ตอนที่ 165
บทที่ 165 ไอ้คนสารเลว
October 31, 2026
ในใจกู้เหม่ยอวี้รู้สึกดีใจมากที่เซี่ยอันหรานคิดอย่างนั้น ทำให้กู้เหม่ยอวี้รู้สึกว่าเซี่ยอันหรานเป็นผู้ใหญ่และมีความรู้มากกว่าเธออีก แต่ผ่านไปไม่กี่นาที แต่กู้เหม่ยอวี้ก็รู้สึกเศร้าอีกครั้ง เธอไม่รู้ว่าเซี่ยอันหรานประสบปัญหาอะไรในสถานที่ที่เธอมองไม่เห็น
เซี่ยอันหรานเคยเดินไปที่ข้างถนนและล้มลงเพราะปวดหัว เธอก็จะพิงข้างๆ กู้เหม่ยอวี้และทำตัวเหมือนเด็ก แต่ตอนนี้เซี่ยอันหรานที่ดูเข้มแข็งและสงบหลังจากที่พบกับการทรยศดังกล่าว และยังพบกับความไม่เข้าใจของคนอื่น ๆ ที่แสร้งทำเป็นปลอบโยนเธอ การจะกลายเป็นคนแกร่งจะต้องผ่านการแบ่งเบาบรรเทาแบบไหนกัน?
แต่กู้เหม่ยอวี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
มันทำให้ กู้เหม่ยอวี้รู้สึกเศร้าและโทษตัวเอง กู้เหม่ยอวี้รู้สึกเหมือนเธอเป็นปรมาจารย์เครื่องเคลือบ เซี่ยอันหรานเคยเป็นแค่เครื่องลายครามที่ประดิษฐ์ขึ้นอย่างประณีตของเธอ เดิมที มันเป็นเพียงร่างกายดินเหนียว ทันใดนั้นเซี่ยอันหรานก็กลายเป็นเครื่องเคลือบที่เรียบและสวยงาม ในกระบวนการอบและเผาทั้งหมด กู้เหม่ยอวี้ไม่รู้เลยว่า แม่อย่างเธอนั้นยังมีความสามารถพออยู่หรือไม่?
แต่ว่ากู้เหม่ยอวี้ก็ไม่กล้าถาม แม้ว่ากู้เหม่ยอวี้จะเป็นแม่ที่ใจดี แต่เธอก็รู้สึกโทษความเป็นแม่ของเธอเล็กน้อย ในฐานะภรรยาของเซี่ยจวิน เธอยังคงได้เรียนรู้ประเด็นสำคัญกับเซี่ยจวินในนักธุรกิจ แต่มีเรื่องบางเรื่อง ขณะที่คนอื่นไม่เต็มใจจะบอกคุณนั้น ก็ไม่ควรจะเซ้าซี้ถาม เพราะบางทีการถามมากไป อาจจะเพิ่มความหนักใจให้กับผู้อื่นได้
เมื่อปล่อยให้อีกฝ่ายรำคาญแล้ว พวกเขาต้องทำงานอย่างหนักเพื่อปลอบโยนคุณด้วยการโกหก กู้เหม่ยอวี้แต่งงานกับเซี่ยจวินมานานแล้ว เมื่อครอบครัวเซี่ยเผชิญกับวิกฤตมากมาย กู้เหม่ยอวี้ก็ตระหนักถึงเรื่องนี้และแสร้งทำเป็นไม่รู้ เนื่องจากถามและความเป็นห่วงของเธอไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น อีกอย่างมันจะเพิ่มความกังวลใจให้กับครอบครัวเซี่ยมากกว่า
ตอนนี้ กู้เหม่ยอวี้ก็เหมือนทำเช่นเดียวกันกับเซี่ยอันหราน กู้เหม่ยอวี้ไม่สามารถถามเกี่ยวกับเธอได้ กู้เหม่ยอวี้ถามไม่ลงเพราะเซี่ยอันหรานเหนื่อยมามากและไม่ต้องการให้เธอเป็นห่วง เซี่ยอันหรานยังต้องมาคิดคำโกหกอีกมากมาย ถ้าเป็นแบบนี้กู้เหม่ยอวี้ก็ไม่ใช่แม่ที่ใจดีอีกต่อไป แต่เหมือนผู้หญิงทั่วไปมากกว่า
แต่กู้เหม่ยอวี้ก็ยังคงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกทุกข์ใจอยู่ดี แม้ว่าเซี่ยจวินและเซี่ยหมิงเซวียนยังคงต้องเผชิญกับปัญหา แต่ความรู้สึกของกู้เหม่ยอวี้รู้ว่าพวกเขาเป็นผู้ชาย พวกเขามีหน้าที่ต้องดูแลและปกป้องครอบครัวเซี่ยทั้งหมด
แต่เซี่ยอันหรานเป็นแค่ผู้หญิงที่บอบบางคนหนึ่ง สิ่งที่เธอควรทำคือซื้อเสื้อผ้าสวยๆ ไปงานเลี้ยง ไปเดตกับผู้ชายที่เธอชอบ จากนั้นแต่งงานและมีลูกที่น่ารัก เพื่อจบชีวิตนี้ด้วยความรักของสามี แทนที่จะต้องเผชิญกับการถูกโจมตีหรือการทรยศ เธอกลับกลายเป็นผู้หญิงที่ต้องเข้มแข็งและลุกขึ้นสู้
เพราะเรื่องก่อนหน้านี้ของเซี่ยอันหรานและฉู่เสี่ยวเสี่ยว เดิมทีกู้เหม่ยอวี้รู้สึกโมโหเซี่ยอันหรานเล็กน้อย เนื่องจากรู้สึกว่าสิ่งที่เซี่ยอันหรานทำนั้นเกินเหตุไปหน่อย แต่ตอนนี้ กู้เหม่ยอวี้รู้สึกไม่สบายใจต่อเซี่ยอันหรานมาก แค่เธอนึกถึงภาพตอนที่เซี่ยอันหรานคุกเข่าต่อหน้าเธอและยอมรับผิดกับเธอ เธอก็รู้สึกเจ็บปวดที่หัวใจขึ้นมา
"ลูกโตขึ้นแล้วจริงๆ" กู้เหม่ยอวี้ปาดน้ำตาออกจากดวงตาของเธอและพูดเสียงต่ำด้วยความรู้สึกอีกครั้ง
เมื่อเซี่ยอันหรานได้ยินคำพูดของกู้เหม่ยอวี้ ก็ร้องไห้แบบไม่มีเสียงออกมา เธอรู้สึกว่ากู้เหม่ยอวี้ยังคงกังวล เซี่ยอันหรานจึงพูดเบา ๆ ว่า "แม่ หนูสบายดี ไม่ต้องกังวลหนู "
กู้เหม่ยอวี้สูดหายใจเข้าลึก ๆ และพูดเบา ๆ ว่า "โอเค แม่จะไม่กังวลเกี่ยวกับลูกแล้ว แต่แผลของลูกต้องระวังให้ดี ตอนนี้การพูดคุยกันทางโทรศัพท์มันดูค่อนข้างลำบาก ถ้าลูกไม่มีธุระอะไรแล้วก็รีบกลับบ้าน แม่อุ่นโจ๊กไว้ให้แล้ว เมื่อถึงบ้านแล้วก็กินโจ๊กให้อิ่มแล้วไปนอนพักผ่อนเสีย เดี๋ยวทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง”
ตามที่กู้เหม่ยอวี้พูด เธอรู้สึกเจ็บปวดในใจ เธออดไม่ได้ที่จะพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วง "อันหราน ไม่ว่าลูกจะทำอะไร แม่จะสนับสนุนลูกเสมอ ไม่ว่าลูกจะทำอะไรผิดแม่ก็จะให้อภัยลูกเสมอ แม้ว่าก่อนหน้านี้ ลูกจะรู้สึกว่าแม่เข้าข้างและปกป้องฉู่เสี่ยวเสี่ยวเกินไป แต่แม่อยากจะบอกลูกว่า ถ้าหากวันหนึ่งลูกได้กระทำผิดเหมือนฉู่เสี่ยวเสี่ยว แม้ว่าความผิดนั้นจะร้ายแรงมากกว่าของฉู่เสี่ยวเสี่ยว แม่ก็จะให้อภัยลูกเช่นกัน และจะไม่มีวันทิ้งลูก การพูดแบบนี้ อาจจะฟังดูแปลกๆ เหมือนต้องการให้ลูกกลายเป็นคนที่ไม่ดี แต่สิ่งที่แม่พูดมาทั้งหมดนี้ แม่แค่อยากให้ลูกเข้าใจความรู้สึกของแม่จริงๆ แม่เป็นห่วงลูก กลัวว่าลูกจะคิดว่าลูกอยู่ตัวคนเดียว ลูกอย่าได้กังวล ตราบใดที่แม่ยังอยู่ ไม่ว่าลูกจะกลายเป็นคนแบบไหน? และทำให้แม่โกรธแค่ไหน? ลูกก็จะยังเป็นลูกแม่เสมอ แม่รักลูกมาก !
ใบหน้าของกู้เหม่ยอวี้ก็ร้อนขึ้นเล็กน้อย แม้ว่าปลายสายจะเป็นลูกสาวแท้ๆ ของเธอ แต่กู้เหม่ยอวี้ไม่เคยพูดอะไรซึ้งๆ แบบนี้กับเซี่ยอันหรานมาก่อน เธอมักจะแทนคำว่ารักว่า ""เด็กตัวเหม็น" หรือ "ลูกสาวจอมโง่" ดังนั้นเธอจึงรู้สึกเขินเล็กน้อย
หากไม่ได้คุยกันทางโทรศัพท์ และอยู่ต่อหน้า กู้เหม่ยอวี้ก็อาจจะพูดอะไรซึ้งๆ แบบนี้ออกมาได้
หลังจากกู้เหม่ยอวี้พูดจบ เธอก็รีบพูดว่า "แม่รออยู่ที่บ้าน" กู้เหม่ยอวี้ก็รีบวางสายไปในทันที
เซี่ยอันหรานตกตะลึงและถือโทรศัพท์ที่วางสายไปแล้ว เธอสูดหายใจเข้าอย่างแรง พยายามระงับอารมณ์ของตัวเอง แต่สุดได้ก็ทนไม่ไหวและร้องไห้ออกมา เซี่ยอันหรานรู้สึกว่าตัวเองนั้นโง่เขลามาก ทำไมต้องมัวคิดและสงสัยแต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง ทำไมต้องมารู้สึกเหนื่อยใจขนาดนี้ ทำไมต้องกลัวว่าโม่เซ่าเหยียนจะโกหกเธอจริงๆ
โกหกเธอแล้วยังไง ? เซี่ยอันหรานยังมีคนในครอบครัว ทั้งสามคนนั้นจะไม่ทิ้งเธอ ไม่ว่าเธอจะล้มหรือพังทลายแค่ไหน พวกเขาจะให้ความรู้สึกอบอุ่นกับเธอ นอกจากนี้ยังมีเฉิงเสี่ยวเถียนที่ยืนเคียงข้างเธอในช่วงเวลาที่วิกฤติ ยังมีหมิงเยี่ยนเฟยที่ให้ร่มแก่เธอ แม้ว่าเซี่ยอันหรานเธอจะถูกหักหลังหลายครั้ง เธอก็ยังมีครอบครัวและมิตรภาพ แม้ไม่มีความรัก เธอก็สามารถอยู่รอดได้
โม่เซ่าเหยียนมีอะไร? เขาไม่มีอะไรเลย เมื่อเขาไม่มีเธอแล้ว แม้แต่ความรักเดียวที่สามารถสัมผัสได้ถึงความรักก็หายไป