ตอนที่ 4
บทที่ 4
November 4, 2026
โรงพยาบาล
“อ้อย อ้อยลูก”
เช้าวันใหม่เมื่อผกาตื่นขึ้นมาก็เจอกับอ้อยที่ฟุบหน้าลงข้างเตียงนอนเฝ้าเธออยู่หน้าสวยที่ย่นไปตามอายุที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ขมวดคิ้วมุ่นอย่างครุ่นคิดว่าลูกสาวเธอหายไปไหน
“อือ อะ ป้าผกาตื่นแล้วเหรอจ๊ะ”
อ้อยสะลึมสะลือลืมตาตื่นขึ้นมาก็เจอกับผกาที่กำลังจ้องมองเธอเขม็ง เธอรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ อย่างไรชอบกล
“ที่รักล่ะอ้อย ที่รักไปไหนทำไมไม่มาหาป้า”
ผกาถามหาลูกสาวอย่างเป็นห่วงที่รักหายไปไหนแต่เช้าทำไมไม่มาอยู่กับเธอ
“อะ เอ่อคือ คือแบบนี้จ้ะป้า พอดีที่รักมันหางานเสริมทำเพื่อหาค่ารักษาพยาบาลมารักษาป้า ที่รักมันเลยรับจ็อบขายของที่ตลาดช่วยป้าบัวน่ะจ้ะ สักบ่าย ๆ ตลาดวายที่รักมันคงกลับมาป้าไม่ต้องห่วงนะจ๊ะเดี๋ยวระหว่างที่ป้าเข้าโรงบาลอ้อยจะดูแลป้าเอง”
โกหกหน้าตายตอบผกาไปอย่างภาวนาไม่ให้ถูกจับได้หน้าสวยตีหน้าซื่อยิ้มให้ผกาอย่างต้องการให้คนแก่คลายกังวลที่ไม่เห็นลูกสาวมาเฝ้าอยู่ข้าง ๆ
“โธ่เอ๋ย ที่รักต้องทำงานเหนื่อยแบบนี้เพราะแม่คนเดียวแท้ ๆ”
ผกาน้ำตาคลอเบ้าทันทีที่อ้อยพูดจบโดยไม่ได้นึกสงสัยเลยว่าสิ่งที่อ้อยพูดออกมานั้นเป็นการโกหกเพื่อให้ตนสบายใจ
“ป้าจ๋า อย่าคิดมากไปเลยนะจ๊ะ ที่รักเหลือแค่ป้าคนเดียวในชีวิตนี้ ที่รักก็อยากให้ป้าได้ผ่าตัดและหายดีอยู่กับที่รักนาน ๆ น้องมันถึงไปทำงานหาเงินแบบนั้นอย่าห่วงไปเลยนะ”
อ้อยจับมือผกามากุมไว้ก่อนที่จะยิ้มให้ผกาอย่างปลอบใจซึ่งผกาก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจก่อนที่อ้อยจะกระวีกระวาดประคองผกาเข้าห้องน้ำเมื่อผกาต้องการล้างหน้าแปรงฟันให้สดชื่น
โรงแรม K
“อื้ออ อ๊ะ ซี้ดดด”
ที่รักลืมตาตื่นขึ้นมาในยามเช้าพร้อมซี้ดปากเมื่อรู้สึกเจ็บระบมไปหมดทั้งตัว จะอะไรซะอีกล่ะเมื่อคืนคุณหมอเล่นซะคนไร้ประสบการณ์แบบเธอสลบคาอกเลยทีเดียวน่ะสิ
เผลอคิดอะไรเพลิน ๆ ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นผมสีดำของใครบางคนซุกอยู่ที่หน้าอกอวบใหญ่ของเธอที่มีรอยแดงเต็มไปหมด
เธอไม่บริสุทธิ์อีกต่อไปแล้วสินะ
ปากสีไวน์ของคนตัวสูงคาอยู่ที่ยอดอกของเธอ แปลกจังที่เขานอนหลับทั้ง ๆ ที่ดูดนมเธอไว้ทั้งคืนแบบนั้น ที่รักแอบเสยผมที่ปรกหน้าของ กฤษฎิ์ออกพลางพินิจดูใบหน้าหล่อเหลายามนอนหลับสนิทอย่างใจสั่น ผู้ชายอะไรปาก จมูก คิ้ว รับกับใบหน้าไปหมดอย่างเหมาะเจาะ หล่อเหลาปานเทพบุตร ใบหน้ายามหลับดูไร้พิษสงแต่กลับทำให้เธอใจเต้นแรงสั่นไหวอยู่ในอกจนต้องยกมือขึ้นมาจับหน้าอกไว้กลัวว่าคนที่นอนหลับจะได้ยิน ทำไมเขาถึงหล่อแบบนี้นะคุณหมอกฤษฎิ์
“แอบมองฉันเหรอ หืม”
กำลังมองใบหน้าหล่อด้วยความหลงใหลอยู่ดี ๆ สายตาคมกริบก็ลืมตาตื่นขึ้นมาจ้องเธออย่างจับผิด คนแอบมองที่ไม่ทันตั้งตัวหลบหน้าไปทางอื่นแทบไม่ทัน
“ปะ เปล่า นะคะที่รักไม่ได้แอบมองคุณหมอนะ”
ผินหน้าไปทางอื่นซ่อนแก้มสวยที่แดงปลั่งราวลูกเชอร์รีสุกแต่มีหรือจะพ้นสายตาที่เฉียบคมของกฤษฎิ์ไปได้
“อืม ไม่มองก็ไม่มอง แล้วเจ็บมากหรือเปล่า”
เลิกคิ้วถามที่รักเขาอยากรู้ว่าตอนนี้ร่างกายของเธอเจ็บมากน้อยแค่ไหนดูจากรอยแดงตามซอกคอตามหน้าอกอวบแล้วเธอคงบอบช้ำไม่ใช่น้อย
“จะ เจ็บค่ะ คุณหมอไม่เห็นอ่อนโยนเหมือนที่บอกที่รักเลย”
ก้มหน้างุดด้วยความอายเมื่อต้องพูดประโยคที่ชวนเคอะเขินแบบนั้น ทั้ง ๆ ที่ต้องมาทำงานแบบนี้แถมยังเสียความสาวให้คนตรงหน้าแต่ทำไมกันนะเธอถึงไม่รู้สึกเสียใจเลยสักนิดกลับรู้สึกดีด้วยซ้ำที่ผู้ชายคนแรกของเธอเป็นเขา เพราะถ้าเป็นคนอื่นที่มีอายุแถมอ้วนลงพุงเธอคงทำใจยอมรับไม่ได้แน่นอน
“หึ เด็กน้อย มีเซ็กซ์ใครเขาอ่อนโยนกันเล่านั่นมันนิทานหลอกเด็กนะยายหนู อ้อ ลืมไป เธอก็เด็กนี่ 21 ใช่ไหมนะ หน้าประถมนมมหาลัยสเปคชะมัด”
พูดไปก็มองนมที่รักไปด้วยสายตาเจ้าชู้ เห็นแบบนั้นหญิงสาวรีบยกมือขึ้นมาปิดหน้าอกอวบขาวที่มีรอยแดงเต็มไปหมดทันที
“คะ คุณหมอพูดจาไม่น่ารักเลย”
ที่รักแอบตำหนิกฤษฎิ์นิด ๆ ที่พูดจาสิปแปดบวกชวนเขิน เธอเพิ่งจะ 18 เองนะจู่ ๆ มาพูดอะไรแบบนี้ก็ไม่รู้
“ถึงคำพูดฉันอาจจะไม่น่ารักแต่จริง ๆ แล้วฉันเป็นคนน่ารักนะ หนึ่งอาทิตย์ที่เธอต้องอยู่กับฉันเธออาจจะตกหลุมรักฉันก็ได้ใครจะรู้”
“หึ แต่ถ้าเป็นแบบนั้นจริงก็อยากจะบอกว่าอย่ามาชอบผู้ชายแบบฉันเลยนะ ฉันไม่เหมาะกับคนดี ๆ แบบเธอหรอกที่รัก”
ยกมือแกร่งขึ้นมาจับใบหน้าเนียนของที่รักที่ก้มหน้างุดให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากันก่อนที่จะยิ้มให้อย่างเจ้าเล่ห์พร้อมกับก้มลงมาบดจูบกลีบปากนุ่มของที่รักหนัก ๆ หนึ่งที
“อ๊ะ อืมม คุณหมอ”
ครางเสียงเบาหวิวเมื่อกฤษฎิ์ถอนจูบออกก่อนที่กฤษฎิ์จะตวัดแขนอุ้มร่างบอบบางเปลือยเปล่าของที่รักขึ้นมาแนบอกในขณะที่คนโดนอุ้มยกมือคล้องคอร่างสูงไว้แทบไม่ทันอย่างกลัวหล่น
“ปะ...ไปอาบน้ำกันดีกว่า อาบน้ำอุ่น ๆ จะได้สดชื่นเดี๋ยวฉันจะช่วยเธออาบน้ำเองนะที่รัก”
ตีหน้ามึนบอกที่รักก่อนที่จะยักคิ้วให้แล้วอุ้มที่รักหายเข้าไปในห้องน้ำทันที
เมื่ออาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วทั้งคู่ก็ออกมาแต่งตัวข้างนอก ที่รักอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำ ตอนนี้เธอกำลังรู้สึกเคว้งอยู่กลางห้องนั่งมองกฤษฎิ์ที่หยิบชุดสูทมาสวมอย่างไม่เร่งรีบ
“อะ เอ่อ คุณหมอคะเสื้อผ้าที่รักล่ะคะ”
เอ่ยปากถามหมอหนุ่มขึ้นอย่างงุนงงตอนมาเธอจำได้ว่าเอาเสื้อผ้ามาด้วยนี่แล้วทำไมตอนนี้หายไปหมดเลยล่ะ
“อ้อ เสื้อผ้าเธอเหรอ นี่ไง มาเลือกสิอยากใส่ชุดไหนเลือกได้เลย ฉันให้คนของฉันจัดหามาให้เธอแทนเสื้อผ้าเก่า ๆ พวกนั้นน่ะ คิดจะควงฉันเป็นอาทิตย์เธอต้องสวยดูดีสมกับเป็นผู้หญิงของหมอกฤษฎิ์สิ”
เดินเข้ามาหาที่รักก่อนจะเชยคางมนขึ้นมาจุ๊บปากบางเย็นชืดนั้นเบา ๆ ทีหนึ่งอย่างมันเขี้ยว
“อยู่ใกล้เธอทีไรแม่ง ของขึ้นทุกที เล่นของใส่ฉันหรือเปล่าเนี่ย ลูกชายฉันมันอยากทักทายร่องนุ่ม ๆ ของเธอทุกเวลาเลย ปกติฉันไม่เอาใครซ้ำสองนะแต่กับเธอคิดไม่ผิดที่ให้ดูแลฉันตั้งหนึ่งอาทิตย์เธอโชคดีมากนะรู้ไหมเพราะมีผู้หญิงหลายคนที่อยากใกล้ชิดฉันแทบตายแต่ฉันไม่เห็นสนใจใครแต่กับเธอสงสัยจะติดใจแฮะ หวานไปทั้งตัวแบบนี้อยากจะเอาแม่งทั้งวันทั้งคืน”
กฤษฎิ์พูดออกมาอย่างไม่กระดากปากแต่กลับเป็นที่รักเองที่กระดากและเขินอายจนหน้าแดงไปหมด
“หึ เขินเหรอแม่สาวน้อย”
ล้อเลียนที่รักที่ตอนนี้ก้มหน้างุดด้วยความอายจนหูแดงไปทั้งแถบ ในขณะที่กฤษฎิ์หัวเราะน้อย ๆ อย่างชอบใจที่ได้แกล้งสาวน้อยตรงหน้าก่อนที่ที่รักจะลุกขึ้นไปเปิดตู้เสื้อผ้าเลือกชุดเสื้อครอปสีแดงลายตารางหมากรุกกับกระโปรงเข้าชุดกันมาใส่ ในตู้เสื้อผ้ายังมีแพนตี้อีกด้วย ที่รักได้แต่ขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ
“อันนี้ก็ของที่รักเหรอคะ”
หันมาถามกฤษฎิ์พร้อมขยับสาบเสื้อคลุมเข้าหากันทันทีที่เห็นเขามองมาด้วยสายตากรุ้มกริ่มแบบนั้น
คนบ้า สายตาเจ้าชู้ชะมัด
“ของฉันมั้งยายหนูมีแต่ของผู้หญิงแบบนั้นน่ะไซซ์น่าจะพอดีนะทั้งขย้ำทั้งดูดขนาดนั้นฉันว่าฉันวัดไม่ผิดหรอกทั้งบนทั้งล่าง”
พูดออกมาอย่างไม่รู้สึกรู้สาเลยสักนิดกับสายตาของที่รักที่มองมา ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นนิด ๆ กับคำพูดสุดห่ามของกฤษฎิ์
“คุณหมอพูดจาไม่น่ารักอีกแล้วนะคะ”
หน้ามุ่ยมองหน้ากฤษฎิ์อย่างไม่ชอบใจในขณะที่คนโดนมองยักไหล่อย่างไม่แคร์สักเท่าไหร่
“คำก็ไม่น่ารัก สองคำก็ไม่น่ารัก สงสัยฉันคงน่ารักแค่เวลาเอากับเธอสินะ”
พูดใส่หน้าที่รักพร้อมรอยยิ้มกระชากใจที่เห็นลักยิ้มน่ามองมีเสน่ห์ทั้งสองข้างก่อนที่จะเดินผิวปากออกจากห้องแต่งตัวไปทันทีทิ้งให้ที่รักหน้าแดงอยู่คนเดียวก่อนที่ร่างบางจะรีบหยิบชุดชั้นในออกมาใส่แล้วตามด้วยเสื้อผ้าที่เลือกไว้ก่อนหน้านี้
“วันนี้ฉันมีประชุมที่โรงพยาบาล N ทั้งวัน เธออยากไปไหนหรือเปล่าฉันจะได้ให้คนของฉันไปส่ง อยู่แต่ในโรงแรมเธอคงอึดอัดแต่ไปแล้วต้องกลับมานะไม่กลับมาเธอจะไม่ได้เงินเลยนะยายหนู”
วางหนังสือพิมพ์ธุรกิจที่กำลังอ่านลงข้างโต๊ะก่อนที่จะยกกาแฟขึ้นมาจิบอย่างสดชื่นเมื่อคาเฟอีนวิ่งเข้าสู่ร่างกาย ก่อนจะวางแก้วกาแฟลงเมื่อดื่มจนหมดถ้วยแล้ว ยายหนูนี่แต่งตัวนานชะมัด แต่เมื่อคิดถึงเหตุผลที่ที่รักแต่งตัวช้าเขาก็พอจะเข้าใจล่ะนะ เพราะตามลำคอที่เคยมีรอยแดงเต็มไปหมดกลับถูกปิดทับด้วยรองพื้นหนาราคาแพงที่เขาให้เกริกพลจัดหามาให้
“แล้วคุณจะให้เงินที่รักเท่าไหร่คะ”
เมื่อได้ยินกฤษฎิ์พูดเรื่องเงินที่รักก็รีบเดินมาหยุดยืนตรงหน้ากฤษฎิ์ทันทีอย่างต้องการคำตอบ เพราะเรื่องเงินพี่อ้อยไม่ได้บอกจำนวนกับเธอ บอกแค่ว่าถ้าเขาพอใจเธอจะเรียกกี่บาทก็ได้
“แล้วเธออยากได้กี่บาทล่ะ หืม”
ถามอย่างเจ้าเล่ห์พร้อมตวัดแขนโอบเอวที่รักมานั่งบนตักแกร่งก่อนที่จะก้มลงสูดกลิ่นหอมของแป้งเด็กที่ที่รักใช้อย่างชื่นใจ เด็กนี่ตัวหอมชะมัดเลยเขาชักจะชอบกลิ่นนี้ซะแล้วสิ
“ถ้าบอกไปแล้วคุณหมอจะยอมให้ที่รักไหมล่ะคะ”
เงยหน้าขึ้นถามกฤษฎิ์อย่างใคร่รู้ในขณะที่กฤษฎิ์เลิกคิ้วขึ้นนิด ๆ ก่อนถามที่รักกลับคืน
“ไหนลองพูดมาสิอยากได้เท่าไหร่ แล้วฉันจะบอกว่าให้หรือไม่ให้”
หลอกล่อที่รักด้วยเสียงนุ่มทุ้ม ที่รักยิ้มกว้างทันทีที่ได้ยินแบบนั้น รอยยิ้มที่สดใสของที่รักทำให้กฤษฎิ์ชะงักไปเล็กน้อย ใบหน้านิ่ง ๆ มองอย่างไรก็น่ารักแต่เวลายิ้มทั้งสวยทั้งน่ารักเลย
หึ เด็กมันอ่อยครับทุกคน แอบใจเต้นเบา ๆ
“เอ่อ ที่รักขอสักสี่แสนได้ไหมคะ”
ถามออกไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ กลัวว่าเขาจะปฏิเสธแล้วไล่ตะเพิดเธอออกไปจากห้องทันทีน่ะสิ แต่เธอก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเงินสี่แสนสำหรับคนรวยอย่างหมอฤษฎิ์จะให้เธอได้ไหม เพราะพี่อ้อยบอกว่าคุณคนนี้รวยมากโคตรรวย รวยแบบที่ใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมด ทั้งยังเป็นไฮโซชื่อดังของเมืองไทยอีกด้วยแทบจะไม่มีใครไม่รู้จักเขาเลย ยกเว้นตาสีตาสาน่ะนะ
“หืม แพงขนาดนั้นเชียวอะไรล่ะที่คิดว่าฉันจะยอมให้เธอมากถึงขนาดนี้ ที่เคยจ่ายแพงสุดก็แค่สองแสน แต่นั่นเป็นนางแบบตัวท็อปของวงการนะ ส่วนเธอยังเด็กมีดีตรงที่ซิงแล้วก็นมใหญ่แค่นั้นเองมีอะไรมาแลกล่ะถ้าจะเอาสี่แสน แลกด้วยอะไรดีน้า”
พูดไปก็กระตุกยิ้มมุมปากไปมือแกร่งทำท่ายกขึ้นมาลูบคางที่เริ่มมีไรหนวดขึ้นมานิด ๆ อย่างคนที่กำลังครุ่นคิดเพื่อจะดูท่าทีของที่รักที่ตอนนี้หน้าหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัดที่เขาพูดแบบนั้น