ตอนที่ 7
บทที่ 7
November 4, 2026
เมื่อกฤษฎิ์จากไปแล้วที่รักจึงลุกขึ้นมาอาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย แต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนที่จะหยิบเช็คที่กฤษฎิ์วางไว้ให้บนหัวเตียงขึ้นมาเตรียมเก็บใส่กระเป๋า แต่ตัวเลขที่ปรากฏบนเช็คนั้นทำให้ที่รักต้องตกใจ ด้วยคาดไม่ถึงว่ากฤษฎิ์จะกล้าให้เงินจำนวนที่มากขนาดนี้ซึ่งมากกว่าที่เธอร้องขอถึงสิบเท่า ดวงตาคู่สวยปริ่มด้วยน้ำตาอีกครั้ง เมื่อคิดถึงประโยคสุดท้ายของกฤษฎิ์ก่อนที่จะจากกันไป
“ขอบคุณนะคะคุณหมอ ขอบคุณจริง ๆ”
ยกมือขึ้นปิดปากสะอื้นฮักก่อนตัดใจปาดน้ำตา กลั้นสะอื้น คว้ากระเป๋าและโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดที่กฤษฎิ์ซื้อให้เดินออกจากห้องไป แต่ก่อนที่จะเดินพ้นห้อง ที่รักกวาดสายตาดูรอบห้องที่มีแต่ความทรงจำของเธอกับกฤษฎิ์อีกครั้ง ไม่ว่าจะมุมไหนก็จะมีภาพของเธอกับกฤษฎิ์พูดคุยหยอกล้อกันอยู่ทั่วทุกมุมห้องก่อนที่น้ำตาจะไหลลงมาอีกครั้ง ที่รักกลั้นใจยกมือปาดน้ำตาแล้วตัดสินใจปิดประตูห้องลงเพื่อเดินทางกลับไปโรงพยาบาล กลับไปสู่ความเป็นจริงที่เธอต้องอยู่กับมัน
ต่อจากนี้ Move on ซะนะที่รัก
โรงพยาบาล N
“พี่อ้อยจ๊ะแม่เป็นยังไงบ้าง”
ที่รักถามอ้อยทันทีที่มาถึงห้องพักฟื้นที่มีร่างของผกานอนพักผ่อนอยู่หลังจากเข้ารับการผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว
“ผ่านไปด้วยดีจ้ะที่รัก แม่โอเคแล้ว พักฟื้นสองสามวันก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว”
อ้อยหันมายิ้มให้ที่รักก่อนที่จะสังเกตเห็นดวงตาที่บวมช้ำของที่รักก็อดถามขึ้นไม่ได้
“ร้องไห้ทำไมที่รักแม่แกปลอดภัยแล้ว”
ลูบหัวลูบหลังที่รักอย่างปลอบโยนก่อนที่รักจะโผเข้ากอดอ้อยเต็มแรง
“พี่อ้อย ฮึก ฮืออ คุณหมอเขาไปแล้ว”
ร้องไห้สะอึกสะอื้นซบไหล่อ้อยจนไหล่บางสั่นสะท้านไปหมด
“ลืมมันซะนะคนดีลืมมันซะ ถือเสียว่าเขาเป็นแค่ใครบางคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตนะที่รักนะ”
ลูบหลังที่รักอย่างรู้สึกเจ็บปวดใจไปด้วยก่อนที่น้ำตาจะไหลเมื่อเห็นที่รักไม่มีทีท่าว่าจะหยุดร้องไห้ สงสารเหลือเกินเด็กน้อยเอ๋ย
“ฮึก ฮืออ พี่อ้อยที่รักจะทำยังไงดี มีแต่ภาพคุณหมออยู่ในหัวเต็มไปหมดเลย”
ที่รักยังคงพร่ำพูดความในใจออกมามือบางกำชายเสื้ออ้อยเอาไว้แน่น
“ไม่เอานะที่รัก ไม่เอาแบบนี้ อย่าเป็นแบบนี้ ลืมมันซะให้หมดลืมทุกอย่างแล้วก้าวต่อไปข้างหน้าเข้าใจไหม”
ผละออกจากที่รักพร้อมยกมือเรียวมาจับใบหน้าที่รักที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาไว้ก่อนที่จะบอกที่รักทั้งน้ำตา
ที่รักพยักหน้ารับทั้งสะอื้นไห้ก่อนที่ทั้งคู่จะกอดกันร้องไห้ให้กับโชคชะตาที่เล่นตลกกับพวกเธอไม่หยุดสักทีสาธุต่อแต่นี้ไปขอให้ชีวิตมีแต่เรื่องดี ๆ และมีความสุขด้วยเถอะ
สามเดือนต่อมา
“แม่จ๋าที่รักทำเอง อย่ายกของหนักแบบนี้สิจ๊ะ”
ที่รักรีบวิ่งเข้าไปช่วยผกายกหม้อแกงลงทันทีที่เห็นผกากำลังยกลงจากเตา
“ที่รัก แม่ทำได้ลูกแค่นี้เอง”
ผกาหันมาส่ายหน้าบอกที่รักยิ้ม ๆ ให้เด็กสาวเลิกกังวลจนเกินเหตุ ตั้งแต่เธอหายป่วยที่รักก็แทบจะทำทุกอย่างแทนเธอ จนเธออดสงสารลูกไม่ได้ ที่สุขภาพไม่แข็งแรงเหมือนแต่ก่อน
“ไม่เอาจ้ะแม่ ที่รักทำได้แค่นี้ที่รักไหว ที่รักยังเด็กแข็งแรงจะตาย”
บอกผู้เป็นแม่ก่อนที่จะทำท่าเบ่งกล้ามให้ดู จนผกาอดหัวเราะออกมาไม่ได้กับความน่ารักของลูกสาว
“แล้วเรื่องเรียนตกลงจะเข้าคณะบัญชีจริง ๆ ใช่ไหมลูก”
ผกาเดินมานั่งลงบนเก้าอี้ก่อนที่จะถามที่รักถึงเรื่องที่เรียน
“ใช่จ้ะแม่คณะบัญชีหางานง่ายจบมาที่รักจะได้ทำงานหาเลี้ยงแม่ไงจ๊ะ”
เดินมานั่งลงตรงข้ามผกาก่อนที่จะหยิบถุงแกงมาตักแกงใส่เตรียมไปขายที่ตลาดเย็นนี้
“แล้วค่าเทอมล่ะลูก”
ถามที่รักเสียงแผ่วเพราะค่ารักษาพยาบาลเกือบสี่แสนที่จ่ายไป อ้อยบอกว่าลูกสาวเธอไปยืมเจ้ที่ทำงานอ้อยมาซึ่งหารู้ไม่ว่าที่อ้อยบอกมานั้นคือคำโกหกทั้งสิ้น
“เดี๋ยวที่รักกู้เรียนก็ได้จ้ะแม่ ค่าเทอมเขาจ่ายให้ส่วนค่ากินค่าอยู่เดี๋ยวที่รักหาเอา”
ยิ้มสดใสให้แม่คลายกังวลก่อนที่มือจะจับยางมามัดถุงแกงอย่างคล่องแคล่ว
“ที่รัก ไปเอากระเทียมเจียวมาโรยหน้าหมูทอดหน่อยลูก”
ผกาบอกที่รักที่กำลังมัดถุงแกงเสร็จพอดีก่อนที่ที่รักจะลุกไปหยิบกล่องใส่กระเทียมที่เจียวไว้มาเปิดออกแต่พอกลิ่นกระเทียมเจียวปะทะจมูกเท่านั้นแหละ ความรู้สึกพะอืดพะอมก็ตีขึ้นมาทันที
“อุ๊บ แหวะ แม่ทำไมมันเหม็นแบบนี้ล่ะจ๊ะ”
ผกาชะงักมือทันทีที่ได้ยินเสียงที่รักบอกแบบนั้นหน้าสวยที่แม้อายุจะมากแล้วก็ตามขมวดคิ้วอย่างสงสัยทันที
“เหม็นตรงไหนที่รัก หอมออกแม่เพิ่งเจียวเสร็จใหม่ ๆ เลยนะลูก”
บอกที่รักด้วยน้ำเสียงแปลกใจก่อนที่ที่รักจะทนไม่ไหววิ่งเข้าห้องน้ำไปอาเจียนเสียงดังจนผกาต้องวิ่งตามไปดู
“อ้วกก แหวะ”
อาเจียนอาหารที่กินเมื่อเที่ยงออกมาจนหมดในขณะที่ผกาลูบหลังลูกสาวอย่างห่วงใย
“ไหวไหมลูก ไหวไหม ไม่สบายหรือเปล่า”
ลูบหลังไปด้วยถามไปด้วยอย่างห่วงใยจนเมื่อรู้สึกดีขึ้นอ้วกจนไม่มีอะไรจะออกมาแล้วที่รักก็บ้วนปากแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำทันที
“เฮ้ออ หมดไส้หมดพุง”
เอ่ยบอกผู้เป็นแม่ก่อนจะยิ้มอย่างต้องการบอกแม่ว่าเธอยังไหวอยู่
“งั้นวันนี้ที่รักพักนะลูกเดี๋ยวให้อ้อยไปขายช่วยแม่เอง”
ผกาบอกที่รักอย่างห่วงใยก่อนที่ที่รักจะส่ายหน้าพรืดทันที
“ไม่เป็นไรจ้ะแม่ที่รักไหวไปช่วยกันขายดีกว่าจะได้หมดไว ๆ นะแม่นะ ที่รักไหวจริง ๆ”
บอกแม่ก่อนที่จะจูงมือผกากลับมานั่งที่เดิมแต่หยิบมาสก์ปิดจมูกในกระเป๋ามาสวมไว้ สร้างความสงสัยในใจของผู้เป็นแม่อย่างมาก
“ปิดจมูกทำไมล่ะลูก ไหนว่าสบายดีไง”
ผกาถามด้วยสีหน้าวิตกกังวล
“ที่รักเหม็นกระเทียมจ้ะแม่ แม่ตักหมูทอดไปนะเดี๋ยวที่รักตักแกงใส่ถุงเอง”
บอกผู้เป็นแม่ก่อนที่จะลงมือตักแกงใส่ถุงจนหมดหม้อ ในขณะที่ผกาแอบมองที่รักอย่างสงสัยในอาการที่ที่รักเป็นอยู่
อีกด้านหนึ่ง
“อ้วกก แหวะ”
กฤษฎิ์ที่กำลังนั่งกินข้าวกับคุณหญิงกรองแก้ววิ่งไปอ้วกในห้องน้ำจนหมดไส้หมดพุงเมื่อได้กลิ่นอาหารที่คนรับใช้นำมาวางตรงหน้า
“ตากฤษฎิ์เป็นอะไรไปลูก”
กรองแก้วตามมาดูลูกชายด้วยความเป็นห่วงก่อนที่จะลูบหลังให้อย่างตกใจที่เห็นลูกชายอาเจียนหนักขนาดนี้
“ม้า อึก อุ๊บ แหวะ”
กฤษฎิ์หันกลับมาจะพูดกับผู้เป็นแม่แต่อาการคลื่นไส้กลับตีขึ้นมาอีกครั้งจนต้องหันกลับไปอาเจียนหมดไส้หมดพุงอีกรอบ คุณหญิงกรองแก้วเห็นสภาพลูกชายไม่สู้ดีกระวีกระวาดลูบหลังเสียยกใหญ่
“เฮ้อ ค่อยยังชั่ว”
เดินโซซัดโซเซออกมาจากห้องน้ำก่อนที่นั่งลงบนโซฟาอย่างหมดแรง
“กฤษฎิ์เป็นอะไรลูกป่วยหรือเปล่า ไปหาหมอไหม”
ถามลูกชายอย่างห่วงใย ในขณะที่เจ้าสัวธาวินทร์ที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ขยับแว่นมองลูกชายอย่างพินิจพิจารณา
“จะให้มันไปหาหมอไหนล่ะคุณหญิงก็มันน่ะหมอ”
ท่านเจ้าสัวบอกคุณหญิงยิ้ม ๆ ส่วนคุณหญิงส่งค้อนให้สามีวงใหญ่
“รู้ค่ะคุณพี่ก็แก้วเป็นห่วงลูกนี่คะ ร้อยวันพันปีไม่เคยป่วยอยู่ ๆ มาอาเจียนแบบนี้แก้วก็ตกใจสิคะ”
บอกผู้เป็นสามีก่อนที่จะยื่นยาหอมให้ลูกชายแต่พอกฤษฎิ์ได้กลิ่นยาหอมก็หันหน้าหนีทันที
“เหม็นอะม้า ขอยาดมหน่อย”
บอกคุณหญิงกรองแก้วก่อนจะหันไปขอยาดมจากสาวใช้ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ คุณหญิงที่รีบยื่นมาให้ทันที
“ทำเหมือนคนแพ้ท้องแทนเมียไปได้”
เจ้าสัวธาวินทร์อดแซวลูกชายไม่ได้แต่ประโยคนั้นทำกฤษฎิ์ชะงักมือที่กำลังพัดยาดมไปมาทันที
แพ้ท้องเนี่ยนะ
“โธ่ป๊า กฤษฎิ์โสดนะจะมาแพ้ท้องแทนเมียได้ไง”
หันไปโอดครวญกับผู้เป็นพ่อก่อนจะจับยาดมยัดใส่จมูกเอาไว้
“หึ ไม่มีเมียไม่ใช่ว่าไปแอบไข่ไว้ที่ไหนหรอกเหรอ”
เจ้าสัวยังคงแซวลูกชายด้วยรอยยิ้มนิด ๆ
“ไม่อะป๊า ผมป้องกันปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีทางทำสาวท้องหรอกครับ”
หันกลับไปบอกผู้เป็นพ่อก่อนที่จะหันไปหาป้าแม่บ้าน
“ป้าแม้นครับ กฤษฎิ์อยากกินแกงฮังเลครับ”
หันไปอ้อนแม่ครัวประจำบ้านที่รับใช้กันมานาน คุณหญิงกรองแก้วที่นั่งอยู่ข้างลูกชายนั้นขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่ได้ยิน
ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นอยากกินอาหารแปลก ๆ กับเขาสักที