ตอนที่ 12
บทที่ 12
September 11, 2026
คุณหญิงย่าค่อนข้างจนใจ คิดว่าหรงฉือไม่เข้มแข็งพอ เชื่อฟังและตามใจเฟิงถิงเซินมากเกินไป จนทำให้พลาดโอกาสดีๆ ไปหลายครั้ง ซึ่งทำให้พวกเขาไม่มีความคืบหน้าเลยแม้จะผ่านมาหลายปี
แต่หรงฉือพูดไปแบบนั้นแล้ว และเธอก็ไม่ได้บังคับอะไร
เมื่อเริ่มทานอาหารอย่างเป็นทางการ ทุกคนต่างพูดคุยไปพลางทานอาหารไปพลาง บรรยากาศดีมากเลยทีเดียว
หรงฉือพูดน้อยมาก นั่งก้มหน้าก้มตากินข้าวอย่างเงียบๆ
นับตั้งแต่ที่เฟิงถิงเซินเดินเข้ามาในบ้านจนถึงตอนนี้ก็ผ่านไปสิบกว่านาทีแล้ว แต่สามีภรรยายังไม่ได้พูดคุยกันเลยแม้แต่ประโยคเดียว
หรือไม่แม้แต่สื่อสารกันเลยตลอดเวลา
นี่เป็นเรื่องปกติระหว่างสามีภรรยาคู่นี้
ความจริงทุกคนก็ชินกับมันแล้ว จึงไม่ได้สังเกตเห็นอะไรที่ผิดปกติ
เมื่อใดก็ตามที่เฟิงจิ่งซินคิดอยากจะกินอะไร เมื่อก่อนหรงฉือก็จะดูแลเธอ แต่ตอนนี้เธอชินกับการขอให้เฟิงถิงเซินช่วยตักให้เธอ
แต่ว่า ตอนเธออยากกินกุ้งตัวใหญ่ เธอกลับหันไปทางหรงฉือ
เพราะเมื่อก่อนตอนที่เธอกินกุ้ง หรงฉือก็จะเสนอตัวช่วยแกะเปลือกกุ้งให้เธอกับเฟิงถิงเซิน
“คุณแม่คะ หนูอยากกินกุ้งตัวใหญ่”
หรงฉือต้องการหย่าร้าง และไม่ต้องการที่จะต่อสู้กับเฟิงถิงเซินเรื่องสิทธิการเลี้ยงดูเฟิงจิ่งซิน
แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่ถึงยังไงเฟิงจิ่งซินก็เป็นลูกสาวของเธออยู่ดี เธอมีหน้าที่และความรับผิดชอบที่จะดูแลลูกให้ดี และพยายามตอบสนองความต้องการของลูกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ดังนั้นตอนนี้เฟิงจิ่งซินต้องการให้เธอแกะกุ้งให้ หรงฉือจึงตอบว่า “ได้จ๊ะ”
เธอวางตะเกียบลงแล้วเริ่มแกะเปลือกกุ้ง คุณหญิงย่ามองดูมือของเธอ จู่ๆ ก็พูดว่า “เสี่ยวฉือ แหวนของเธอล่ะ?”
ทันทีที่เธอพูดจบ ทุกคน——รวมทั้งเฟิงถิงเซินต่างก็หันไปมองที่มือของหรงฉือ
แม้ว่าเธอชีวิตหลังแต่งงานระหว่างเธอกับเฟิงถิงเซินจะเย็นชาเหมือนน้ำแข็ง หรงฉือก็ยังคงสวมแหวนแต่งงานที่คุณหญิงย่าเฟิงเตรียมให้พวกเขาตลอดเวลา
ตรงกันข้ามกับเฟิงถิงเซินที่ไม่เคยสวมใส่เลยแม้แต่สักครั้งเดียว
แหวนแต่งงานที่เป็นของเขานั้น ไม่รู้ว่าถูกเขาทิ้งไปที่ไหนแล้ว
หลายปีที่ผ่านมา หรงฉือจะใส่แหวนติดตัวไปทุกที่ และไม่ยอมถอดออก
ทุกคนก็คุ้นชินกับมัน
หลายปีที่ผ่านมา เฟิงถิงหลินมักประชดประชันเธอเพราะเรื่องนี้บ่อยครั้ง
ตอนแรกทุกคนก็ไม่ได้สังเกตเห็นว่าวันนี้เธอไม่ได้สวมแหวนแต่งงาน เพราะปกติก็ไม่มีใครจ้องมองมือของเธอเป็นพิเศษอยู่แล้ว
ดังนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะได้ยินคุณหญิงย่าพูดแบบนั้น ทุกคนก็ไม่สังเกตเห็นเรื่องนี้จริงๆ
หรงฉือหยุดแกะกุ้งไปชั่วขณะอย่างไม่แสดงอาการ แล้วพูดอย่างเป็นธรรมชาติในทันทีว่า “เมื่อเช้านี้รีบออกจากบ้านก็เลยลืมไว้ที่บ้านน่ะค่ะ”
จริงๆ แล้วเธอถอดแหวนออกตั้งแต่ตอนที่เธอเตรียมเอกสารข้อตกลงการหย่าร้าง
แล้วใส่ไว้ในซองพร้อมกับข้อตกลงการหย่า
อย่างไรก็ตาม เธอกับเฟิงถิงเซินยังไม่ได้หย่าร้างอย่างเป็นทางการ และเธอก็รู้ดีว่าคุณหญิงย่าไม่มีทางเห็นด้วยกับการที่พวกเขาหย่าร้างกันแน่นอน ถ้าเธอพูดเรื่องที่เธอจะหย่ากับเฟิงถิงเซินตอนนี้ คาดว่าเธอกับเฟิงถิงเซินคงหย่าร้างกันไม่ได้ในเร็วๆ นี้
ดังนั้นหรงฉือจึงไม่ได้บอกความจริงกับคุณหญิงย่า
คุณหญิงย่าฟังแล้วก็ยิ้ม “เป็นแบบนี้นี่เอง”
จากนั้นทุกคนก็กลับมาทานข้าวตามปกติกันต่อ
หลังทานอาหารเสร็จ ทุกคนย้ายไปทานผลไม้และขนมหวานที่ห้องนั่งเล่นพลางพูดคุยกันไปด้วย
คุณหญิงย่าต้องการจับคู่หรงฉือและเฟิงถิงเซินมาโดยตลอด
และอยากให้หรงฉือและเฟิงถิงเซินนั่งด้วยกันอีก
เฟิงถิงเซินยังคงไม่ชายตามองหรงฉือ
หรงฉือก็ไม่อยากไปนั่งตรงนั้น แต่จะเอาแต่ปฏิเสธคุณหญิงตลอดไม่ได้ ก็เลยนั่งลงข้างๆ เฟิงถิงเซิน
นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่พวกเขานั่งใกล้กันขนาดนี้
หรงฉือสามารถได้กลิ่นน้ำหอมสไตล์ผู้ชายจางๆ ที่คุ้นเคยบนร่างกายของเฟิงถิงเซินอย่างชัดเจน
แต่ใจของเธอตอนนี้สงบเหมือนน้ำนิ่ง เอาแต่กินพุดดิ้งผลไม้ตรงหน้าอย่างช้าๆ โดยไม่มีท่าทีที่จะเริ่มพูดคุยกับเฟิงถิงเซินก่อนเลย
คุณหญิงย่ากลับรู้สึกพอใจมาก มองไปที่เธอและเฟิงถิงเซินแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ช่างเหมาะสมกันจริงๆ เลย”
คนหนึ่งหล่อเหลาองอาจ ส่วนอีกคนเงียบสงบ อ่อนโยนและสวยมาก แค่มองรูปลักษณ์ภายนอกถือว่าเหมาะสมกันมากจริงๆ
แต่เหมาะสมกันแค่เพียงรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น
ถ้าพูดถึงเงื่อนไขอื่นๆ หรงฉือยังห่างไกลนัก