ตอนที่ 126
บทที่ 126 พี่ชาย
October 31, 2026
เครื่องบินลงจอดที่เมืองแซด เมี่อเสิ่นฉวนชีกำลังเดินออกมาจากสนามบิน ก็มีคนมารับเขา เขาคือจูเว่ยผู้ช่วยที่ตามหาเสียวเลี่ยวมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา จูเว่ยมองเสิ่นฉวนชีที่กำลังรีบเดินมาอย่างทุลักทุเล เขาพูดด้วยความเคารพ “ท่านประธานเสิ่น รถรออยู่ด้านนอกแล้วครับ”
เสิ่นฉวนชีพยักหน้าเป็นการตอบรับแล้วสาวเท้ายาว ๆ ออกจากสนามบินไป หลังจากที่ขึ้นรถแล้ว เสิ่นฉวนชีก็บีบหว่างคิ้วแล้วพูด “เรื่องมันเป็นยังไง ไหนเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้ฉันฟังสิ”
จูเว่ยเงยหน้าเหลือบมองที่กระจกหลัง เห็นท่าทางเหนื่อยล้าของเสิ่นฉวนชี นัยน์ของเขากระพริบถี่อย่างอดไม่ได้ “ท่านประธานเสิ่น รอให้ท่านผมเสียวเลี่ยวก่อนแล้วผมจะอธิบายให้ท่านทราบอีกทีครับ”
เสิ่นฉวนชีเบิกตาขึ้น ดวงตาหงส์เริ่มทะมึน ริมฝีปากบางเปิดออกเบา ๆ แล้วพูด “พูดมา”
จูเว่ยกับเยี่ยนเฉิงเป็นผู้ช่วยที่อยู่ข้างกายเสิ่นฉวนชีพร้อมกัน หลังจากกลับประเทศ เสิ่นฉวนชีก็ให้ภารกิจตามหาเสียวเลี่ยวกับจูเว่ย เขารู้จักนิสัยของเสิ่นฉวนชีเป็นอย่างดี เขาเม้มริมฝีปากแล้วอดไม่ได้ที่จะพูด “หลังจากที่คุณหนูเสียวเลี่ยวถูกแก๊งค้ามนุษย์ลักพาตัวไป ก็ต้องผ่านความทุกข์ทรมานมามากมาย ตอนอายุสิบสามปีถูกขายให้กับคนบนภูเขาเพื่อไปเป็นเจ้าสาว พออายุสิบสี่ปีเธอก็มีลูกหนึ่งคน หลังจากที่สามีของเธอเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ แม่สามีก็นำเธอไปขายให้กับชายหนุ่มในหมู่บ้านใกล้เคียง ชายคนนี้ติดการพนัน จึงได้นำตัวเธอให้กับลูกชายของเจ้าหนี้ ลูกชายชาวเมืองก็ไม่สนใจใยดีเธอ วัน ๆ ก็คอยทุบตีทำร้ายเธอ บนร่างกายมีแต่บาดแผลฟกช้ำดำเขียวไปหมด ตอนนี้เธอตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนแล้ว ก็ถูกคนระยำนั่นทำร้ายจนต้องเข้าโรงพยาบาล เด็กก็แทบจะรักษาไว้ไม่ได้ครับ”
เสิ่นฉวนชีเมื่อได้ฟัง ในใจเขาก็รู้สึกเต้นแรงขึ้น ทำไมโชคชะตาของเสียวเลี่ยวถึงได้น่าเวทนาขนาดนี้ “นายแน่ใจนะว่าเธอคือเสียวเลี่ยวจริง ๆ”
“ท่านประธานเสิ่น ผมได้โทรไปหาบ้านสามีเก่าของเธอ ได้ยินว่าเธอถูกคนลักพาตัวไปจากถงเฉิง และในมือของเธอก็มีพู่เคลือบสีหนึ่งเดียวแบบเดียวกันกับของคุณ น่าจะไม่ผิดนะครับ รอท่านพบกับเธอก่อน ก็สามารถตรวจสอบด้วยผลเลือดดีเอ็นเอได้ จะได้ยืนยันว่าเธอเป็นคุณหนูเสียวเลี่ยวตัวจริงหรือไม่ครับ” จูเว่ยพูด
เสิ่นฉวนชีเอนหลังพิงเบาะ ขมับเต้นตุบ ๆ ไปมาอยู่ในหัว ทำไมถึงเป็นแบบนี้ เสียวเลี่ยวของพวกเขาเป็นเด็กฉลาดหลักแหลมขนาดนั้น ทำไมถึงได้ช่างน่าเวทนาขนาดนี้ เพราะความประมาทของเขาทำให้เกิดเรื่องน่าเวทนาแบบนี้ ภายในใจของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและเอาแต่โทษตัวเองจนสุดจะพรรณนาได้
ถ้าเธอเป็นเสียวเลี่ยว เขาควรจะไปเผชิญหน้ากับเธอได้อย่างไรกัน
จูเว่ยเหลือบมองดูกระจกหลัง แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาเอาแต่ใจจดใจจ่ออยู่กับการขับรถ
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป รถก็เข้ามาจอดในลานจอดรถของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เสิ่นฉวนชีเปิดประตูลงจากรถ จูเว่ยก็รีบลงจากรถและเดินตามเขาไปเพื่อที่จะนำเขาไปยังแผนกผู้ป่วยใน หลังจากที่จูเว่ยได้รับการยืนยันเรื่องพู่เคลือบสีหนึ่งเดียวเป็นของจริง เขาก็พาเธอย้ายไปที่ห้องผู้ป่วยวีไอพี และยังให้บอดี้การ์ดคอยเฝ้าระวังไม่ให้ชายระยำคนนั้นเข้ามาใกล้คุณหนูเสียวเลี่ยวได้อีก
เสิ่นฉวนชียืนอยู่ที่ด้านนอกประตูห้องพักผู้ป่วย มือทั้งสองข้างของเขาวางอยู่ข้างตัว เขาค่อย ๆ กำหมัดจนแน่น เขาตามหาตัวเธอมาหลายปีขนาดนี้ แต่กลับไม่เคยได้ยินข่าวคราวของเธอเลย วันนี้ในที่สุดเขาก็เจอเธอแล้ว เขายืนอยู่ด้านนอกประตู ไม่กล้าที่จะก้าวเท้าเข้าไปข้างใน
ครั้งหนึ่งเค้าเคยเพ้อฝันว่าหลังจากที่เสียวเลี่ยวถูกลักพาตัวไป ก็ถูกครอบครัวจิตใจดีรับไปเลี้ยงดู แม้ว่าจะไม่สามารถดูแลเธอได้เหมือนกับเจ้าหญิง แต่เธอก็เติบโตอย่างมีความสุขและปลอดภัย แต่คำพูดที่จูเว่ยพูดเมื่อกี้นี้ มันกลับทำลายความเพ้อฝันของเขาทั้งหมด ชีวิตของเธอช่างทุกข์ทรมานมากกว่าที่เขาคิดเป็นร้อยเท่า
“ท่านประธานเสิ่น” จูเว่ยเรียกเขาเบา ๆ
เสิ่นฉวนชีหลับตาลง ก่อนที่จะก้าวเท้าไปข้างหน้า จูเว่ยได้ผลักประตูให้เขา เขาสาวเท้ายาว ๆ เข้าไป เด็กผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียงแสดงอาการหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด เธอกรีดร้องสะอึกสะอื้นออกมา “อย่าตีฉัน ขอร้องล่ะ อย่าตีฉันอีกเลย ฉันจะเชื่อฟังคุณ อย่าตีฉันเลยนะ”
ในช่วงขณะนั้น ภายในใจของเสิ่นฉวนชีก็เจ็บปวดจนแทบหยุดหายใจ เขารีบก้าวเท้าไปที่เตียงอย่างรวดเร็ว มองดูเด็กสาวที่พยายามหดตัวเข้าไปในผ้าห่ม เพราะปฏิกิริยาของเธอทำให้เข็มที่ให้น้ำเกลือแทงเข้าไปในเนื้อแล้วเกิดการย้อนไหลกลับของเลือด นั่นทำให้เขาถึงกับตกตะลึงกับภาพตรงหน้า
เสิ่นฉวนชีรีบเข้าไปกดเธอเอาไว้แล้วตะโกนด้วยเสียงทุ้มต่ำกับจูเว่ย “ยืนนิ่งทำไม ไปเรียกหมอมา”
“อย่าตีฉัน ขอร้องอย่าตีฉัน ฉันเจ็บเหลือเกิน” เด็กหญิงที่อยู่ใต้ผ้าห่มเริ่มตัวสั่นมายิ่งขึ้น เพราะตกใจกับเสียงตะโกนอันเยือกเย็นของเขา
จูเว่ยรีบวิ่งออกไป ไม่ทันไรคุณหมอก็รีบเข้ามาอย่างรวดเร็ว พยาบาลจับเด็กสาวเอาไว้และดึงเข็มออก เห็นเธอพยายามดิ้นรนตลอด พยาบาลจึงพูด “สภาพจิตใจของผู้ป่วยตื่นตระหนกมากเกินไป แบบนี้จะเป็นการทำร้ายเธอนะคะ”
คุณหมอขมวดคิ้ว “ฉีดยากล่อมประสาทให้กับเธอ”
“แต่เธอกำลังตั้งครรภ์.......” พยาบาลมองดูร่างกายของเด็กสาวที่เต็มไปด้วยบาดแผลฟกช้ำและไม่มีผิวเรียบเนียน เธอรู้สึกเห็นใจเด็กคนนี้มาก
“เธอเพิ่งจะช่วยชีวิตเด็กทารกไว้ หากเธอมีความตื่นตระหนกมากเกินไปอาจทำให้แท้งได้ ฉีดยากล่อมประสาทให้กับเธอ” คุณหมอประเมินสภาพที่ตกอยู่ในอันตรายของเธอ แล้วรีบสั่งออกมาอย่างรวดเร็ว พยาบาลจึงจำใจต้องฉีดยากล่อมประสาทให้กับเธอ ไม่นานนักเธอก็ค่อย ๆ สงบลงแล้วหลับไป
หมอถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาหันกลับไปมองคนแปลกหน้าที่อยู่ในห้องพักผู้ป่วย แล้วขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ “พวกคุณเป็นใคร ในตอนนี้ผู้ป่วยได้รับความสะเทือนใจเป็นอย่างมาก พวกคุณโปรดออกไปด้วย”
จูเว่ยเหลือบตามองดูเสิ่นฉวนชีเห็นเสิ่นฉวนชีจ้องมองเด็กสาวที่อยู่บนเตียงตลอด ไม่ได้สนใจฟังคำพูดของคุณหมอเลยสักนิด จูเว่ยจึงรีบเข้าไปอธิบาย
เสิ่นฉวนชียืนอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย ดวงตาหงส์จ้องมองหญิงสาวตัวผอมแห้งอยู่บนเตียง เธอมีผมสั้นประบ่า ดูท่าเธอจะตัดมันด้วยตัวเอง มันดูเป็นลอนและสวยมาก ใบหน้าอันซีดเซียวที่นอนอยู่บนเตียงนี้ดูขี้อายในยามหลับฝัน
หัวใจของเสิ่นฉวนชีช่างเจ็บปวดทรมาน เธอคือเสียวเลี่ยว พอเขามองดูแผลฟกช้ำที่น่าตกตะลึงบนแขนของเธอ ก็เกิดความทุกข์ใจและโกรธแค้น คนกากเดนแบบไหนกันถึงกล้ามาทำร้ายเธอแบบนี้