ตอนที่ 172
บทที่ 172
September 11, 2026
ทว่าฐานะทางสังคมที่เหรินอี้อันอยู่ มีแหล่งข่าวชั้นดีอยู่แล้ว จะได้เปรียบกว่าคนอื่นก็เป็นเรื่องปกติ
แวดวงชั้นสูงก็เป็นแบบนี้
อวี้มั่วซวินชินชาไปแล้ว
เขากัดฟันกรอดพลางพูด “บริษัทของพวกเราจำเป็นต้องร่วมมือกับคนอื่น จึงจะสามารถทำเป็นโปรเจกต์ขนาดใหญ่ได้ก็จริง แต่ช่วงนี้รู้สึกขัดหูขัดตากับเหรินจี่เฟิง...”
หรงฉือรู้ว่าเขาไม่พอใจที่เหรินจี่เฟิงชอบหลินอู๋
หรงฉือไม่ได้แยแสแล้วจริง ๆ
เธอกล่าวอย่างใจเย็นว่า “โปรเจกต์เป็นไปอย่างราบรื่น พวกเราต้องฉกฉวยผลประโยชน์ให้มากที่สุดนี่จึงเป็นเรื่องสำคัญ เรื่องอื่นก็เป็นเรื่องรองลงไป”
เธอเคยเจอเหรินอี้อันแล้วครั้งหนึ่ง
บางทีเขาอาจจะเห็นแก่ตัว ทว่าดูจากท่าทีที่เหล่าอาจารย์มีต่อเขาก็พอจะรู้ได้ว่า เหรินอี้อันเป็นคนที่เชื่อถือพึ่งพาได้
อวี้มั่วซวินกล่าว “ผมรู้”
เขาก็แค่พูดออกมาเท่านั้นเอง
เขาเชิดหน้าขึ้นส่งเสียงฟึดฟัดพลางกล่าว “อย่างไรเสียยังมีเวลาอีกระยะหนึ่งที่เราจะระดมทุนอย่างเป็นทางการ ผมจะเมินเฉยใส่เขาไปก่อนแล้วกัน”
หรงฉือยิ้ม “โอเค”
เขามีความสุขก็ดีแล้ว
หลังจากที่วางสายเหรินจี่เฟิงไปแล้ว หรงฉือกับอวี้มั่วซวินก็คุยกันเรื่องธุรกิจต่อ
ทว่าผ่านไปครึ่งชั่วโมง โทรศัพท์ของอวี้มั่วซวินก็ดังขึ้นอีกครั้ง
เมื่อเห็นสายเรียกเข้าปรากฏ ครั้งนี้เขาไม่ได้รังเกียจและดีอกดีใจ
หรงฉือรู้ทันทีว่าเป็นสายเรียกเข้าจากคนสนิทอีกแล้ว กล่าวถามว่า “...ใคร”
อวี้มั่วซวินยิ้ม “เฮ่อฉางปั่ว”
“มาขอเป็นหุ้นส่วนเหมือนกันเหรอ?”
“เป็นไปได้สูง”
ความสัมพันธ์ของอวี้มั่วซวินกับเฮ่อฉางปั่วเหมือนกับเหรินจี่เฟิงไม่มีผิด โดยปกติแล้วพวกเขาก็ไม่ได้ติดต่ออะไรกันมากมาย
หากเฮ่อฉางปั่วไม่มีเรื่องอะไรก็คงจะไม่โทรมาหาเขา
อีกอย่าง ตระกูลเฮ่อและตระกูลเหรินล้วนมีคนอยู่แวดวงการเมืองและกองทัพเหมือนกัน
จึงได้รับข่าวสารรวดเร็วทันใจอย่างมาก
อวี้มั่วซวินถามหรงฉือ “รับดีไหม?”
หรงฉือเป็นภรรยาของเฟิงถิงเซิน ในฐานะที่พวกเฮ่อฉางปั่วเป็นเพื่อนสมัยเด็กของเฟิงถิงเซินไม่ชอบขี้หน้าเธอ กลับยอมรับในตัวหลินอู๋มือที่สามคนนี้ และยังมีความสัมพันธ์ที่ดีขนาดนั้นกับหล่อนอีกด้วย
ในมุมของเขาแล้ว เฮ่อฉางปั่วน่ารังเกียจยิ่งกว่าเหรินจี่เฟิงเสียอีก
หรงฉือกล่าว “รับเถอะ”
เธอไม่อยากให้อวี้มั่วซวินใช้อารมณ์ในการทำงาน
อวี้มั่วซวินรับสายโทรศัพท์
เป็นดังที่เขาคาดไว้ เฮ่อฉางปั่วโทรมาขอเป็นหุ้นส่วนเหมือนกับเหรินจี่เฟิงจริง ๆ
หลังจากที่เฮ่อฉางปั่วบอกเจตนาเรียบร้อยแล้ว กล่าวว่า “ตอนนี้ผมมาทำงานต่างแดน พรุ่งนี้ตอนกลางวันถึงจะกลับเมืองตูเฉิง พรุ่งนี้ตอนเย็นกินข้าวด้วยกันดีไหมครับ?”
อวี้มั่วซวินกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ขอบคุณความกรุณาของประธานเฮ่อนะครับ เพียงแต่ว่าโปรเจกต์เพิ่งจะเริ่มต้น ในบริษัทมีงานเยอะเป็นพิเศษ พรุ่งนี้ทางเราสละเวลาไปไม่ได้จริง ๆ ไว้คราวหน้าแล้วกันนะครับ”
“แล้วถ้าเป็นวันพฤหัสบดีล่ะครับ?”
อวี้มั่วซวิน “ ทางเรายังไม่มีเวลาที่แน่นอนครับ แต่ถ้ามีเวลาแล้วจะรีบติดต่อคุณทันทีอย่างแน่นอนครับ”
เฮ่อฉางปั่วรู้ดีว่าอนาคตโปรเจกต์ทั้งสองของบริษัทพวกเขาล้วนจะได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก อวี้มั่วซวินคงจะไม่กังวลว่าจะหาผู้ร่วมลงทุนไม่ได้อย่างแน่นอน
เขากล่าว “ได้ครับ ทางเราจะรอสายโทรศัพท์จากประธานอวี้ทุกเมื่อเลยครับ”
หลังจากที่วางสายแล้ว อวี้มั่วซวินดีใจจนตบโต๊ะ ยิ้มไม่หุบ “สะใจ!”
หรงฉือก็ยิ้มเช่นกัน
ระหว่างที่อวี้มั่วซวินยิ้ม จู่ ๆก็นิ่งเงียบไป มองไปที่หรงฉือพลางกล่าว “คุณว่า...ทางเฟิงถิงเซินจะอยากร่วมมือกับพวกเราเหมือนกันไหม?”
หากคำนวณดูแล้ว พวกเขากับซวิ่นตู้ก็ถือว่าเป็นบริษัทแขนงเดียวกัน