ตอนที่ 160
ตอนที่ 160 การเลือกของผู้จัดการ
October 31, 2026
หมิงเยี่ยนเฟยมองไปทางเซี่ยอันหราน ก่อนจะค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกมา จากนั้นก็ยื่นร่มในมือให้กับเซี่ยอันหราน: “ให้ร่มคุณละกัน ถึงแม้ผมจะไม่มีแรงทำเรื่องอื่นได้ แต่การทำให้คุณตากฝนน้อยลง ผมทำได้”
เซี่ยอันหรานก้มหน้าลงและรับร่มคันนั้น ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ เธอรับร่มของหมิงเยี่ยนเฟยแล้ว จากนั้นก็มองไปยังหมิงเยี่ยนเฟยที่หมุนตัวและเดินจากไป เซี่ยอันหรานมีความรู้สึกแปลก ๆ ในใจราวกับว่าเธอได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง ได้เปลี่ยนตัวเองใหม่ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า
ถ้าบอกว่าครั้งที่แล้วถูกฉู่เสี่ยวเสี่ยวผลักตกจากตึก ทำให้เซี่ยอันหรานได้กลับชาติมาเกิดใหม่ได้เรียนรู้วิธีการทำให้ตัวเองเข้มแข็งขึ้น เรียนรู้ที่จะไม่ทำร้ายจิตใจของคนไม่มีศีลธรรม งั้นการกลับชาติมาเกิดใหม่ในครั้งนี้ก็ทำให้เซี่ยอันหรานยืนหยัดได้ยิ่งกว่าเดิม ทำให้เซี่ยอันหรานกล้าที่จะเผชิญหน้ากับทุกอย่างในอนาคต
เซี่ยอันหรานยืนอยู่ด้านหลังของหมิงเยี่ยนเฟย มองหมิงเยี่ยนเฟยเดินจากไป เธอไม่ได้ชอบหมิงเยี่ยนเฟยเลยสักนิด ทั้งยังมีความรู้สึกเป็นกังวลที่หมิงเยี่ยนเฟยหวังดีต่อเธอ รู้สึกจนปัญญากับความร้ายกาจของหมิงเยี่ยนเฟยด้วย แต่เขากลับเข้ามาแทนที่ส่วนหนึ่งในชีวิตของเธอโดยไม่ได้ตั้งใจ นั้นคือช่วงที่สบายใจที่สุดในสายอาชีพการแสดง และเป็นช่วงเวลาที่ตัวเองใกล้จะประสบความสำเร็จที่สุด
หลังจากที่หมิงเยี่ยนเฟยจากไป เซี่ยอันหรานก็รู้สึกว่าเมื่อสองสามวันก่อนเหมือนกับความฝันของเธอ ความฝันที่ทุกอย่างเป็นสมปรารถนา ความฝันนี้ เธอเป็นคนทำลายมันกับมือของเธอเอง
เซี่ยอันหรานรู้สึกคลุมเครือ ถ้าเธอไม่เอ่ยชื่อ ‘โม่เซ่าเหยียน’ ต่อหน้าหมิงเยี่ยนเฟย บางทีหมิงเยี่ยนเฟยก็คงจะไม่จากไป ต่อให้ตอนนี้เธอจะเป็นข่าวติดลบมากแค่ไหน แต่เซี่ยอันหรานได้พูดออกไปแล้ว เธอรู้ดีว่าชื่อ ‘โม่เซ่าเหยียน’ นี้ทำให้หมิงเยี่ยนเฟยต้องถอย เธอก็ยังพูดออกมา
เพราะเธอรู้สึกหมดหนทางที่จะเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นเฉิงเสี่ยวเถียนหรือหมิงเยี่ยนเฟย ต่างก็ไม่ควรเผชิญหน้าทั้งหมดนี้ เธอเซี่ยอันหรานถึงจะไม่ชอบหมิงเยี่ยนเฟย จึงไม่หวังให้หมิงเยี่ยนเฟยต้องเจอกับอันตรายเพราะเธอ
หมิงเยี่ยนเฟยเดินมาถึงรถพี่เลี้ยงที่จอดอยู่ริมถนน เปิดประตู แล้วขึ้นไปนั่งข้างใน ผู้จัดการของหมิงเยี่ยนเฟยที่ขึ้นรถมาแล้วได้หันไปมองหมิงเยี่ยนเฟย : “เยี่ยนเฟย อันหรานเธอ.......”
ในขณะที่ผู้จัดการกำลังพูด จู่ ๆ ก็หยุดชะงักไป เขาไม่เคยเห็นสีหน้าแบบนั้นจากใบหน้าของหมิงเยี่ยนเฟยมาก่อน หัวคิ้วของหมิงเยี่ยนเฟยขมวดเข้าหากันแน่น พยายามหลับตา ความเจ็บปวดที่แสดงออกมาทางสีหน้า ตามมาด้วยความผิดหวัง
จู่ ๆ ผู้จัดการก็หยุดชะงักไป จากนั้นก็ทอดถอนใจเบา ๆ ผู้จัดการรู้ว่าหมิงเยี่ยนเฟยตั้งใจลงจากรถไปพูดอะไรกับเซี่ยอันหราน หมิงเยี่ยนเฟยอยากเข้าไปอยู่ในช่วงเวลาที่ต่ำสุดของเซี่ยอันหราน และดูแลเซี่ยอันหราน เขาอยากจะสารภาพเป็นครั้งสุดท้าย
ผู้จัดการรู้ว่าเป็นแผนการสนุก ๆ ของโอวหยางเชี่ยนหรงและไป๋อวี่ซินอย่างแน่นอน แต่ถึงแม้ว่าเซี่ยอันหรานจะถูกใส่ร้าย แล้วยังไง? ตอนนี้ทุกคนคิดว่าเซี่ยอันหรานทั้งโง่และทะเยอทะยาน พยายามแย่งชิงบทบาทด้วยวิธีการที่ไม่เป็นธรรม อาศัยผู้บริหารระดับสูงผลักดันตัวเองให้สูงขึ้นด้วยความสัมพันธ์ที่ไม่ถูกหลักศีลธรรม สร้างปัญหาให้ชีวิตส่วนตัวยุ่งเหยิง ไม่มีใครจะมาสนใจอย่างจริงจังหรอก พวกเขาเชื่อแค่ความจริงที่พวกเขาเชื่อเท่านั้น
ในวงการบันเทิงนี้ก็ไม่ได้เป็นแบบนี้ทั้งหมด? ดังนั้นคนดีที่อ่อนโยนและใจดีที่แท้จริงต่างก็ไม่ปะปนอยู่ในวงการบันเทิง ดาราที่มีชื่อเสียงบางคนถึงภายนอกจะแต่งกายด้วยชุดจีนโบราณงามเพริศพริ้ง แต่ภายในกับเน่าเฟะอย่างกับอะไรดี?
หมิงเยี่ยนเฟยคนนี้ก็ถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์คนหนึ่งเลยทีเดียว ไม่ใช่เพราะเขาซ่อนนิสัยร้ายกาจของเขาไว้อย่างมิดชิดหรอก แค่อยากให้เห็นด้านที่งดงามเท่านั้น?
ผู้จัดการของหมิงเยี่ยนเฟยปักใจเชื่อว่าเซี่ยอันหรานไม่สามารถลุกขึ้นมาได้อีก เธอจะพลิกชีวิตของตัวเองยังไง ทำผิดต่อโปรดิวเซอร์ ทำผิดต่อดารารุ่นเก่า ยุยงให้ผู้ชมเบื่อผลงานภาพยนตร์และโทรทัศน์อย่างร้ายแรงจนไม่สามารถเผยแพร่ต่อ ไม่รู้ควรจะนับว่าเป็นดาราตัวน้อยที่เพิ่งเข้าวงการดีไหม ดาราอย่างเธอจะกลับมาโด่งดังใหม่อีกครั้งได้ยังไงกัน? ต้องใช้ความกล้าหาญมากแค่ไหนถึงจะสามารถเผชิญหน้ากับข่าวลือโคมลอยได้ ต้องยืนหยัดขนาดไหนถึงจะกล้าเผชิญหน้ากับความเข้าใจผิดและความหยิ่งยโสของคนอื่นได้?
ดังนั้นเมื่อหมิงเยี่ยนเฟยเห็นเซี่ยอันหราน ในตอนที่เขายืนยันจะไปเจอเธอโดยไม่สนใจคำคัดค้านของผู้จัดการนั้น ผู้จัดการของหมิงเยี่ยนเฟยตกใจไม่น้อย เขาไม่เคยคิดว่าเซี่ยอันหรานจะสำคัญต่อใจของหมิงเยี่ยนเฟยมากขนาดนี้ เส้นทางที่คนคนนี้ไปมาหาสู่กัน ถึงแม้ว่าเซี่ยอันหรานและหมิงเยี่ยนเฟยจะใส่แว่นตาดำและหมวกเหมือนคนทั่วไปแล้ว แต่ก็ยังถูกคนอื่นจำได้อยู่ดี
ตอนนี้เซี่ยอันหรานกำลังมีข่าวอื้อฉาวในทางที่ไม่ดี ถ้าเกิดถูกคนอื่นเห็นว่ามีความสัมพันธ์ลับ ๆ กับหมิงเยี่ยนเฟย หมิงเยี่ยนเฟยจะต้องถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยอย่างแน่นอน แต่หมิงเยี่ยนเฟยที่ให้ความสำคัญกับสายงานนักแสดงมากดูเหมือนจะไม่สนใจปัญหานี้แล้ว ยังคงดึงดันถือร่มลงจากรถไป เดินตรงไปหาเซี่ยอันหราน สำหรับหมิงเยี่ยนเฟย ต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมาก
พฤติกรรมนี้ เท่ากับเป็นการทำให้สายอาชีพนักแสดงของหมิงเยี่ยนเฟยตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย
แต่เรื่องที่ทำให้ผู้จัดการของหมิงเยี่ยนเฟยเหนือความคาดหมายมากกว่าก็คือหมิงเยี่ยนเฟยกลับมาด้วยสีหน้าผิดหวัง เห็น ๆ ว่าตอนที่อยู่ต่อหน้าเซี่ยอันหรานเมื่อสักครู่นั้น ใบหน้าของหมิงเยี่ยนเฟยแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้ม แต่หลังจากที่หมุนตัวกลับมากลับแสดงสีหน้าผิดหวัง
ผู้จัดการของหมิงเยี่ยนเฟยรู้สึกประหลาดใจที่เซี่ยอันหรานยังกล้าปฏิเสธหมิงเยี่ยนเฟยที่เปรียบเสมือนถ่านท่ามกลางหิมะแบบนี้ เพราะไม่เคยคิดจริง ๆ ว่าเซี่ยอันหรานที่กำลังเป็นข่าวลบ ๆ จะไม่ขัดขวางหมิงเยี่ยนเฟยที่พยายามเข้าหาเธอ เซี่ยอันหรานพูดอะไรกันแน่ ถึงทำให้หมิงเยี่ยนเฟยแสดงสีหน้าผิดหวังมากขนาดนี้
แต่สีหน้าของหมิงเยี่ยนเฟยทำให้ผู้จัดการไม่สามารถถามออกไปด้วยความอยากรู้ได้ เขามองไปยังหมิงเยี่ยนเฟย จากนั้นก็หยิบนิตยสารข้างตัวขึ้นมายื่นให้กับหมิงเยี่ยนเฟย : “ถ้ารู้สึกอึดอัด อ่านนิตยสารสักน้อยก็ได้ อย่าอ่านข่าวในอินเทอร์เน็ตเลย ตอนนี้ไม่มีใครพูดเรื่องดี ๆ หรอก”