ตอนที่ 572
บทที่ 572 คุกเข่าลงแล้วฉันจะบอกแก
October 21, 2026
“เย่เทียน ฉันยังหนักใจอยู่เลยว่าจะหาแกไม่เจอ นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าแกจะมาหาฉันถึงที่แบบนี้!”
กับความโมโหของเซวฟู่ยี่ ตู้เคอหลินก็แค่ขมวดคิ้วเล็กน้อย โดยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมาย และได้หันมองไปที่เย่เทียนอีกครั้ง
นี่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ผิดคาดอะไรมากมาย เขานั้นเป็นแค่คุณชายใหญ่ที่ถูกเอาใจจนเสียคน จึงไม่ค่อยสนใจผลที่จะตามมาสักเท่าไหร่
เย่เทียนขำออกมาอย่างไม่ชอบใจ “ตู้เคอหลิน ผมหักแขนคุณไปข้างหนึ่งคงยังไม่พอ คงต้องหักเพิ่มอีกข้างแล้วล่ะ!”
“เย่เทียน ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกับแขนฉัน แกใช้มนต์ดำอะไรกันแน่?”
เย่เทียนไม่พูดยังไม่เป็นไร พอเย่เทียนพูดถึง ตู้เคอหลินก็โมโหขึ้นมาทันที
“คุกเข่าลงมาขอร้องสิ แล้วผมจะบอกคุณ!”
เย่เทียนขำอย่างไม่ชอบใจไม่ยอมหยุด เขาแค่สกัดจุดบนแขนของตู้เคอหลินเท่านั้น แค่หานักบู๊สักคนที่รู้จักจุดฝังเข็มบนร่างกายก็สามารถคลายมันได้อย่างง่ายดายแล้ว
การที่เขาทำแบบนี้ แค่อยากให้ตู้เคอหลินไปหาคนของสำนักกุยอีผ่านทางตู้เฮิงฉุนเท่านั้น แบบนี้เขาถึงสามารถรับรู้ข้อมูลของแก๊งหย่งเย่ได้มากขึ้น
“แกตายแน่!”
ตู้เคอหลินตกใจ พูดพร้อมกัดฟันแน่นว่า “เย่เทียน วันนี้มันต่างจากที่ผ่านมา ความอัปยศที่แกมอบให้ฉัน วันนี้ฉันจะให้แกต้องชดใช้เป็นร้อยเท่า!”
“คุณเนี่ยนะ? ไม่มีน้ำยาหรอก!” เย่เทียนส่ายหน้าอย่างดูแคลน
“เย่เทียน ฉันรู้ว่าแกสู้เก่ง แต่วันนี้แกได้ตายอย่างแน่นอน!”
ตู้เคอหลินหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ยกมือชี้ไปที่พี่น้องตระกูลเซียว “เห็นสองท่านนี้มั้ย? พวกเขาเป็นคนที่พ่อฉันเชิญมาด้วยราคาที่สูงลิ่ว มาเพื่อจัดการกับแกโดยเฉพาะ!”
“ถ้าแกคุกเข่าแล้วขอโทษฉันตอนนี้ ไม่แน่ฉันอาจจะให้แกได้ตายดีก็ได้!”
“นี่คุณยังไม่ได้นอนหรือกำลังฝันอยู่กันเนี่ย?”
เย่เทียนเบ้ปากอย่างไม่ให้เกียรติ แต่สายตาที่มองไปยังพี่น้องตระกูลเซียวกลับดูระมัดระวังขึ้นมา
“จะตายอยู่แล้วยังจะปากแข็งอีก?”
ตู้เคอหลินขำออกมาอย่างไม่ชอบใจ ไม่อยากพูดมากกับเย่เทียนแล้ว จึงหันไปสั่งพวกบอดี้การ์ดว่า “นี่พวกแกจะมัวยืนบื้ออยู่ตรงนั้นทำไม! หักแขนทั้งสองข้างของไอ้สารเลวนั่นซะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นฉันจะเป็นคนรับผิดชอบเอง!”
“คุณชายตู้ กับไอ้หมอนี่ที่ดูปวกเปียกแบบนี้ ผมแค่คนเดียวก็เกินพอแล้วครับ!”
บอดี้การ์ดคนหนึ่งกวาดตามองเย่เทียนด้วยความดูถูก แล้วพุ่งตัวเข้าไปคนเดียว ยกมือขึ้นมาแล้วชกไปที่หน้าของเย่เทียนอย่างแรง
ซิ่ว!
พอเห็นบอดี้การ์ดที่พุ่งเข้ามา เย่เทียนก็ยิ้มอย่างไม่ชอบใจออกมาที่มุมปาก ในตอนที่กำปั้นของบอดี้การ์ดคนนั้นจะชกโดนหน้านั้น เขาก็เอนหัวทันที ดูเเล้วเหมือนจะอันตราย แต่ความจริงเขากลับหลบออกอย่างปลอดภัย
“กะอีแค่ความสามารถแค่นี้ยังคิดที่จะเล่นงานผมอีก? กลับบ้านไปฝึกอีกร้อยปีเถอะ!”
เย่เทียนส่ายหน้าอย่างดูแคลน แล้วซัดกำปั้นออกไปอย่างฉับพลัน ชกใส่ที่ท้องของบอดี้การ์ดคนนั้นอย่างแรง
ตุบ!
หมัดกับเนื้อปะทะกันจนเกิดเป็นเสียงดัง บอดี้การ์ดคนนั้นได้พุ่งออกไปราวกับลูกธนูที่ออกจากคัน เด้งกลับออกไปกลางอากาศ แล้วกระแทกไปที่โซฟาอย่างแรง
บอดี้การ์ดที่น่าสงสาร ยังไม่ทันที่จะได้โอดครวญสักทีก็หมดสติไปแล้ว
ซี๊ด!
ภาพที่เว่อร์วังนั้น ทำให้ทุกคนตรงนั้นนอกจากพี่น้องตระกูลเซียวก็อดไม่ได้ที่จะสูดหายใจดังซี๊ด สายตาที่มองเย่เทียนก็ดูซับซ้อนขึ้นมา
ต้องรู้ก่อนว่า บอดี้การ์ดคนนั้นอย่างน้อยก็น่าจะหนักร้อยห้าสิบปอนด์ แต่กลับถูกเย่เทียนชกจนกระเด็นออกไปอย่างง่ายดายแบบนี้ พละกำลังนี้มันไม่น่ากลัวไปหน่อยเหรอ?
ถึงแม้ตู้เคอหลินจะเคยเห็นความร้ายกาจของเย่เทียนมาแล้ว แต่พอตอนนี้ได้มาเห็นมันอีกครั้ง ในใจก็ปฏิเสธที่จะรู้สึกกลัวไม่ได้
ส่วนบอดี้การ์ดอีกสี่คนที่เหลือก็ถึงกับกลืนน้ำลาย ทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ และในใจก็อยู่ไม่สุขเลยสักนิด
หันมองไปที่พี่น้องตระกูลเซียว สีหน้าที่เกียจคร้านนนั้นก็ได้หายไปไม่เหลือหลอ และแทนที่ด้วยสีหน้าที่ระมัดระวัง
อย่างไรก็ตาม ตู้เคอหลินก็รีบถอยไปหลบอยู่ข้างตัวพี่น้องตระกูลเซียว และรีบพูดไปว่า “พะ พี่น้องตระกูลเซียว พวกนายสองคนยังมัวนั่งอยู่ทำไม? ยังไม่รีบไปจัดการไอ้หมอนั่นอีก!”
เซียวเจี้ยนพยักหน้าเบาๆ ลุกขึ้นมาทันที เดินไปตรงหน้าเย่เทียนด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ประสานมือแล้วพูดไปว่า “ข้าน้อยเซียวเจี้ยนนั่นคือน้องชายของผมเซียวหยุน ไม่ทราบว่าคุณมีนามว่าอะไรครับ?”