ตอนที่ 152
บทที่ 152 สัตว์กินเนื้อ
October 31, 2026
เมื่อเซี่ยอันหรานได้ยินเซียวเทียนหลีเรียกฉู่เสี่ยวเสี่ยวว่า "นางฟ้า" เธอก็อึ้งไปในทันที
แม้ว่าเซี่ยอันหรานจะรู้ว่าเธอไม่เหมาะที่จะเอาอารมณ์ส่วนตัวมาคิดในตอนนี้ แต่มันเป็นกุญแจสำคัญในการค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่ระหว่างเซียวเทียนหลีและฉู่เสี่ยวเสี่ยวจากคำพูดของเซียวเทียนหลี
แต่เซี่ยอันหรานก็ยังคงอดไม่ได้ที่จะก่นด่าในใจ: ฉู่เสี่ยวเสี่ยวน่ะเหรอนางฟ้า? มันเป็นความเข้าใจผิดของเธอเกี่ยวกับนางฟ้า หรือว่าเป็นเซียวเทียนหลีที่เข้าคำว่านางฟ้าต่างออกไป? พระเจ้าองค์ไหนจะเลี้ยงนางฟ้าให้โตมาใจดำแบบนี้ได้?
เซี่ยอันหรานรู้ดีว่าเธอไม่ใช่คนดี แม้แต่เธอที่มีโม่เซ่าเหยียนเป็นแฟนอยู่แล้ว แต่เธอก็ยังมาคุยโทรศัพท์กับผู้ชายอีกคนหนึ่งในตอนกลางดึกแบบนี้ ไม่ว่าเธอจะเป็นคนเริ่มหรือไม่ก็ตาม เธอก็อายที่จะบอกว่าเธอเป็นแฟนที่ดี แต่เซี่ยอันหรานก็ไม่เคยทำร้ายใครจริงๆ และการตัดสินความดีและความชั่วก็ยังอยู่ในขอบเขตของสามัญสำนึก
ดังนั้นเซี่ยอันหรานจึงไม่เข้าใจเซียวเทียนหลี ฉู่เสี่ยวเสี่ยวผู้ซึ่งถูกสงสัยว่าทำร้ายเก๋อหงหง แต่เขาก็ยังมองว่าเธอเป็นนางฟ้าเนี่ยนะ! และเซี่ยอันหรานก็ไม่เชื่อว่าเซียวเทียนหลีจะไม่รู้ว่าฉู่เสี่ยวเสี่ยวทำอะไร เซียวเทียนหลีคนโรคจิตที่สามารถตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของเธอได้ เขาจะไม่รู้เลยเหรอว่าฉู่เสี่ยวเสี่ยวผู้ซึ่งอยู่ในหัวใจของเขากำลังทำอะไร?
เซี่ยอันหรานขยับริมฝีปากของเธอแต่พูดอะไรไม่ออก ในใจของเธอคิดว่าอันที่จริงสำหรับคนโรคจิตอย่างเซียวเทียนหลี บางทีการมองดูฉู่เสี่ยวเสี่ยวทำร้ายผู้อื่นเขาอาจจะมองว่ามันน่ารักก็ได้ บางทีคำจำกัดความคำว่านางฟ้าของเซียวเทียนหลีอาจมองว่าทำอะไรเลวๆก็ได้หรืออาจจะไม่ได้สนใจในสิ่งที่ทำผิดต่อผู้อื่น?
แม้ว่าเซี่ยอันหรานจะพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อควบคุมอารมณ์ของเธอ แต่เธอก็ยังไม่กล้าที่จะแสดงความรังเกียจใดๆออกมา อย่างไรก็ตามเซียวเทียนหลียังคงตัดสินอารมณ์ของเซี่ยอันหรานจากการที่เงียบไปอย่างกะทันหันของเซี่ยอันหราน และเซียวเทียนหลีจินตนาการออกว่าเซี่ยอันหรานกำลังคิดอะไรอยู่ในขณะนี้
แม้ว่าฉู่เสี่ยวเสี่ยวจะเป็นนางฟ้าของเซียวเทียนหลี แต่ลองนึกถึงความคิดในใจของเซี่ยอันหรานในตอนนี้ และนึกถึงสีหน้าตกใจที่ไม่สามารถซ่อนบนใบหน้าของเธอได้ เซียวเทียนหลีก็อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นเพื่อปิดปากของเขาและกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ ทันทีที่เขายกมือขึ้นบาดแผลบนแขนของเขาที่ได้รับบาดเจ็บจากปืนของเซี่ยอันหรานก็ทำให้เขารู้สึกเจ็บ
เซียวเทียนลีมองลงไปที่แผลตรงแขนของเขา รอยยิ้มที่ผ่อนคลายบนใบหน้าของเขาก็หายไปในทันที เขาขมวดคิ้ว แต่จู่ๆหลังจากนั้นรอยยิ้มประหลาดก็ค่อยๆปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง เขาเอ่ยเบาๆว่า: "ถ้าคุณกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ คุณก็ตรวจสอบมันด้วยตัวของคุณเองสิ ผมอนุญาตให้คุณตรวจสอบเรื่องนี้...แค่อยากบอกให้คุณรู้ว่าฉู่เสี่ยวเสี่ยวสำคัญกับผมมากแค่ไหน แม้ว่าโลกทั้งใบจะมลายหายสิ้นไป ผมก็ขอเพียงแค่เธออยู่เคียงข้างผม ถึงตายก็จะไม่เสียใจ.... แต่ว่า....คุณ……"
ในขณะที่เซียวเทียนหลีกำลังพูดกับเซี่ยอันหรานจู่ๆเสียงก็เปลี่ยนเป็นติดๆขัดๆ และทำให้เซี่ยอันหรานได้ยินไม่ชัดเจนว่าเซียวเทียนหลีกำลังพูดอะไร เซี่ยอันหรานยกโทรศัพท์ก่อนจะพูดว่า: "ฮัลโหล..."
สัญญาณโทรศัพท์ถูกตัดไปทันที เซี่ยอันหรานขมวดคิ้วในขณะที่กำลังถือโทรศัพท์และเอ่ยเบาๆว่า: "เกิดอะไรขึ้นอีกเนี่ย?"
ในประเทศเล็กๆแถบยุโรปเหนือที่หนาวเย็น เซียวเทียนหลีมองดูสายที่ถูกตัดไปบนโทรศัพท์มือถือ เขากัดฟันด้วยสีหน้าที่บูดเบี้ยวและพูดว่า: "โม่เซ่าเหยียน! นายอีกแล้ว!"
ในตอนแรกที่โม่เซ่าเหยียนตัดการดักฟังของเซียวเทียนหลีและเซี่ยอันหราน เซียวเทียนหลีคิดว่าโม่เซ่าเหยียนจะป้องกันไม่ให้เขาดักฟังเซี่ยอันหราน แต่เซียวเทียนหลีค้นพบว่าโม่เซ่าเหยียนกำลังเล็งเป้าหมายมาที่เขาแทน ไม่ใช่แค่เซี่ยอันหราน ไม่ว่าจะเซียวเทียนหลีจะทำธุรกิจหรือโทรติดต่อเรื่องส่วนตัว เขาก็จะถูกโม่เซ่าเหยียนดักฟังและสายก็จะถูกตัดเสมอ
เซียวเทียนหลีติดต่อเซี่ยอันหรานในครั้งนี้เพื่อทดสอบโม่เซ่าเหยียน เพราะทุกครั้งที่โม่เซ่าเหยียนตัดสายโทรศัพท์ก็จะเป็นแบบเดิมๆ เซียวเทียนหลีต้องการลองอีกครั้งโดยใช้เซี่ยอันหรานเพราะโม่เซ่าเหยียนให้ความสนใจเธอมากเป็นพิเศษ
หวังอี้ถือผลการทดสอบและเดินเข้ามา เมื่อเห็นว่าใบหน้าของเซียวเทียนหลีนั้นไม่ค่อยดีนัก หวังอี้ก็ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดเบาๆกับเซียวเทียนหลีว่า: "คุณเซียว โม่เซ่าเหยียนตัดการสื่อสารเหมือนกับก่อนหน้านี้ ไม่ได้มีอะไรที่พิเศษ"
หลังจากหวังอี้พูดจบ เขามองเห็นว่าการแสดงออกของเซียวเทียนหลียังคงแย่อยู่ เขาจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสัย ก่อนที่เซียวเทียนหลีจะโทรคุยกับเซี่ยอันหรานเขาก็น่าจะรู้อยู่แล้วนี่ว่าสายจะถูกตัด แต่ทำไมเซียวเทียนหลียังคงโกรธอยู่?
มีปัญหาอะไรหรือเปล่า? เซี่ยอันหรานยังคงติดต่อกับโม่เซ่าเหยียนอยู่เหรอ แต่ถึงจะติดต่อกันเขาจะโกรธจริงๆเหรอ? หวังอี้รู้สึกว่าเซียวเทียนหลีดูแตกต่างออกไปเล็กน้อยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเซี่ยอันหราน แต่นอกจากเรื่องการตลาด เขาก็มักจะทำสิ่งแปลกๆอยู่เสมอ ไม่สามารถเดาได้เลยว่าเซียวเทียนหลีต้องการจะทำอะไร
หวังอี้แสร้งทำเป็นว่าไม่ได้สังเกตเห็นสิ่งใด เขาก้มศีรษะและรอคำสั่งของเซียวเทียนหลีอย่างเงียบๆ ในที่สุดเซียวเทียนหลีๆก็ค่อยๆยิ้มออกมา เขาใช้น้ำเสียงที่ผ่อนคลายของเขาที่ไม่เคยมีมาก่อน จากนั้นก็พูดว่า: "โม่เซ่าเหยียนสมควรตายจริงๆ"
แม้ว่าน้ำเสียงของเซียวเทียนหลีจะเบามาก แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของเขากลับนุ่มนวลและอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด แต่มันก็ทำให้หวังอี้ตกใจ เพราะเซียวเทียนหลีมักจะทำตัวแปลกๆอยู่เสมอและก็มีเพียงแค่ไม่กี่คนที่สามารถเข้าใจอารมณ์ของเขาได้จริงๆว่าเขาโกรธมากๆหรือมีความสุขมากๆ ทั้งหมดล้วนดูน่ากลัว
เซียวเทียนหลีเงยหน้าขึ้นมองหวังอี้แล้วยิ้ม จากนั้นก็พูดว่า: "ตอนที่นายกำลังทำการทดสอบ ได้ยินตอนที่ฉันโทรศัพท์ไหม?"