ตอนที่ 396
บทที่ 706 – ให้ไอ้หม่าแบกรับความกดดันทั้งหมด
October 31, 2026
หลังจากส่งหยูผิงอันกลับ ฉางโหย่วก็รวบรวมข้อมูลทั้งหมดแล้ว เริ่มปรับรายละเอียดของผู้ช่วยเสียงปัญญาประดิษฐ ์AEEIS เพิ่มเติม หนึ่งในจุดที่สาคัญที่สุดคือเสียงของ AEEIS ก่อนหน้านี้ ฉางโหย่วไม่สามารถสรุปรายละเอียดเรื่องเสียงของ AEEIS ได้อย่างครบถ้วน บอสเผยก าหนดแนวทางส าหรับเสียง AEEIS ไว้ชัดเจนแล้ว ซึ่งก็ คือต้องไร ้ซึ่งอารมณ์และเป็ นเสียงอิเล็กทรอนิกส์ล้วนๆ แต่เสียงอิเล็กทรอนิกส์ก็มีหลายประเภท ซึ่งเสียงแต่ละประเภทก็ ให้ความรู ้สึกที่แตกต่างกันลิบลับต่อคนฟัง เสียงเหล่านี้มีหลายระดับ ตั้งแต่เสียงอิเล็กทรอนิกส์ล้วนๆ ไป จนถึงเสียงธรรมชาติตามแบบมนุษย์จริงๆ เสียงอิเล็กทรอนิกส์ล้วนคือเสียงหุ่นยนต์ในหนังบางเรื่อง เป็ น เสียงอู้อี้ ดูทึ่มหน่อยๆ และไร ้น้าเสียง แต่ละค ามีการเว้นช่วงอย่าง ชัดเจน ตอนนี้ผู้ช่วยเสียงอัจฉริยะส่วนใหญ่พยายามออกแบบมาให้ ใกล้เคียงกับเสียงธรรมชาติมนุษย์ และท าให้บทพูดมีความเป็ น ธรรมชาติผ่านการบันทึกเสียงจ านวนมากฉางโหย่วพอจะสรุปได้คร่าวๆ ว่าเสียง AEEIS ควรจะอยู่กึ่งกลาง ระหว่างสองแบบนี้ แต่ก็ยังสรุปไม่ได้ว่าจะทาออกมาในระดับไหน เสียงอิเล็กทรอนิกส์ล้วนเน้นคุณสมบัติความเป็ นปัญญาประดิษฐ ์ ของ AEEIS แต่ผู้ใช ้งานอาจใช ้งานได้ไม่ค่อยสะดวก เพราะเสียง อิเล็กทรอนิกส์ฟังออกค่อนข้างยาก ได้ยินไม่ค่อยชัดเจน และไม่ตรง กับคุณสมบัติ ‘ใช ้งานง่าย’ และ ‘มีประสิทธิภาพ’ ของ AEEIS ดังนั้นจุดที่ต้องเน้นเรื่องเสียง AEEIS ในครั้งนี้คือความมี ประสิทธิภาพและใช ้งานง่าย โดยที่ยังเน้นชัดถึงบุคลิกนิสัยและไม่ กระทบกับประสบการณ์การใช ้งานของผู้ใช ้งาน ถ้าน าคุณสมบัติปากร ้ายนิดๆ ของ AEEIS มาพิจารณา พวกเขา ก็เพิ่มฟี เจอร ์อื่นๆ เข้ามาได้ เช่น เพิ่มความเร็วในการพูดเวลาพูด อะไรร ้ายๆ เพื่อเน้นคุณสมบัติเรื่อง ‘การคิดเร็ว’ แน่นอนว่า น้าเสียงเฉพาะที่จะนามาใช ้ต้องให้ทีมงานค่อยๆ ปรับ อาจจะมีแผนงานมากมายผุดขึ้นมา ซึ่งสุดท้ายฉางโหย่วจะเป็ นคน ตัดสินใจ ฉางโหย่วให้แนวทางทั้งหมดกับทีมงาน และบอกให้พวกเขา พยายามเต็มที่ในทิศทางนี้ … …วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม บริษัทลงทุนหยวนเมิ่ง เฮ่อเต๋อเซิ่งรีบลุกขึ้นต้อนรับเผยเชียนกับหม่าหยางเมื่อเห็นทั้ง สองเดินเข้ามา “บอสเผย บอสหม่า อีกฝ่ ายมาถึงและเข้าไปรอในห้องประชุมแล้ว ครับ “เฉินยู่เฟิงเคยท างานทดสอบประสบการณ์การใช้งานผลิตภัณฑ์ ในห้องทดลองที่ปักกิ่งมาสี่ปี และเคยร่วมงานกับเสี่ยวหูรีวิวอยู่พักหนึ่ง แต่ก็ลาออกเพราะไม่พอใจที่เสี่ยวหูรีวิวรับเงินใต้โต๊ะ “เรื่องความเป็ นมืออาชีพไม่ใช่ปัญหาเลยครับ เขามีคอนเนกชัน กับห้องทดลองและสถาบันประเมินเฉพาะด้วย น่ าจะร่วมงานกับ บอสหม่าได้อย่างไม่มีปัญหาครับ” เผยเชียนพยักหน้า “โอเค เข้าไปพบเขากัน” เผยเชียนบอกไว้ว่าจะเตรียมทีมผู้เชี่ยวชาญให้ไอ้หม่า เลยบอก เฮ่อเต๋อเซิ่งให้ไปหาคนเหมาะๆ มา การค้นหาจุดบกพร่องเป็ นงานใช้ฝีมือเฉพาะทาง และเนื้อหาใน ครั้งนี้ก็ไม่ได้จากัดอยู่ที่การประเมินสินค้าดิจิทัล ดังนั้นความรู ้ทาง วิชาชีพจึงมีความส าคัญมากกว่าพอเลือกคนดูแลทีมผู้เชี่ยวชาญได้แล้ว ค่อยไปหาผู้เชี่ยวชาญ ในสาขาต่างๆ มาพอมาถึงหน้าห้องประชุม เฮ่อเต๋อเซิ่งก็เคาะประตูเบาๆ แล้วเปิด ประตูเข้าไปด้านในเฉินยู่เฟิงรีบลุกขึ้นยืนเขาดูมีอายุอยู่ในช่วงสามสิบต้นๆ สวมแว่น ตัดผมสั้น ดูเป็ นคนมี ความสามารถเฮ่อเต๋อเซิ่งผายมือให้ทุกคนนั่งลงแล้วเริ่มแนะนาโปรเจ็กต์คร่าวๆเฉินยู่เฟิงยังดูประหม่าอยู่เล็กน้อยก่อนเฮ่อเต๋อเซิ่งจะติดต่อเข้ามา เขาเป็ นแค่คนตัวเล็กๆ ไม่มี ตัวตนในแวดวงการประเมินผลิตภัณฑ์ ไม่มีความสาเร็จที่โดดเด่น สิ่ง เดียวที่อวดอ้างได้คือเคยรับผิดชอบสคริปต์ลายชิ้นตอนทางานกับ เสี่ยวหูรีวิว ซึ่งหลายคนมองว่าเป็ นจุดด่างพร ้อยเสี่ยวหูรีวิวมีอิทธิพลมากในจีน แต่ก็มีชื่อเสียงที่แย่มาก ผู้ชม หลายคนรู ้ว่าพวกเขาทาเพื่อเงินล้วนๆ พอปล่อยคลิปใหม่เมื่อไหร่เป็ น ต้องโดนด่าทุกครั้งถึงเฉินยู่เฟิงจะมีความเป็ นมืออาชีพมาก แต่ก็เอามาใช ้ประโยชน์ ไม่ได้ในวงการนี้อุตสาหกรรมประเมินผลิตภัณฑ์ต้องอาศัยความไว้วางใจใน อิทธิพลของสื่อนั้นๆ ถ้าไม่มีคนให้ความสนใจมากพอ ถึงจะมีความ เป็ นมืออาชีพมากขนาดไหนก็ยากที่จะถูกเห็นตามที่เฮ่อเต๋อเซิ่งอธิบาย ผู้คุมโปรเจ็กต์นี้คือบอสเผยกับ บอสหม่าแห่งเถิงต๋า เพราะงั้นก็ไม่น่าจะขาดแคลนทั้งในเรื่องการให้ ความสนใจ เงิน และด้านอื่นๆ ถือเป็ นแพลตฟอร ์มที่ดีมากกุญแจสาคัญขึ้นอยู่กับว่าบอสเผยกับบอสหม่าจะพอใจในตัวเขา รึเปล่าแน่นอนว่าก็ไม่ได้หมายความว่าเฉินยู่เฟิงจะตกลงเข้าร่วมโปร เจ็กต์แน่นอน เพราะเฮ่อเต๋อเซิ่งบอกเขาแค่ว่าเป็ นโปรเจ็กต์รีวิวสินค้า แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดอะไรเพิ่มเติมถ้าเป็ นโปรเจ็กต์ที่ทาเพื่อเงินแบบเสี่ยวหูรีวิวก็คงต้องคิดดูใหม่ เพราะถือเป็ นการกระทาที่น่าขยะแขยงมากเฉินยู่เฟิงลุกขึ้นยืนแล้วยื่นเรซูเม่ให้บอสเผยด้วยสองมือ “เรซูเม่ของผมครับ รบกวนบอสเผยช่วยดูก่อนด้วยครับ” เฉินยู่เฟิงเหลือบมองบอสเผยกับบอสหม่าไปด้วยในจังหวะนั้น บอสหม่าดูอายุยังน้อย ใบหน้าใหญ่ยาวมาก… บอสเผยดูอายุยังน้อย หน้าตาเหมือนในซีรีส์เดี๋ยวก่อน นี่มันแปลกๆ ไหม ไหนบอกว่าคนคนนี้เป็ นนักแสดงที่ รับบทบอสเผยไงเฉินยู่เฟิงอึ้งไปอยู่พักหนึ่ง เขาตั้งตาคอยว่าบอสเผยจะหน้าตา เป็ นยังไง แต่กลับได้มาเจอนักแสดงที่รับบทเป็ นบอสเผยแทนต้องมีการเข้าใจผิดอะไรบางอย่างแน่แต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไรให้มากความ เฉินยู่เฟิ งผงะไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็วเผยเชียนรับเรซูเม่มาแล้วเปิดดูคร่าวๆ “ผมดูเรซูเม่คุณมาก่อน แล้ว ซึ่งก็ค่อนข้างพอใจทีเดียว“ผมมั่นใจว่าเรื่องความสามารถไม่น่าจะเป็ นปัญหา เพราะเฮ่อ เต๋อเซิ่งเป็ นคนแนะนาคุณมา“ผมขอเล่าหน้าที่ของคุณให้ฟังคร่าวๆ ก่อนแล้วกัน ถ้าฟังแล้วไม่ ติดขัดตรงไหน ก็ให้เฮ่อเต๋อเซิ่งช่วยตั้งทีมรีวิวแล้วเริ่มโปรเจ็กต์ได้ เลย”เฉินยู่เฟิงผงะไปหา? เร็วไปหน่อยรึเปล่า เขากับบอสเผยไม่เคยเจอกันมาก่อน ไม่ คุ้นเคยกันเลยสักนิด แถมเรซูเม่จะบอกอะไรได้ขนาดนั้นโดยทั่วไปเวลาบริษัทสัมภาษณ์ผู้สมัครงาน อย่างน้อยๆ ก็จะถาม ถึงประสบการณ์การทางานที่ผ่านมาอย่างละเอียด และพูดคุยเกี่ยวกับ ประเด็นทางธุรกิจที่เฉพาะเจาะจงเพื่อให้เข้าใจอีกฝ่ายได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นนอกจากนี้บริษัทส่วนใหญ่จะมีช่วงให้ทดลองงานหลังสัมภาษณ์ เสร็จ ถ้าหลังจบช่วงทดลองงานแล้วไม่พอใจผู้สมัครก็จะเลิกจ้าง บริษัทจะได้ไม่เสียผลประโยชน์มาก