ตอนที่ 355
บทที่ 664 จดหมายขอบคุณ
October 31, 2026
เผยเชียนเอื้อมมืออันสั่นเทาไปหยิบแก้วไวน์แดงขึ้นจิบเพื่อสงบสติอารมณ์ อืม ทำไมถึงรู้สึกว่า ‘กะแล้วว่าต้องเป็นแบบนี้’ นะ… เขาเคยโดนโจมตีฉับพลันแบบนี้กลางโต๊ะอาหารมากกว่าหนึ่งครั้งจนแทบจะ สร้างภูมิต้านทานได้แล้ว แต่บอสเผยผู้มีประสบการณ์ช่ำชองไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆ หรอก ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับบอสเผย ยังพอมีเวลาพลิกสถานการณ์กลับ! เผยเชียนวางแก้วไวน์แดงลงบนโต๊ะ “แน่ใจแล้วนะว่าจะร่วมมือกับแบรนด์ เฟอร์นิเจอร์และบริษัทอสังหาริมทรัพย์ “จะไม่พิจารณากันต่ออีกหน่อยเหรอ “ผมว่าแผนนี้ยังดูไม่สมบูรณ์แบบเท่าไหร่” ส่วนจะให้ไปพิจารณาอะไรเพิ่ม เผยเชียนก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่ว่ายังไงหลักๆ ที่ เขาคิดตอนนี้คือทำเงินให้ได้น้อยๆ หรือเลี่ยงไม่ให้ทำเงินเลย แต่แค่หาเหตุผล เหมาะๆ ไม่ได้เฉยๆ เมื่อไหร่ที่บอสเผยไม่รู้จะทำยังไง เขาจะพูดแย็บให้พนักงานมโนไปอีกทาง ซ่งไข่เงียบไปพักใหญ่ก่อนจะพยักหน้า “แน่สิครับบอสเผย ทำไมถึงจะไม่ทำ ล่ะครับ“รู้ๆ กันอยู่ว่าบริษัทอสังหาริมทรัพย์ร่ำรวยมาก! “ส่วนแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ ถึงหลายแบรนด์จะไม่เป็นที่รู้จักเท่าไหร่ แต่พวก เขาก็กำไรสูงมาก มีช่องให้ลดราคาอีกมาก ถ้าเราช่วยให้ลูกค้าได้ส่วนลดและทำให้ บริษัทได้ส่วนแบ่งกำไร ทำไมถึงจะไม่ควรทำล่ะครับ” เผยเชียนหน้าเคร่งเครียดขึ้น คิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าบริษัทอสังหาริมทรัพย์ร่ำรวยมาก คิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าแบรนด์เฟอร์นิเจอร์มีกำไรสูง ถ้ายังมัวแต่ย้ำเรื่องพวกนี้อยู่ ฉันจะสั่งระงับแผนพวกแก! สีหน้าของซ่งไข่เต็มไปด้วยความงุนงง ส่วนเหลียงชิงฟานตกสู่ภวังค์ความคิด บรรยากาศกระอักกระอ่วนขึ้นมา เผยเชียนปล่อยให้เงียบต่อไปแบบนี้ไม่ได้ เขาจึงคิดว่าจะบอกให้ทุกคนเลิก คิดถึงปัญหานี้ ให้กินก่อนแล้วจากนั้นก็ค่อยๆ คิดดู เพราะยิ่งคิดนานเท่าไหร่ บริษัทก็ยิ่งมีรายได้เพิ่มขึ้นช้าลง แต่จังหวะนั้น ลู่หมิงเหลียงที่นั่งฟังบทสนทนาอยู่เงียบๆ ก็พูดขึ้น “พวกคุณทั้งคู่ยังใหม่สำหรับเถิงต๋า รูปแบบการกระทำสิ่งต่างๆ เลยไม่ ใกล้เคียงกับจิตวิญญาณเถิงต๋า ไม่แปลกเลยที่จะไม่เข้าใจจุดประสงค์เบื้องหลัง คำสั่งของบอสเผย”ซ่งไข่กับเหลียงชิงฟานผงะไป ก่อนจะแสดงสีหน้าสงบเสงี่ยมพร้อมฟังคำสอน “บอสลู่แนะนำเราหน่อยได้มั้ยครับ” เผยเชียนเองก็หันไปมองลู่หมิงเหลียงเหมือนกัน บนหัวของเขามีเครื่องหมาย คำถามปรากฏ ? ฉันชวนแกมากินข้าวให้ครบคนเฉยๆ อย่าตีความคำพูดฉันสุ่มสี่สุ่มห้านะเว้ย! อ๋อ ลู่หมิงเหลียงหรอกเหรอ งั้นก็ไม่เป็นไร ถ้าเป็นพวกแบบหลินหวาน หวงซื่อปั๋ว หรือเปาซวี่ เผยเชียนคงหาทางพูดขัด หรือเปลี่ยนเรื่อง เพราะการตีความของคนพวกนี้มักจะนำไปสู่ปัญหา! กลับกัน บอสเผยเชื่อใจลู่หมิงเหลียงมาก เลยปล่อยให้อีกฝ่ายได้พูดอะไรสัก หน่อย ลู่หมิงเหลียงเรียบเรียงความคิด “ตอนได้ยินโมเดลการทำกำไร ผมก็ตกใจ เหมือนกัน เพราะมันเหนือความคาดหมายผมสุดๆ“แต่พอลองคิดดู ผมก็พบปัญหา โมเดลทำกำไรที่พวกคุณคิดเป็นแค่ส่วนเล็กๆจากทั้งหมดที่บอสเผยคิดไว้”เผยเชียน “…”เหลียงชิงฟานกับซ่งไข่ตกตะลึงและนั่งหลังตรงรอฟังอย่างตั้งใจลู่หมิงเหลียงพูดต่อ “ยินดีด้วยที่พวกคุณทั้งคู่ได้เดินเข้าสู่กรอบความคิดของบอสเผย พวกคุณตระหนักถึงสิ่งที่มีค่าที่สุดอันดับสองของเถิงต๋าคอร์เปอเรชันในตอนนี้แล้ว“เถิงต๋ายืนหยัดมายาวนานด้วยการดำเนินงานที่ซื่อสัตย์ ไม่เคยคิดโกงใครพวกเราสร้างชื่อมาแบบนั้นในสายตาลูกค้า ดังนั้นเมื่อเราเริ่มเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่ ลูกค้าจึงมักจะไว้ใจเราง่ายๆ“กิจการของเถิงต๋าอาจจะราคาแพง คุณภาพต่อราคาอาจไม่ดีนัก แต่เราไม่เคยเอาเปรียบลูกค้า ทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นในตัวเราสุดๆ นี่คือทรัพยากรที่ทรงคุณค่าที่สุดอันดับสองของบริษัทเรา”ซ่งไข่ยกมือขึ้นช้าๆ ด้วยความสงสัย “ขอโทษที่ขัดจังหวะนะครับ แล้วทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุดคืออะไรเหรอครับ…”ลู่หมิงเหลียงรู้สึกงุนงงเล็กน้อย ในใจนึกสงสัยว่าทำไมต้องอธิบายเรื่องนี้อีกแต่พอเห็นว่าซ่งไข่หาคำตอบไม่ได้ เขาจึงต้องอธิบายอย่างช่วยไม่ได้ “แน่นอนว่าก็ต้องเป็นมันสมองของบอสเผยอยู่แล้ว”ซ่งไข่ถึงบางอ้อ เขาพยักหน้ารัวจริงด้วย ทำไมคำถามง่ายๆ แบบนี้ถึงตอบไม่ได้นะเราเผยเชียน “…”เขาพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะลู่หมิงเหลียงพูดต่อ “เพราะลูกค้าเชื่อมั่นในตัวเถิงต๋ามากนี่แหละ ถึงทำให้เราประสบความสำเร็จในทุกอุตสาหกรรมที่ก้าวเท้าเข้าไป ดังนั้นความเชื่อมั่นจึงมีค่ามากๆ การให้อพาร์ตเมนต์บ้านจอมเฉื่อยร่วมมือกับแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และบริษัทอสังหาริมทรัพย์จะเท่ากับเอาความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีให้เราไปช่วยสนับสนุนกิจการอื่น“ตามหลักการแล้วก็ถือว่าได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย ในฐานะคนกลาง เราจะเป็นสะพานเชื่อมลูกค้ากับบริษัทอื่น บริษัทที่ร่วมมือกับเราจะทำเงินได้น้อยลงกำไรถูกแบ่ง ลูกค้าได้ส่วนลด ถ้าจัดแจงแบบนี้เราจะได้รับผลประโยชน์“แต่คำถามคือ คุณมั่นใจได้ไงว่าความร่วมมือในลักษณะนี้จะอยู่ในสถานการณ์ในอุดมคติเสมอ คู่ค้าอาจจะเริ่มต้นกับเราดี แต่หลังๆ มาอาจเริ่มโลภมากขึ้นเพราะเห็นว่าหาเงินได้ง่ายขนาดไหน พวกเขาอาจจะลดคุณภาพสินค้าลงเพื่อเพิ่มกำไร แล้วลูกค้าก็มาเจอเข้า…“เราจะมั่นใจได้ยังไงว่าบริษัทที่เราร่วมมือด้วยจะไม่ลดคุณภาพลง“ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ทรัพยากรของเถิงต๋าก็จะแปดเปื้อน รากฐานที่เถิงต๋าสร้างมาจะสั่นคลอน เราอาจจะขาดทุนหนัก“อย่าเชื่อมั่นว่าบริษัทอื่นจะมีมโนธรรมเหมือนเถิงต๋า ไม่กี่วันก่อนเราเพิ่งได้บทเรียนจากบริษัทจู้เจียมาไม่ใช่เหรอ”เหลียงชิงฟานกับซ่งไข่เข้าใจทันทีเป็นภัยแอบแฝงที่ร้ายแรงมาก!จริงๆ แล้วทั้งสองเคยคิดถึงประเด็นนี้ แต่ก็ปัดตกไปเพราะสองเหตุผล หนึ่งเพราะเป็นการขอความร่วมมือเฉยๆ ไม่ได้มีการเซ็นสัญญาเป็นทางการ สอง พวกเขาไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก เพราะไว้ใจบริษัทอื่นเกินไปพอได้ฟังที่ลู่หมิงเหลียงพูด ทั้งสองก็ตาสว่างทันทีบอสเผยเป็นห่วงเรื่องนี้นี่เอง!ทั้งสองหันไปทางบอสเผยแล้วเห็นบอสกำลังจิบไวน์พลางครุ่นคิดอะไรอยู่เหมือนว่ากำลังพยายามปรับแผนให้ดีขึ้นกว่าของพวกเขา