ตอนที่ 390
บทที่ 700 แผนกอีสปอร์ต
October 31, 2026
จางหยวนตาเป็นประกาย “ช่วยอธิบายรายละเอียดด้วยครับบอสเผย!” เผยเชียนจิบชาพลางเรียบเรียงความคิด “ก่อนอื่นเลย เราต้องทำสัญญาที่มีมาตรฐานแบบเดียวกันกับทุกสโมสรและ นักกีฬาอีสปอร์ตทุกคน ขณะเดียวกันก็ห้ามไม่ให้มีสัญญาที่ฮั้วกันเด็ดขาด “สัญญามาตรฐานจะเป็นแบบระยะสั้นหรือระยะยาวก็ได้ แต่ทั้งสองฝ่าย สามารถแก้ไขได้แค่เนื้อหาพื้นฐานอย่าง ระยะเวลาของสัญญา ค่าเสียหายจากการ ผิดสัญญา ค่าตัว และค่าจ้าง จะเพิ่มข้อจำกัดหรือเงื่อนไขประหลาดๆ เพื่อ กำหนดให้นักกีฬาต้องปฏิบัติตามไม่ได้ “เงื่อนไขที่คลุมเครืออย่าง ‘สมาชิกต้องให้ความร่วมมือกับสโมสรในการ ดำเนินกิจกรรมเชิงพาณิชย์อย่างไม่มีเงื่อนไข’ ห้ามมีเด็ดขาด ทุกอย่างต้องระบุ ชัดเจน “สโมสรสามารถทำกิจกรรมเชิงพาณิชย์ได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของเรา ห้ามทำอะไรเกินขอบเขตหรือกดขี่นักกีฬา “เรื่องที่สอง ระหว่างช่วงซื้อขายตัวนักกีฬาของแต่ละปี สโมสรและนักกีฬา อิสระสามารถติดต่อและทำสัญญากันได้อย่างอิสระ แต่ไม่สามารถเซ็นสัญญากัน เป็นการส่วนตัวได้ ก่อนจะเซ็นสัญญาทุกครั้ง เราจะให้สโมสรต่างๆ มาประมูล นักกีฬาอิสระผ่านระบบประมูลรวม“ระหว่างการประมูล สโมสรสามารถแสดงเจตจำนงและระบุระยะเวลาของ สัญญา ค่าเสียหายจากการผิดสัญญา ค่าตัว ค่าจ้าง ข้อกำหนดพิเศษอื่นๆ ได้ เช่น ระบุจำนวนเวลาเล่นเกมของนักกีฬาในสัญญา “พอได้ทำความเข้าใจเจตจำนงของสโมสรระหว่างช่วงประมูลแล้ว เราจะให้ นักกีฬาตัดสินใจว่าจะเข้าทีมไหน ทั้งสองฝ่ายจะเซ็นสัญญากันได้อย่างเป็น ทางการถ้าต่างฝ่ายต่างเลือกกันและกัน ทางสโมสรห้ามผิดสัญญาที่ให้ไว้ในช่วง ประมูล ผมจะเป็นคนกำกับดูแลเรื่องนี้ด้วยตัวเอง “เรื่องสุดท้าย ถ้ามีข้อขัดแย้งเกิดขึ้น ทั้งสองฝ่ายต้องให้เราเป็นคนไกล่เกลี่ย เราจะทำหน้าที่เป็นคนกลางแล้วหาข้อตกลงที่ทั้งสามฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน “ตามหลักการนี้ สโมสร DGE จะรับแค่นักกีฬาอิสระเท่านั้น ถ้านักกีฬาคน ไหนออกจากสโมสรทั้งที่ยังอยู่ในช่วงระยะเวลาของสัญญา ก็ต้องจ่ายค่าตัวหรือ ค่าเสียหายขั้นต่ำสุดตามมาตรฐานที่วางไว้” จางหยวนผงะไป “เป็นแผนในอุดมคติไปรึเปล่าครับบอสเผย ฟังดูไม่น่าจะ ปฏิบัติได้จริงเลยครับ “ถ้าสโมสรไม่ยอมรับมาตรฐานสัญญานี้ล่ะครับ หรือถ้ามีการแอบฮั้วสัญญา กันล่ะ “สโมสรอาจจะกลับคำหลังจากระบุเจตจำนงไปแล้วก็ได้นะครับ “สัญญาที่ลงนามระหว่างนักกีฬากับสโมสรมีผลบังคับทางกฎหมาย พอมีข้อ พิพาท ทางสโมสรมีสิทธิ์ที่จะข้ามเราไปจัดการเรื่องต่อในศาลได้เลย ถ้าเป็นแบบ นั้นเราก็ทำอะไรไม่ได้นะครับ”เผยเชียนยิ้ม “จัดการได้ง่ายมาก “เราจะทำข้อตกลงกับสโมสรก่อน โดยระบุว่าถ้ามีการฝ่าฝืนกฎ จะถูกปรับ และแบนจากการแข่งขัน“ถ้าสโมสรไหนไม่ยอมรับการกำกับดูแลของเรา ก็จะไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมลีกของGOG ถ้าอยากถอนตัวก็สามารถทำได้ แต่เราจะซื้อทีม GOG ของพวกเขาในฐานะคนกลาง และขายให้สโมสรอื่นที่ตั้งใจจะเข้าร่วมลีกของ GOG”พูดอีกอย่างคือ สโมสรเลือกไม่ยอมรับการกำกับดูแลของ DGE ได้ แต่ DGE ก็ไม่ให้สิทธิ์พวกเขาเข้าร่วมการแข่งขันได้เหมือนกันสโมสรสามารถหันไปจับกีฬาอีสปอร์ตอื่นได้ แต่ทีม GOG จะถูกซื้อคืนแล้วขายต่อให้สโมสรอื่นเพื่อที่จะได้ไม่ขาดทุนมาก แต่ถ้าไม่ยอมรับการกำกับดูแลจากDGE ก็อย่าหวังว่าจะได้เข้ามาอยู่วงในที่เผยเชียนตั้งกฎแบบนี้ขึ้นมามีปัจจัยหลักอยู่สามอย่างอย่างแรกคือ วางมาตรฐานสัญญาและห้ามการฮั้วสัญญาหรือใส่เงื่อนไขเพิ่มเติม เพื่อป้องกันไม่ให้สโมสรเล่นไม่ซื่อหลายสโมสรเสนอราคาสูงลิ่ว ไม่ใช่เพราะพวกเขาคิดว่านักกีฬาเหมาะจะได้เงินสูงขนาดนั้น แต่เป็นเพราะพวกเขาวางกับดักไว้หลายจุดตัวอย่างเช่น หนึ่งในเหตุการณ์ที่พบบ่อยที่สุดคือสโมสรและแพลตฟอร์มไลฟ์สตรีมต่างก็ให้เงินกับนักกีฬา แต่ในความเป็นจริง พวกเขามีข้อกำหนดสำหรับการไลฟ์สตรีมของนักกีฬา ซึ่งจะปั่นมูลค่าทางการค้าในอนาคตของนักกีฬาดูเผินๆ เหมือนว่านักกีฬาได้กำไร แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่แบบนั้นเมื่อเป็นแบบนี้ ค่าตัวนักกีฬาก็จะสูงขึ้น สโมสร DGE ก็จะทำเงินได้มากขึ้นจากการขายนักกีฬา ซึ่งเป็นเรื่องที่เกินรับได้ดังนั้นถ้าทุกคนเล่นแง่น้อยลงและดำเนินการอย่างจริงใจมากขึ้น การเสนอค่าตัวสูงๆ ก็จะแค่ฟังดูดี แต่จริงๆ แล้วไม่มีความหมายอะไรนอกจากนั้น สโมสร DGE เห็นด้วยกับการเสนอค่าตัวขั้นต่ำสุด ซึ่งจะช่วยลดรายได้ของสโมสร DGE ลงได้ด้วยอย่างที่สอง การจัดตั้งแผนกกำกับดูแลจำเป็นต้องมีกำลังคนจำนวนมาก และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรายวันสูง ขณะเดียวกัน กฎระเบียบข้อบังคับต่างๆย่อมมีผลกระทบต่อบางสโมสรแน่นอนถ้ามีสโมสรไม่ยอมรับข้อตกลงและอยากถอนตัว เผยเชียนก็จะซื้อทีม GOGมาเพื่อไม่ให้พวกเขาขาดทุน โดยเขาจะชดเชยเงินลงทุนทั้งหมดให้แต่ก็ไม่ง่ายที่พวกเขาจะกลับมาเข้าร่วมงานแข่งขันได้อีกเผยเชียนไม่หวังอะไรมากไปกว่าได้เสียเงินก้อนโตซื้อทีม GOGอย่างสุดท้าย เผยเชียนมีแนวคิดเกี่ยวกับการควบคุมอุตสาหกรรมและการปกป้องสิทธิ์และผลประโยชน์ของนักกีฬาถ้าไม่มีการกำกับดูแลในระดับที่สูงกว่า ก็ไม่มีทางสร้างความสัมพันธ์ที่เท่าเทียมกันระหว่างนักกีฬาและสโมสรได้ เพราะอำนาจในการต่อรองของทั้งสองฝ่ายนั้นไม่เท่ากันเช่นเดียวกับเหล่ามนุษย์เงินเดือนที่ต้องเผชิญหน้ากับบริษัททั่วไป หลายครั้งพวกเขาทำได้แค่ก้าวเท้าออกจากบริษัทไป และเลือกบริษัทที่แย่น้อยที่สุด แต่ในความเป็นจริง พวกเขาไม่มีอำนาจใดๆ ที่จะต่อรองกับบริษัทมีเพียงคนที่โดดเด่นมากและไม่มีใครแทนที่ได้ซึ่งมีจำนวนน้อยนิดเท่านั้นที่มี