่กำลังอยู่ในร้านอาหาร เดินหมุนวนรอบอย่างลนลาน
จู่ๆ น้องนิ่มไม่ยอมทานนม
เธออุ้มน้องนิ่มไปที่ห้องเดี่ยวเพื่อให้นม น้องนิ่มก็ไม่ยอมทานนม เธอจึงเติมนมผง แต่น้องนิ่มก็ยังไม่ยอมทาน
ปากเล็กสวยงามร้องไห้แง ซีดกว่าเวลาปกติ
ธัญพรเดิมทียังอยากจะกล่อมน้องนิ่ม เพื่อจะทำเรื่องให้สงบลง แต่ชาลีกลับโทรมาหาในเวลานี้ บอกว่าพวกเขาเล่นกันพอประมาณแล้ว ให้เธอบอกตำแหน่งของร้านอาหาร พวกเขาจะมาร่วมทานอาหารกลางวันด้วยกัน
ธัญพรจำต้องส่งที่อยู่ให้กับชาลี และก็กล่อมน้องนิ่มอย่างไม่หยุด……
แต่แล้วก็ไม่มีประโยชน์
จนกระทั่งชาลีและครอบครัวทั้งบ้านของณิชามาถึง ธัญพรยังคงกล่อมน้องนิ่มไม่สำเร็จ น้องนิ่มจากเสียงร้องไห้เล็กๆ กลายเป็นร้องไห้เสียงดัง
ณิชาเดิมทีเป็นห่วงชาช่ามาก เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ของน้องนิ่ม จิตใจก็ยิ่งตึงเครียดอีกครั้ง
ชาลีมองไปตามเสียงร้องไห้ของลูกสาว……
หนูน้อยดูเซี่ยงซึม ดวงตาหรี่ลง ปากเบะ ร้องไห้หายใจแทบไม่ทัน
ธัญพรจนปัญญา ร้องไห้แล้วอุ้มน้องนิ่มไปที่ด้านหน้าของชาลี กล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา“ขอ……ขอโทษค่ะคุณชาลี น้องนิ่มเธอไม่ยอมทานนม เมื่อเช้าตอนที่ออกมานั้นทานแล้วก็อ้วก”
ปกติแล้วจะป้อนนมน้องนิ่มทุกๆ สองชั่วโมง แต่ตอนนี้ได้เลยช่วงเวลาให้นมแล้ว
เธอไม่เพียงแต่ไม่ทาน ยังอ้วกออกมาอีก……
นี่ไม่ใช่สภาวการณ์ที่ดีอย่างแน่นอน!
ณิชาสงสารน้องนิ่ม ก้าวเท้าเข้ามาถาม“เกิดอะไรขึ้น”
ชาลีเหลือบมองธัญพร โกรธขึ้นฉับพลัน คว้าน้องนิ่มจากอกของเธอมา ดวงตาดำขลับขนาดใหญ่ที่เหมือนองุ่นของเด็กน้อยกลิ้งไปมา แต่กลับไม่มีชีวิตชีวาอย่างเช่นปกติ
“ผมให้คุณเฝ้าเธอไว้ห้ามละสายตา คุณขี้เกียจใช่ไหม”
“ฉันเฝ้าลูกหน้ารถเข็นตลอดเวลา ไม่ได้ออกไปไหนเลยจริงๆ……” ธัญพรรับอารมณ์โกรธของชาลีไม่ไหว ตัวสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้“ฉันรู้ว่าด้านนอกแดดแรง ยังเลือกร้านที่เปิดแอร์โดยเฉพาะ และตอนเช้าฉันก็ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่ได้แต่งหน้า ไม่ได้ฉีดน้ำหอม อาบน้ำเสร็จแล้วถึงได้กล้าอุ้มน้องนิ่ม……”
“ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะหาว่าใครผิดใครถูก รีบพาน้องนิ่มไปโรงพยาบาลเถอะ!” ณิชาก็เตือนด้วยความกระวนกระวาย
สองหนูน้อยก็เป็นห่วงพอๆ กัน
น้องสาวแท้ๆ ของตัวเองหายตัวไป จึงรักน้องสาวที่เป็นลูกพี่ลูกน้องเหมือนน้องสาวแท้ๆ ชั่วคราว เพื่อทำการฝึกซ้อม
ถึงแม้วิธีนี้จะค่อนข้างไกลตัว……
แต่เมื่อยิ่งคลุกคลีกับน้องนิ่ม สองหนูน้อยก็ยิ่งชอบน้องสาว
เวธัสไม่เปล่งเสียงใดๆ รีบขับรถมาที่หน้าประตูร้านอาหาร ไม่สนใจกฎระเบียบของสวนสนุก พากลุ่มคนไปยังโรงพยาบาลเด็กที่ใกล้ที่สุด
“เดี๋ยวก่อน กลับคฤหาสน์” ชาลีที่อุ้ม น้องนิ่มไว้ได้กล่าวขึ้นกะทันหัน
ณิชาไม่เข้าใจ“สภาพร่างกายของน้องนิ่มตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเป็นอะไร ไปตรวจที่โรงพยาบาลเด็กจะดีกว่านะ”
“ข้อแรก ที่นี่ห่างหากคฤหาสน์ใกล้ที่สุด ข้อสองผมจ้างทีมแพทย์ที่รักษาเด็กไว้ในคฤหาสน์ อุปกรณ์เครื่องมือทั่วไปมีครบ พวกเขาคุ้นเคยสภาพร่างกายของน้องนิ่ม นี่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด” ชาลีบอกถึงเหตุผลอย่างชัดเจน
ถึงแม้ณิชาจะรู้สึกมีบางอย่างผิดปกติ แต่ชาลีพูดเช่นนี้แล้ว ก็ไม่มีอะไรที่จะตอบโต้อีก
เพราะอย่างไรน้องนิ่มเป็นลูกสาวของเขา เขาย่อมต้องอยากให้น้องนิ่มหายดี