ตอนที่ 417
บทที่ 451 หลานเขยยอดเยี่ยม 1
October 22, 2026
เจียงเฉิงเองก็รู้ว่าดูซอมซ่อแร้นแค้นไปหน่อย แต่เขาเองก็ไม่ได้มีความคิดจะจัดงานใหญ่โตครึกโครม เพราะก็ไม่ได้อยู่ที่นี่ถาวร เขาจึงยิ้มเอ่ยว่า “วันนี้ก็ถือซะว่าเป็นงานเลี้ยงครอบครัว แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน”
“ซอมซ่อขนาดนี้ยังจะเปิดกิจการอีกทำไม ปิดประตูซะเถอะ” สวี่จื้อกั๋วแค่นเสียงเย็นแล้วเอ่ย
“นั่นสิ แค่วางกระถางดอกไม้กับติดป้ายนิดหน่อยจะถือว่าเป็นงานเปิดกิจการได้ยังไงกัน? ใครเขารู้เข้าคงจะหัวเราะเยาะตาย” สวี่เหลียงพูดสนับสนุนอาสองของตัวเองต่อ
วันนี้พวกเขามาที่นี่ก็เดาได้แล้วว่าที่นี่จะไม่มีคน เป็นไปไม่ได้ที่จะมีคนมาร่วมงานด้วยซ้ำ ดังนั้นพวกเขาจึงจะเยาะเย้ยเจียงเฉิงให้สมใจ
“ใครมาไม่มามันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ? ลูกเขยฉันแค่ไม่อยากเชิญใคร ถ้าอยากเชิญจริงๆ ก็มีคนมากมายแทบจะแย่งกันมาด้วยซ้ำ” สวี่จื้อจุนไม่อยากเห็นลูกเขยตัวเองถูกกลั่นแกล้ง พลันรีบเอ่ยทันที
“อาสาม ตอนนี้อาพูดโวก็หน้าไม่แดงบ้างเลยนะ ตอนนั้นอายังพูดอยู่เลยว่าจะสร้างเนื้อสร้างตัวให้ปู่ดู ตอนนี้อาสร้างเนื้อสร้างตัวไปถึงไหนแล้วล่ะ? ถ้าครั้งนี้อาไม่มา พวกผมก็จะลืมอาไปแล้ว” สวี่เหลียงมองสวี่จื้อจุนอย่างดูหมิ่น
สวี่จื้อจุนเองก็ถูกสวี่เหลียงเย้ยหยันจนสีหน้าแดงสลับขาว ก็จริงที่ตอนนั้นเขาเคยพูดตอนออกจากตระกูล ว่าต่อให้เขาไม่เรียนแพทย์ แต่เขาก็สามารถสร้างเนื้อสร้างตัวให้ได้ดี ทว่าแท้จริงแล้วเขาทำไม่ได้ตามที่เคยพูดเอาไว้
“นั่นสิ อาสาม ต่อให้ลูกเขยอาจะเรียกคนมาเป็นฝูงได้ แต่ก็คงจะเป็นพวกคนไข้ที่เขาเคยดูแลตอนเป็นบุรุษพยาบาลละนะ ไม่ใช่ว่าถึงเวลาก็มีแต่คนไข้ยกโขยงกันมานะ นั่นจะยิ่งขายหน้ากว่าเดิมเสียอีก” สวีหย่าเองก็เอ่ยอย่างขบขัน
สวี่ฉิงถูกคนพวกนี้ยั่วโมโหจนจะทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ทว่าเธอยังไม่ทันจะปรี๊ดแตก เจียงเฉิงก็กดต้นขาเธอเอาไว้ พลางส่ายหน้าให้เธอเบาๆ
เจียงเฉิงรู้ว่าถึงพูดไปก็ไม่มีประโยชน์ แทนที่จะเสียน้ำลายกับคนพวกนี้ สู้กินข้าวอย่างสงบแบบนี้จะดีกว่า
“เอาน่า วันนี้ก็ถือว่าให้ปู่มาเยี่ยมชมคลินิกของเราละกัน เปิดกิจการก็กินข้าวกันสักมื้อหนึ่งก็พอแล้ว” เจียงเฉิงลุกขึ้นยืนแล้วยิ้มเอ่ยกับทุกคน
พูดจบ เจียงเฉิงก็นั่งลงกินข้าว พวกสวีหย่าเห็นเจียงเฉิงไม่โกรธก็ทำได้เพียงต้องกินข้าวตาม ทว่าสวี่เหลียงกลับส่งสายตาให้สวีหย่า ความหมายคือจากนี้ไปยังมีเรื่องสนุกให้ดูต่ออีก
ขณะที่กำลังกินข้าว จู่ๆพนักงานก็เดินเข้ามา
“คุณผู้ชาย กรุณากินเร็วหน่อยนะคะ ห้องจัดเลี้ยงของเรา อีกเดี๋ยวอาจจะมีคนมาใช้ต่อแล้ว” พนักงานสาวเอ่ยกับเจียงเฉิงอย่างไม่สบอารมณ์นัก
“ครับ ผมเข้าใจแล้ว” เจียงเฉิงเองก็รีบตอบ พวกเขามากันแค่โต๊ะเดียว แต่จองห้องจัดเลี้ยงที่ใหญ่ขนาดนี้ ก็จริงที่ไม่ค่อยสมเหตุสมผล ทว่าเจียงเฉิงเองก็จ่ายเงินเพิ่มส่วนหนึ่ง จึงจะจองห้องห้องจัดเลี้ยงนี้
“โธ่ พนักงานถึงกับมาเร่งแล้ว ตลกจริงๆ มากันแค่โต๊ะเดียวยังจะจองห้องจัดเลี้ยงอีก” สวีหย่าป้องปากพูดกับเจียงเฉิงอย่างขบขัน
“ผมเองก็จองเผื่อไว้ ถ้าสมมติว่ามีคนมาล่ะ?” เจียงเฉิงยิ้มเอ่ยกับสวีหย่า
“ข้าวก็กินไปตั้งครึ่งมื้อแล้ว ยังจะมีใครมาอีก นายก็หลอกตัวเองไปเถอะนะ” สวีหย่ามองบนใส่เจียงเฉิง