ตอนที่ 199
บทที่ 199 ควรแข็งกร้าวกับนางอย่างไร
October 21, 2026
เฉินเสียนเงยหน้ามองใบหน้าของเขา ภายในใจเกิดความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก เธอไม่อยากได้ยินคำว่า ‘เกะกะ’ จากปากของซูเจ๋อ
เธอไม่อยากทำให้เขาคิดว่าตัวเองเป็นตัวเกะกะ
เฉินเสียนกล่าวว่า “ไม่ได้ไม่พอใจ”
ซูเจ๋อเอ่ยว่า “คำพูดของท่านคลุมเครือ ความจริงแล้วท่านคิดว่าข้าไม่ได้เกะกะ หรือคิดว่าข้าเกะกะแต่ไม่ได้ทำให้ท่านไม่พอใจกันแน่”
“ข้าไม่เห็นรู้สึกว่าจะคลุมเครือตรงไหน เป็นท่านที่คิดมากไปเอง”
ซูเจ๋อกระซิบอย่างแผ่วเบาว่า “เหตุใดท่านจึงอยากใช้ชีวิตร่วมกับเหลียนชิงโจว ท่านชอบเขามากรึ”
เฉินเสียนนิ่งคิดอย่างจริงจังและกล่าวว่า “ชอบ เพียงแต่ยังพูดไม่ได้ว่าเป็นความชอบระหว่างชายหญิง ทว่าข้าคิดว่าความรู้สึกเช่นนี้เราค่อยๆ สร้างมันขึ้นมาได้ บางทีสักวันหนึ่ง ข้าคิดว่าถ้าเป็นก็คงดี”
ซูเจ๋อเอ่ยอย่างพินิจพิจารณาว่า “เป็นเพราะท่านคิดว่าเขาเป็นพ่อของเจ้าน่องน้อยหรือ?”
เฉินเสียนหยุดยืนอย่างตกใจและมองเขาด้วยความงุนงง “ท่านรู้ได้อย่างไร”
“ก่อนหน้านี้ท่านบอกว่าท่านกับฉินหรูเหลียงแต่งงานกันมาหนึ่งปีกว่าและไม่เคยมีความสัมพันธ์กับเขาเลย” ซูเจ๋อเอ่ยยิ้มๆ “นั่นหมายความว่าเจ้าน่องน้อยไม่ใช่ลูกของฉินหรูเหลียง และข้ายังจำได้อีกว่าตอนที่ตั้งชื่อให้เจ้าน่องน้อย ท่านยืนกรานที่จะใช้แซ่ ‘เหลียน’ ด้วยเหตุนี้ข้าจึงเดาได้”
เฉินเสียนไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี ในใจคิดว่าเธอคงอยู่กับคนที่คิดอะไรละเอียดรอบคอบเกินไปไม่ได้ เพราะเขาเชื่อมโยงได้แม้กระทั่งช่องโหว่เพียงเล็กๆ น้อยๆ ในคำพูด
“เจ้าน่องน้อยคงจะรู้สึกไม่ค่อยเป็นธรรมนักที่ต้องไปเป็นลูกของคนอื่นอีกพักหนึ่ง” ซูเจ๋อเอ่ยเบาๆ อย่างคลุมเครือ
มีเสียงประทัดอีกลูกดังขึ้นพอดี ทำให้เฉินเสียนได้ยินที่เขาพูดไม่ชัด เธอถามไปว่า “ท่านว่าอย่างไรนะ”
“ข้าถามว่า ท่านรู้ไหมว่าเหตุใดเหลียนชิงโจวจึงปฏิเสธท่าน”
“ทำไมหรือ”
ดวงตาของซูเจ๋อหรี่ลง เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรื่อยๆ ว่า “เท่าที่ข้ารู้ เขาไม่ชอบผู้หญิง”
“หือ?” เฉินเสียนประหลาดใจมาก “ท่านบอกว่าเขาเป็นพวกชายรักชายงั้นหรือ”
ทันใดนั้นเฉินเสียนก็เข้าใจทุกอย่างอย่างกระจ่าง เธอตีมือดังแปะ “มิน่าเล่า! ไม่แปลกใจเลยที่เขาปฏิเสธข้า ตั้งแต่รู้จักกันมาเนิ่นนานข้ายังไม่เคยเห็นว่ามีสตรีอยู่ข้างกายเขาสักคน! แท้จริงแล้วเป็นเพราะรสนิยมที่บอกให้คนนอกรู้ไม่ได้นี่เอง!”
เธอลูบคาง “เช่นนั้นก็หมายความว่าเขาไม่ใช่พ่อของลูกชายข้านะสิ”
ซูเจ๋อกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ไม่ว่าพ่อของเจ้าน่องน้อยจะเป็นใคร ในตอนนี้เขาจำเป็นต้องเป็นบุตรในนามของท่านแม่ทัพใหญ่ อาเสียน มีปัญหาน้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดี”
เฉินเสียนเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง “อืม ท่านก็พูดถูก ถ้าหากข้าหาพ่อของเขาจนพบและพบว่าเขาเป็นคนอัปลักษณ์ขึ้นมาล่ะ จะทำอย่างไร”
ซูเจ๋อ “.....”
เฉินเสียนยังคงทอดถอนใจ “ที่เจ้าน่องน้อยเติบโตขึ้นมาและมีรูปร่างหน้าตาดีเช่นนี้ ทั้งหมดคงเป็นเพราะได้กรรมพันธุ์ของข้าช่วยเอาไว้”
ครั้นแล้วเธอก็นึกถึงอีกเรื่องหนึ่งซึ่งค่อนข้างน่าสงสัยขึ้นมาได้ เธอเงยหน้ามองซูเจ๋อและถามว่า “ท่านกับเหลียนชิงโจวรู้จักกันมานาน ไม่ใช่ว่าท่านสองคนเป็นคู่รักกันหรอกนะ”
ซูเจ๋อฟังแล้วเห็นเป็นเรื่องตลกจนมีรอยยิ้มแผ่ซ่านไปถึงดวงตา ขณะที่เขากำลังจะหัวเราะและเงยหน้ามองไปข้างหน้าอย่างไม่ได้ตั้งใจ ฝีเท้าของเขาก็หยุดชะงัก ความรู้สึกอบอุ่นบนใบหน้ากลับกลายเป็นความเย็นชา
มีคนสองคนกำลังเดินมาจากอีกฟากของถนนอย่างไม่เร่งรีบ
ดูเหมือนจะเป็นคนรู้จัก
คนสองคนที่กำลังเดินมาจากฝั่งตรงข้ามคือขุนนางในราชสำนัก
เวลาล่วงมาถึงตอนนี้แล้ว ผู้คนบนถนนจึงบางตามาก โดยทั่วไปจึงไม่น่าจะมีขุนนางมาเดินไปเดินมาอยู่แถวนี้แล้ว
แต่ขุนนางทั้งสองคนนั้นแต่งกายด้วยเสื้อผ้าธรรมดา ร่างกายเต็มไปด้วยกลิ่นสุราและเมามายไม่ได้สติ ที่ด้านหลังมีคนติดตามตามมาด้วยสองคน เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเพิ่งกลับมาจากงานเลี้ยงที่อื่น
พวกเขากำลังพูดคุยกันถึงหญิงสาวในหอและหิมะในคืนวันส่งท้ายปีเก่า นานๆ ทีจึงจะได้ทำตัวสำมะเลเทเมาอย่างเต็มที่เช่นนี้ ทั้งยังได้เดินลุยบนหิมะ ซึ่งนับเป็นเรื่องที่เพลิดเพลินใจมาก
เฉินเสียนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ซูเจ๋อจึงหยุดเดินอย่างกะทันหัน เธอคิดว่าเธออาจจะพูดจาตรงเป้าจึงหันกลับไปมองเขาและเอ่ยยิ้มๆ ว่า “ทำไม หรือว่าท่านมีรสนิยมเช่นนั้นจริงๆ”