ตอนที่ 371
บทที่ 681 เชื่อมกับ DLC ของเกมฐานทัพกลางทะเล
October 31, 2026
“คุณคิดอะไรไม่ออกเลยเหรอ “อย่าเพิ่งรีบร้อน ค่อยเป็นค่อยไปสิครับ ไหนบอกผมมาทุกอย่างให้ละเอียดว่า คุณรู้สึกยังไง ห้ามตกหล่นตรงไหนแม้แต่นิดเดียวเลยนะครับ” จูเสี่ยวเช่อนั่งอยู่บนโซฟากับลู่จือเหยาในห้องนั่งเล่นของห้องพักระดับสวีท ลู่จือเหยายกน้ำอัดลมที่เหลือครึ่งขวดขึ้นจิบ จากนั้นก็เริ่มบ่นให้จูเสี่ยวเช่อฟัง “ผู้กำกับจู ผมไม่รู้ว่าเป็นเพราะวิธีของคุณไม่ดีหรือเพราะผมจับแก่นไม่ได้ สั้นๆ คือ ผมจับอะไรไม่ได้เลย “คุณให้ผมมองยูนิตทุกตัวเป็นคนจริงๆ “ผมย้ำตัวเองเรื่องนี้ตลอด ตอนเริ่มเล่นแรกๆ ก็โอเคอยู่หรอก ผมพยายามให้ ยูนิตที่เหลือเลือดน้อยอยู่หลังๆ จะได้ไม่มีใครตาย “แต่เล่นไปเรื่อยๆ ถ้าไม่ใส่ใจ คนนั้นก็จะตาย คนนี้ก็จะตาย… “ผมมารู้ทีหลังว่าถ้ายิ่งผมอยากมองยูนิตพวกนี้เป็นคนจริงๆ ผมก็ยิ่งทำไม่ได้! “เพราะถ้าเอาแต่กดดันตัวเองว่ายูนิตพวกนี้คือคนจริงๆ ผมก็จะคิดอย่างมี เหตุผลและจัดการกับสถานการณ์การรบในปัจจุบันไม่ได้ “ยิ่งผมเครียด ก็ยิ่งมีคนตายเพิ่ม“เพราะงั้นตอนใกล้จบ การรบเลยยากขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายผมก็ไม่สามารถ ช่วยชีวิตคนพวกนั้นได้ “ถึงจะโกหกตัวเองซ้ำๆ ว่ายูนิตพวกนี้คือคนจริงๆ ลึกลงไปในใจผมก็ยัง ต่อต้านและปฏิเสธความคิดนั้น เพราะงั้นผมเลยคิดแบบที่คุณบอกไม่ได้ “สุดท้ายผมก็สับสนและหลงทาง ถึงจะตายกันเป็นเบือก็รู้สึกเฉยๆ ทุกอย่าง กลับไปสู่จุดเดิม “สรุปคือผมไม่ได้อะไรจากเกมนี้เลย” พอบ่นเสร็จ ลู่จือเหยาก็หันมองจูเสี่ยวเช่อ ตอนแรก เขาคิดว่าจะได้เห็นความผิดหวังหรือเห็นใจบนใบหน้าของจูเสี่ยวเช่อ แต่ไม่คิดเลยว่าจูเสี่ยวเช่อจะยกมือให้เขาหยุดพูดแล้วก้มหัวครุ่นคิดอย่างจริงจัง ลู่จือเหยาตกใจ หมายความว่าไง หรือผู้กำกับจูจะได้แรงบันดาลใจจากสิ่งที่ฉันเพิ่งพูดไป ผู้กำกับทุกคนคิดเก่งกันขนาดนี้เลยเหรอ บอสเผยกำหนดให้ยูนิตในเกมมีความคิดเป็นของตัวเอง ซึ่งเมื่อนำไปรวมกับ วิธี ‘ทำลายกำแพงที่สี่’ คนก็มักจะคิดไปถึงแนวคิด ‘ยูนิตในเกมคือคนจริงๆ’ แต่แนวคิดนี้เคยใช้ไปแล้ว ถ้าอยากได้แนวทางที่ไม่ซ้ำเดิม เขาก็ต้องขุดลึกลง ไปให้เจอสิ่งใหม่ๆการเดินทางทางจิตใจของลู่จือเหยาอาจเอามาใช้วางพล็อตตรงๆ ไม่ได้ แต่ก็ น่าจะให้แนวคิดบางอย่างที่คิดไม่ถึงมาก่อน ตัวอย่างเช่น อาจดูเป็นเรื่องตลกร้ายที่การใส่ใจมากเกินไปว่ายูนิตพวกนี้เป็นคนจริงๆ รึ เปล่าส่งผลต่อการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล และการไม่มองยูนิตเหล่านี้เป็นมนุษย์ จริงๆ จะช่วยลดการสละชีพได้เพราะสื่อกลางเป็นเกม จิตใต้สำนึกจึงต่อต้านและปฏิเสธความคิดที่ว่า ‘ยูนิตในเกมเป็นคนจริงๆ’พอมีคนตายเยอะเกินไป ชีวิตก็จะกลายเป็นตัวเลข ผู้บัญชาการสูงสุดจะตกอยู่ในความมึนงงและสิ้นหวังแต่การมองผู้คนเป็นตัวเลขนั้นถูกต้องรึเปล่า มันดูจะสร้างปัญหามากขึ้นด้วยซ้ำ…อีกอย่างเกมที่ ลู่จือเหยาเล่นคือ Starcraft 2 ไม่ใช่ Mission & Choiceลองคิดดูสิ ถ้าเป็น Mission & Choice ยูนิตทุกตัวจะมีความคิดเป็นของตัวเอง แถมช่องว่างระหว่างมนุษย์กับเซิร์กก็กว้างกว่ามาก…ความคิดมากมายหลั่งไหลเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว จูเสี่ยวเช่อได้แรงบันดาลใจเปี่ยมล้น!เขารีบพูดขึ้น “ขอผมใช้โน้ตบุ๊กหน่อย!”ลู่จือเหยารีบลุกขึ้น “เอาเลยครับ”จูเสี่ยวเช่อออกจากเกม Starcraft 2 แล้วสร้างเอกสารเวิร์ดขึ้นมาใหม่ ก่อนจะรัวมือพิมพ์ลู่จือเหยายืนมองอยู่ด้านหลังด้วยความสงสัย ผ่านไปครึ่งชั่วโมงเขาก็ถามขึ้น“ผู้กำกับจู นี่คุณ…กำลังเขียนโครงเรื่องตั้งแต่ต้นรึเปล่าครับ”จูเสี่ยวเช่อรีบตอบ “ไม่ใช่แน่นอนครับ! ผมมีบทยาวหลายแสนคำอยู่ในคอมพิวเตอร์ที่ออฟฟิศ นี่ผมกำลังจดแรงบันดาลใจที่ผุดขึ้นมาตอนนี้“อย่าเพิ่งขัดจังหวะความคิดผม แล้วก็อย่าดูด้วย ผมเขียนไม่ได้ถ้ามีคนจ้องเชิญนั่งพักก่อนนะครับ”พอไล่ลู่จือเหยาไปได้ จูเสี่ยวเช่อก็รัวมือพิมพ์อย่างบ้าคลั่ง บันทึกแรงบันดาลใจทั้งหมดเอาไว้ลู่จือเหยารู้สึกสงสัยในใจ แต่ก็ไม่กล้าเดินไปมองอีก จึงได้แต่รอไปก่อน แม้จะรู้สึกเหมือนมีเข็มจิ้มในใจก็ตามจูเสี่ยวเช่อพิมพ์ด้วยความเร็วแสง ทั้งพิมพ์เพิ่มและกดลบไม่หยุดหย่อน“บอสเผยบอกว่าตัวเอกต้องมีแค่ลู่จือเหยาคนเดียว“ถ้าไม่ต้องเข้าฉากสู้กับใครก็จะเป็นการฉายเดี่ยว แสดงว่าตัวเองต้องผ่านการเปลี่ยนแปลงทางความคิดหลายอย่างเพื่อรองรับความยาวเรื่อง“ตอนนี้… ห้าครั้งก็ไม่น่าพอ“อืม… งั้นต้องหาอะไรสักอย่างมาเข้าฉากกับตัวเอก อาจจะไม่ใช่นักแสดง“ปัญญาประดิษฐ์?“ถ้าอยากทำลายกำแพงที่สี่ ตัวเอกต้องคุมกองทัพผ่านการช่วยเหลือจาก AIขณะเดียวกัน ระบบการเล่นต้องออกมาง่าย ซึ่งก็ต้องใช้ AI เข้ามาช่วยประมาณหนึ่ง“ในเมื่อมี AI ในเนื้อเรื่อง ก็ต้องให้อยู่ฝั่งตรงข้ามกับตัวเอก พอเจอการแทรกแซงจาก AI ความคิดของตัวเอกก็จะเปลี่ยนแปลงได้หลายครั้ง“เก้าครั้ง