ตอนที่ 2
บทที่ 2
November 4, 2026
ย้อนกลับไปเมื่อห้าปีที่แล้ว
ประเทศไทย
จังหวัดเชียงใหม่
“มะเร็งกระเพาะอาหารเหรอคะ”
ร่างบอบบางในชุดนักเรียนม.ปลายถามคุณหมอที่นั่งอยู่ตรงข้ามด้วยน้ำเสียงอันเบาหวิวก่อนที่น้ำตาจะไหลรินเป็นสายลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ มือบอบบางสั่นระริก ไร้เรี่ยวแรงจะควบคุม เพียงเพราะคำพูดสั้น ๆ ที่ได้รับรู้นั้นคล้ายบีบหัวใจคนฟังให้แตกสลายได้ทุกเมื่อ
“ใช่ครับ ตอนนี้อาการของคนไข้อยู่ในระยะที่สอง ก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้นและเริ่มลุกลามไปยังอวัยวะส่วนอื่นแล้ว หมอแนะนำว่าเราควรผ่าตัดกระเพาะอาหารนำส่วนที่เป็นก้อนเนื้อออกมา ร่วมกับการทำเคมีบำบัดหลังผ่าตัดและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด”
“แต่การรักษาให้หายขาดนั้นเป็นไปได้ยากกว่าในระยะแรกครับ เพราะถ้าคนไข้รู้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก เรายังสามารถผ่าตัดนำเฉพาะก้อน เนื้อออกมาและรักษาให้หายขาดได้”
“การรักษาในระยะที่สองนี้ พูดตามตรงว่าเป็นการรักษาเพื่อยื้อเวลาของคนไข้ให้อยู่กับญาติได้นานขึ้นเท่านั้นครับ อย่างน้อย ๆ ก็ประมาณห้าปีหรืออาจมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสุขภาพและจิตใจของคนไข้”
คุณหมอหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับที่รักอธิบายรายละเอียดให้เธอฟังด้วยความเห็นใจระคนสงสารเด็กสาวที่นั่งน้ำตาไหลพรากอยู่ข้างหน้าตน
“ผะ ผ่าค่ะคุณหมอ หนูอยากให้ ฮึก อยากให้แม่ได้รับการผ่าตัด ฮึก ค่ารักษาจะแพงแค่ไหน ฮึก นะ หนูก็ยอม”
ที่รักละล่ำละลักบอกคุณหมอหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามก่อนที่จะร้องไห้โฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าคนตรงหน้าจะมองเธออย่างไร ในหัว คิดตัดพ้อต่อโชคชะตาที่ไม่เคยเข้าข้างเธอเลยสักครั้งซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น
ทำไมโชคชะตาถึงชอบเล่นตลกกับเธอนักนะ ตอนเธออยู่ม.3 พ่อของเธอก็ประสบอุบัติเหตุ จากไปก่อนวัยอันควร ทิ้งให้เธอกับแม่ต้องสู้ชีวิตกันมาสองคนด้วยความยากลำบากที่เสียหัวหน้าครอบครัวอย่างพ่อไป
“ตกลงครับ ทางเราจะรีบดำเนินการให้เร็วที่สุด แล้วจะนัดวันที่คนไข้เข้ารับการผ่าตัดอีกครั้งหนึ่ง ญาติไม่ต้องกังวลใจไปนะครับ เดี๋ยวพยาบาลจะนำทางไปที่เคาน์เตอร์เพื่อสอบถามค่ารักษา ถ้าคนไข้มีสิทธิ์การเบิกค่ารักษาและประกันสามารถแจ้งได้เลยครับ”
ได้ยินแบบนั้นที่รักก็พยายามลุกขึ้นยืนด้วยขาที่สั่นระริกจนแทบทรงตัวไม่อยู่ โดยที่มีพี่พยาบาลช่วยประคองร่างบางออกจากห้องไปเพื่อสอบถามข้อมูลตามที่คุณหมอแจ้งมาเมื่อสักครู่
“สามแสนเลยเหรอคะ”
หน้าสวยซีดเผือดเบิกตากว้างอย่างตกใจกับค่ารักษาพยาบาลที่พยาบาลสาวสวยกำลังแจกแจงรายละเอียดอยู่ตรงหน้า
“ใช่ค่ะ เพราะที่นี่เป็นโรงพยาบาลเอกชนค่ารักษาเลยแพง แต่ถ้าหนูไม่สะดวกจ่ายหรือจ่ายไม่ไหวพี่ทำเรื่องส่งตัวไปยังโรงพยาบาลรัฐให้ได้นะคะ”
พยาบาลสาวสวยยิ้มให้ที่รักอย่างใจดีระคนสงสาร เด็กตัวแค่นี้จะต้องมาแบกรับภาระค่ารักษาที่หนักอึ้งแบบนี้ได้อย่างไรกัน
เฮ้อ เธอเห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้เลยแฮะ
“ไม่เป็นไรค่ะ ตกลง...สามแสนก็สามแสน ที่รักจะพยายามหาเงินมาจ่ายค่ารักษาของแม่ให้ได้ค่ะ”
ที่รักเงยหน้าขึ้นอย่างเด็ดเดี่ยว ดวงตาคู่สวยมีประกายความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า อย่างไรเธอก็ต้องหาเงินมารักษาผู้เป็นแม่ให้ได้ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรเธอก็ยอม ยอมทุกอย่างขอแค่แม่ได้อยู่กับเธอไปนาน ๆ ก็พอ
“แม่จ๊ะ เป็นยังไงบ้างยังเจ็บอยู่ไหม”
หลังจากนั่งเฝ้าแม่มากว่าสองชั่วโมงเต็มเมื่อเห็นเปลือกตาของผู้เป็นแม่กำลังขยับ ที่รักเอ่ยถามมารดาด้วยความเป็นห่วงทันทีเมื่อเห็นผกาลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างยากลำบาก เธอเหนื่อยเหลือเกินกับการอาการป่วยที่เธอกำลังเผชิญอยู่
“หายเจ็บแล้วล่ะที่รัก สงสัยแม่ได้ยาดี ตอนนี้ไม่เจ็บแล้ว”
ผกายิ้มให้ลูกสาวอย่างอ่อนโยนก่อนจะลูบหัวที่รักอย่างรักใคร่เอ็นดูใบหน้าสวยที่แม้จะผ่านพ้นวัยสาวมานานแล้วแต่เค้าโครงความงามยังคงเด่นชัดพยายามฝืนยิ้มเพื่อให้ลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอหายห่วง
“แม่ไม่เป็นไรก็ดีแล้วจ้ะ ส่วนเรื่องการรักษาที่รักคุยกับหมอแล้วนะ อีกสามวันแม่จะได้เข้ารับการผ่าตัดนะจ๊ะ แม่ต้องหายดี ยังไงแม่ก็ต้องหายเพื่ออยู่กับที่รักไปนาน ๆ นะแม่”
ใบหน้าสวยซีดเผือดยิ้มอย่างให้กำลังใจมารดา ตัวผกาเองก็ได้แต่ยิ้มรับทั้งน้ำตาเมื่อได้ยินคำพูดของลูกสาวสุดที่รักของเธอ
“แล้วค่ารักษาล่ะลูก มันกี่ตังค์กัน แพงมากไหม”
ผกาอดถามที่รักอย่างกังวลใจไม่ได้เพราะเธอก็ไม่ได้ฐานะร่ำรวยอะไร เป็นแค่คนหาเช้ากินค่ำธรรมดาเท่านั้น มารักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแบบนี้เธอคิดว่ามันน่าจะแพงมาก ขนาดยายสาเพื่อนบ้านข้างเคียงไม่สบายธรรมดามาหาหมอ และได้ผ่าตัดเหมือนกันค่ารักษายังเกือบสองแสนเลยแล้วของเธอล่ะ จะไม่เป็นแสนเหมือนยายสาเหรอ
“แม่ไม่ต้องห่วงเรื่องค่ารักษานะจ๊ะ ที่รักขอหมอเขาผ่อนเท่าที่ไหวไปก่อน เงินเก็บที่พ่อทิ้งไว้ให้น่าจะยังเหลืออยู่สี่ห้าหมื่น ขาดเหลือเท่าไหร่ที่รักจะไปหาหยิบยืมมาเองจ้ะ แม่ไม่ต้องห่วง ยังไงแม่ก็ต้องได้ผ่าตัดนะแม่นะ”
ที่รักบอกแม่ให้คลายกังวลซึ่งผกาก็เข้าใจสิ่งที่ลูกสาวบอก แม้ในใจจะอดสูตัวเองยิ่งนัก คิดแต่ว่าอยากให้ตัวเองตาย ๆ ไปเสีย ไม่อยากเป็นภาระให้ลูกต้องคอยดูแล แต่ภาพของลูกสาวที่มองเธออย่างมีความหวัง ทั้งน้ำตายังเอ่อคลอไม่กล้าร้องออกมาให้เธอต้องลำบากใจนั้น แม่คนนี้ก็อดสงสารไม่ได้ ถ้าเธอไม่อยู่แล้วที่รักจะอยู่อย่างไร
“แม่พักผ่อนซะนะ เดี๋ยวที่รักกลับไปเอาเสื้อผ้าที่บ้านก่อนแล้วจะรีบกลับมาเฝ้าแม่นะจ๊ะ”
เธอบอกผู้เป็นแม่ให้พักผ่อนซึ่งผกาก็พยักหน้ารับอย่างว่าง่ายก่อนที่จะหลับตาลงช้า ๆ อย่างเหน็ดเหนื่อย ส่วนที่รักเมื่อเห็นแม่หลับไปแล้วก็รีบออกจากโรงพยาบาลเพื่อเดินทางกลับไปเตรียมสัมภาระมาเฝ้าแม่
วันนี้เธอไปที่โรงเรียนเพื่อรับใบจบการศึกษาระดับม.ปลาย ด้วยหวังว่าจะนำผลการเรียนที่เธอพากเพียรเรียนมาด้วยความตั้งใจมาอวดกับแม่ด้วยความภาคภูมิใจ แต่เมื่อไปถึงตลาดกลับไม่พบแม่อยู่ที่แผงขายกับข้าวประจำ ลุงยศแผงข้าง ๆ กันบอกว่าแม่เธอเจ็บท้องจนเป็นลม ถูกส่งตัวมาที่โรงพยาบาลเอกชนที่ใกล้ที่สุดอย่างโรงพยาบาล N ไม่มีเวลาให้ที่รักตกใจมากนักเธอรีบมาที่โรงพยาบาลทันทีก่อนที่จะรู้ข่าวร้ายเรื่องอาการป่วยของแม่
อย่างไรเธอก็ต้องหาเงินค่ารักษาแม่ให้ได้
เธอต้องทำได้ที่รัก
อีกด้านหนึ่ง
“เรื่องการปรับปรุงบุคลากรของโรงพยาบาลเดี๋ยวผมจะดำเนินการปรับผังให้เร็วที่สุดนะครับ ส่วนหมอที่เปิดรับเพิ่มใหม่อีกสิบคนผมขอสัมภาษณ์เอง ยังไงพรุ่งนี้เลขาผมจะมาแจ้งตารางการสัมภาษณ์ให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง ส่วนวันนี้ก็ขอจบการประชุมเพียงเท่านี้ เชิญครับ”
เมื่อท่านประธานโรงพยาบาลปิดการประชุมบรรดานายแพทย์และแพทย์หญิงก็พากันทยอยออกจากห้องประชุมเหลือเพียงกฤษฎิ์และเกริกพลเลขาคู่ใจของเขาเท่านั้น ก่อนที่กฤษฎิ์จะขยับเนกไทให้คลายออกจากกันเมื่อเสร็จสิ้นการประชุมในวันนี้แล้ว
“นายครับผมจองโรงแรมใกล้ ๆ โรงพยาบาลไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับ หนึ่งอาทิตย์ตามที่นายแจ้งไว้ เราจะเดินทางกลับกรุงเทพวันจันทร์หน้านะครับนาย”
เกริกพลเลขาคู่ใจของกฤษฎิ์รีบเข้ามารายงานเรื่องที่พักกับเจ้านายทันทีที่อยู่กันเพียงสองคน
“อืม ตกลงตามที่ว่านั่นแหละเสร็จงานแล้วฉันอยากพักผ่อนสักวันสองวันก่อนที่จะเดินทางกลับกรุงเทพ เหนื่อยชะมัดเลยอยากพักผ่อน”
กฤษฎิ์หลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า เดือนนี้เขาทำงานหนักมาทั้งเดือนพอได้มาทำงานถึงภาคเหนือทั้งทีเขาก็อยากพักผ่อนบ้าง
“แล้วนายต้องการคนดูแลไหมครับระหว่างที่อยู่ที่นี่”
เกริกพลเงยหน้าขึ้นถามผู้เป็นนายยิ้ม ๆ เพราะเวลาที่กฤษฎิ์ไปทำงานที่ไหนก็ตามเขามักจะมีสาว ๆ มาช่วยผ่อนคลายเรื่องบนเตียงเสมอ ก็เจ้านายของเขาเพิ่งจะอายุ 29 อีกทั้งยังโสด และที่สำคัญรวยมากเรื่องแบบนี้ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาของคนวัยหนุ่มที่มีความต้องการทางเพศสูงอย่างเจ้านายของเขา
“อืม ขอสักคนที่เอาใจเก่งหน่อย พวกงี่เง่าไม่เอานะขอผูกขาดเป็นรายอาทิตย์เลยแล้วกัน เงื่อนไขมีเพียงข้อเดียวคือตลอดเวลาที่ฉันพักอยู่ที่นี่เธอต้องอยู่กับฉันทุกวันทุกคืนจนถึงวันที่ฉันเดินทางกลับ ฉันพร้อมจ่ายไม่อั้น”