ตอนที่ 127
บทที่ 127 พี่อีนั่วต้องให้อภัยน้าแน่นอน
October 31, 2026
จูเว่ยเห็นพี่น้องได้เจอกัน รู้สึกซึ้งมากๆ หัวหน้าเสิ่นหาคุณหนูเลี่ยวมาสิบปี ในที่สุดก็หาคุณหนูเลี่ยวจนเจอ มันซึ้งมากๆ เขาอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมา จะว่าไปทำไมหน้าคุณหนูเลี่ยวและคุณชายเสิ่นไม่เหมือนกันเลยสักนิด?
“พอแล้ว ไม่ต้องร้องไห้แล้ว เธอกำลังท้องอยู่ ไม่ต้องร้องไห้แล้ว ”เสิ่นฉวนชีดันเธอออกเบาเบา เห็นแผลในตัวของเธอ และท้องที่พูนขึ้นมาของเธอ เขาทั้งรู้สึกดีใจและรู้สึกผิด
ถ้าเขาหาเธอเจอเช้ากว่านี้ เธอคงไม่ต้องทุกข์ทรมานแบบนี้
หญิงสาวเช็ดน้ำตาออก พูดขึ้นพร้อมกำลังสะอื้น “พี่ พาฉันกลับบ้านนะ ฉันอยากเจอพ่อและแม่”
“ได้ ฉันจะพาเธอกลับบ้าน”เสิ่นฉวนชียกมือขึ้นปาดน้ำตาเธอเบาๆ “เธอดูแลลูกในท้องดีดี รอให้ลูกในท้องมั่นคงแล้ว เราก็จะกลับบ้าน”
“อืม”หญิงสาวพยักหน้า ความจริงแล้วเธอจำไม่ได้ว่าเธอมีพี่ชายหรือไม่ เธอจำได้แค่ว่า เมื่อตอนเด็กๆเธอต้องไปไหนมาไหนกับคนจับเด็ก จากนั้นถูกขายไปที่บนดอยลึก ตอนนี้เห็นพี่ชายแท้แท้ของตัวเองมาหา เธอรู้สึกดีใจมากๆ ยี่สิบกว่าปีที่ทนทุกข์ทรมาน ในที่สุดเธอก็ได้เจอญาติของตัวเองสักที
พอจัดการหญิงสาวเสร็จ เสิ่นฉวนชีก็สั่งให้จูเว่ยจองตั๋วเครื่องบินกลับถงเฉิง เขาจะพาเสียวเลี่ยวกลับบ้าน จูเว่ยมองหญิงสาวอย่างลังเลไปแวบหนึ่ง ถึงแม้ว่าพู่เคลือบสีของสองคนจะเหมือนกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าคนตรงหน้าจะเป็นเสียวเลี่ยว “หัวหน้าเสิ่น......”
เสิ่นฉวนชีขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ เขาเข้าใจความลังเลของจูเว่ยดี เพียงแค่พู่เคลือบสีแล้วมาตัดสินว่าเธอเป็นเสียวเลี่ยวมันสะเพร่าเกินไป แต่พู่เคลือบสีที่แม่เป็นคนถัก มีเพียงแค่เขา หยู้ซู้ และเสียวเลี่ยวที่มี และหญิงสาวตรงหน้าก็มี ถ้าหากว่าเธอไม่ใช่เสียวเลี่ยว ในมือเธอจะมีพู่เคลือบสีนี้ได้ยังไง?
“ให้แกไปจองตั๋วเครื่องบิน พูดไร้สาระเยอะทำไม?”
จูเว่ยทำได้เพียงหันหลังออกไปโทรจองตั๋วเครื่องบิน เสิ่นฉวนชีมองหญิงสาว ความดีใจและตื่นเต้นของเมื่อกี้สงบลงแล้ว เขาก้มลงมองพู่เคลือบสีในมือ และมองใบหน้าที่ธรรมดาของเธอแล้ว หน้าเธอไม่เหมือนกับพวกเขาเลย
เขาจำได้ว่า เสียวเลี่ยวมีดวงตาที่เหมือนกับเขา แต่หญิงสาวตรงหน้ากลับไม่มี ตาของเธอเล็กมาก ถึงแม้จะพยายามลืมตาแล้ว มันก็ยังเล็กเหมือนกำลังหรี่ตาอยู่
เขาค่อยๆสงบลง บางครั้งอาจจะต้องทำ DNA ก่อนแล้วค่อยพาเธอกลับไป หากว่าพาเธอกลับไปแบบนี้ ถ้าเกิดไม่ใช่เสียวเลี่ยวขึ้นมา มันคงทำให้คุณท่านเสิ่นและหยู้ซู้ดีใจไปเปล่าๆ
หญิงสาวมองหน้าเขาอย่างกังวล “ทำไมพี่มองฉันละ?”
เสิ่นฉวนชีส่ายหัว เขาพูด”เธอพักผ่อนดีดี ถ้าพักผ่อนเสร็จแล้ว ฉันจะพาเธอไปซื้อเสื้อผ้าที่ห้าง ”เสื้อในตัวของเธอเต็มไปด้วยรอยเย็บใหม่ แค่มองก็รู้สึกน่าสงสาร
“อืม ”หญิงสาวพยักหน้า เสิ่นฉวนชีประคองเธอนอนลง ยื่นมือไปดึงผ้าห่มให้เธอ พูดอย่างนุ่มนวล “นอนเหอะ ฉันอยู่เป็นเพื่อนเธอตรงนี้”
หญิงสาวจ้องเขาตลอด เหมือนกลัวว่าเขาจะหายไป ทุกครั้งที่เธอถูกคนในบ้านทำไม่ดีใส่ เธอก็คิดไปเองว่าญาติเธอจะมาหา คิดไปเองว่าเธอเป็นหัวแก้วหัวแหวนของคนรวย ตอนนี้มีพี่ชายร่ำรวยมาหาเธอจริงๆแล้ว เธอกลับรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง เธอเป็นน้องสาวเขาจริงเหรอ? ทำไมเขาหน้าตาหล่อเหลา ตัวเองกลับหน้าตาธรรมดา?
ลมหายใจบนเตียงค่อยๆสม่ำเสมอลง เสิ่นฉวนชีละสายตาจากเธอ เขามองพู่เคลือบสีบนมือ ผ่านไปสักพัก เขายืนขึ้น ก้มลงไปดึงเส้นผมของเธอ เห็นรูขุมขนข้างบนอยู่ดี เขาถึงหันหลังกลับแล้วเดินออกไป
……
ในโรงแรม ต่งอี๋เซวียนกำลังยุ่งอยู่ที่ห้องครัว ซ่งอีนั่วนั่งดูทีวีที่โซฟา ได้ยินเสียงออกมาจากห้องครัว เธอนั่งรอไม่ได้อีกต่อไป ลุกขึ้นเดินไปที่ห้องครัว”ให้ฉันช่วยอะไรไหม?”
ต่งอี๋เซวียนเตรียมอาหารเย็นอย่างยุ่งเหยิง เห็นเธอเข้ามา เธอจึงรีบเช็ดมือแล้วไล่เธอออกไป เธอพูดว่า”ไปนั่งดูทีวี ข้างในควันเยอะ มันจะโดนเธอ”
ซ่งอีนั่วมองต่งอี๋เซวียนที่ดูไปแล้วทุเรศทุรัง เธอเป็นผู้หญิงแข็งแกร่งที่สูงส่ง กล้บต้องมาทำกับข้าวให้เธอ ทำให้ตัวเองต้องเป็นสภาพแบบนี้ เธอรู้สึกใจอ่อนทันที”ฉันมาทำ”
“ไม่ต้องไม่ต้อง พูดกันก่อนหน้านี้แล้วว่าคืนนี้ฉันจะทำอาหาร ไปดูทีวีเหอะ ถ้าหิวแล้วก็กินขนมนิดหน่อย อาหารเย็นใกล้เสร็จแล้ว”ต่งอี๋เซวียนดันเธอออกจากห้องครัว ถึงแม้ว่าถึงตอนนี้แล้ว เธอยังไม่ยอมเรียกต่งอี๋เซวียนว่าแม่ แต่เพียงแค่เธอให้โอกาสที่จะชดใช้เธอ ต่งอี๋เซวียนก็รู้สึกเกินพอแล้ว
ซ่งอีนั่วถูกเธอดันออกมาจากห้องครัว ประตูห้องครัวถูกปิดลงต่อหน้าเธอ เธอกลับไปนั่งที่โซฟาเหมือนเดิมอย่างช่วยไม่ได้ เป็นเวลาที่ประตูมีคนเปิดเข้ามาพอดี เธอเอียงหัวไปมอง เห็นเฟิ่งเจินเจินกำลังดันประตูเข้ามา