ตอนที่ 79
- บทที่ 79 เกมที่ด่าผู้เล่น!
October 31, 2026
เผยเชียนทำเหมือนว่าตัวเองไม่ชอบเกม Interactive Fiction เพราะว่ามันล้าสมัย แต่จริงๆ ในใจนั้นคิดว่าความล้าสมัยนี่แหละคือความมั่นคง!
Interactive Fiction เป็นแนวเกมที่ล้าสมัยแต่ก็มั่นคงเพราะอยู่รอดมาได้นาน
เผยเชียนมีความทรงจำจากชาติก่อน เขารู้ว่าเกม Chinese Parents เป็นเกมสแตนด์อโลนที่ทำออกมาในแนวเกมแบบ Interactive Fiction ซึ่งก็ถือว่าค่อนข้างประสบความสำเร็จเลยทีเดียว!
เผยเชียนไม่มีทางยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นกับเกมของเขาแน่
ดังนั้นเขาจึงตั้งใจจะไม่ทำเกมไปในแนว Interactive Fiction
เผยเชียนกระแอมกระไอแล้วพูดต่อ
“ไอเดียของผมคือเราควรทำผังงาน[TP1] แบบสามมิติ[TP2] ”
“ใช่แล้ว เอาให้ซับซ้อนเหมือนใยแมงมุม”
“ช่องในผังงานเอาเป็นห้องแยก เส้นเชื่อมเอาเป็นระเบียง”
“ผู้เล่นจะเดินไปตามระเบียง ซึ่งเป็นขั้นตอนการเลือกทางที่จะไปในผังงาน จากนั้นก็นำไปสู่ผลลัพธ์!”
“แต่ละห้องจะมีประตูเชื่อมกับระเบียง หมายความผู้เล่นจะมีตัวเลือกให้เลือกหลากหลาย”
“เข้าใจที่ผมจะสื่อมั้ย”
ทุกคนพยักหน้า จากนั้นก็ส่ายหน้าพร้อมกัน
พวกเขาเหมือนจะเข้าใจ แต่ก็ไม่เข้าใจ!
คำอธิบายของเผยเชียนทำให้หลายๆ คนพอจะนึกภาพรูปแบบการเล่นของเกมออก
การวาดผังงานด้วยโปรแกรมแบบ Visio ถือเป็นเรื่องปกติในการสร้างเกมและในวงการอื่นๆ
ผังงานเป็นตัวใช้แสดงการจัดลำดับความคิดหรือลำดับขั้นตอนการทำงาน
ตัวอย่างเช่น การทำงานบางอย่างจะเริ่มจากเงื่อนไขบางประการ พอผ่านกระบวนการตัดสินใจต่างๆ ก็จะได้ผลลัพธ์ออกมา
ผังงานประกอบด้วยกล่องรูปทรงต่างๆ ที่อัดแน่นไปด้วยตัวอักษรมากมาย กล่องแต่ละกล่องจะเชื่อมต่อกันด้วยลูกศร
เมื่อกล่องทั้งหมดที่ว่าเปลี่ยนมาเป็นรูปแบบสามมิติ มันจะกลายเป็นห้องขนาดเล็กใหญ่ ลูกศรเปลี่ยนเป็นระเบียง ผังงานทั้งหมดจะกลายเป็นเหมือนเขาวงกตขนาดใหญ่
ตัวละครหลักจะต้องเดินผ่านเขาวงกตนี้ โดยประตูแต่ละบานคือตัวเลือก พอเดินไปถึงห้องสุดท้ายก็จะได้เห็นหนึ่งในบทสรุปของเกม
แต่ที่ทุกคนไม่เข้าใจคือ เกมนี้จะถือเป็นเกมแนวไหนกัน
พวกเขาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน!
อย่าว่าแค่ในประเทศเลย ต่างประเทศก็ไม่มีใครทำเกมแบบนี้ออกมา!
จะไปรอดไหมนะ
ต่อให้พวกเขาใช้โมเดลสามมิติคุณภาพสูงกับฉากหลังอลังการหลากหลายแบบ แต่ถ้าเกมที่สร้างออกมาผู้เล่นทำได้แค่เดินต่อไปเรื่อยๆ ล่ะ
พวกเขารู้สึกว่า…มีบางอย่างแปลกๆ!
แต่ก็ไม่มีใครตั้งคำถามเผยเชียน
ไม่เข้าใจอย่างนั้นหรือ
ก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว!
คนธรรมดาทั่วไปจะไปเข้าใจกระบวนการคิดของบอสเผยได้อย่างไร
มีแต่หวงซื่อปั๋วกับเปาซวี่ที่สามารถเดาแผนงานและการออกแบบของเผยเชียนได้คร่าวๆ สำหรับคนอื่นๆ ยังไปไม่ถึงระดับนั้น!
ลู่หมิงเหลียงรู้เรื่องนี้ดี เขาหยิบสมุดโน้ตเล่มเล็กออกมาจดบันทึกอย่างตั้งใจ
โชคดีที่บอสเผยลงรายละเอียดให้ชัดเจน เขาจึงไม่ต้องมานั่งเดาเอาเองมาก
เขาแค่ต้องทำตามที่บอสเผยบอกทุกอย่าง แค่นี้ก็ไม่มีอะไรผิดพลาดแล้ว!
หลินหวานยกมือขึ้นถาม “บอสเผยคะ หนูว่ารูปแบบมันจะออกมาเหมือนนิยายมากกว่า! แต่ถ้าผู้เล่นต้องเดินวนไปมาไม่จบสิ้นแบบนี้จะไม่น่าเบื่อแย่เหรอคะ”
น่าเบื่อเหรอ
ยิ่งดีสิ!
นั่นแหละที่ฉันต้องการ!
แต่คำถามของหลินหวานก็ทำให้เผยเชียนสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซ่อนเร้นอยู่
หรือ…แค่นี้จะยังไม่พอ
ถ้าเกมน่าเบื่ออย่างเดียวอาจจะทำให้คนเลิกเล่นไม่ได้
ถ้าเกิดมีคนชอบเลือกตัวเลือกไปเรื่อยๆ ทนความน่าเบื่อได้ แล้วดันติดใจเกมขึ้นมาล่ะ
เผยเชียนคิดหนัก
“รู้แล้ว”
เผยเชียนนึกไอเดียดีๆ ขึ้นได้ “ใส่เสียงพากย์เข้าไปในเกมด้วยแล้วกัน!”
“เสียงพากย์เหรอคะ” หลินหวานกะพริบตา เธอไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่
การใส่เสียงพากย์เข้าไปในเกมไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ส่วนใหญ่มักจะใส่แค่ในแอนิเมชันตอนเริ่มเกม