ตอนที่ 129
บทที่ 129 ฉันอยู่ข้างกายของเธอแล้ว
October 31, 2026
ในห้องหนังสือคฤหาสน์ตระกูลเฮ้อ คุณลุงเฮ้อยื่นอยู่ด้านหน้าของหน้าต่าง เห็นหลานสาวหงอยเหงาเศร้าสร้อยอยู่ในสวนดอกไม้ใต้ตึก เขาขมวดคิ้วขึ้นมา ตั้งแต่ถูกเสิ่นหยู้ซู้ทิ้งไปในงานเลี้ยงวันนั้น หยุนเอ่อร์ก็ไม่ได้ออกจากบ้านอีกเลย
ตอนที่เผชิญหน้ากับพวกเขา เธอฝืนยิ้มตั้งแต่เริ่มจนจบ ตอนที่อยู่คนเดียวก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงท่าทีที่หม่องเศร้าได้ พวกเขาได้นำความรักทั้งหมดมอบให้กับเธอ ทำให้เธอเมื่อยี่สิบปีก่อนใช้ชีวิตอย่างไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด และไม่ได้ขัดขวางจนความเจ็บปวดเหล่านั้นที่จะเข้ามาใกล้ชิดเธอ
เกี่ยวกับเสิ่นหยู้ซู้ เป็นเธอเมื่อยี่สิบเอ็ดปีที่ผ่านมาได้ประสบกับเคราะห์ร้ายอย่างยิ่งใหญ่พร้อมกันทั้ง ความรัก ความบริสุทธิ์และชื่อเสียง เธอยังเด็กเกินไป จะทำอย่างไรถึงสามารถที่จะต้อนรับขับสู้รวมทั้งทำใจให้ได้?
ด้านหลังมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น เขาพูดเสียงเข้มว่าเข้ามาได้ ประตูเปิดออก มีคนค่อยๆเดินเข้ามาด้านหลังของเขา มองตามสายตาของเขาที่มองเฮ้อหยุนเอ่อร์ที่นั่งชิงช้าอยู่ใต้ตึก คนที่เข้ามาขมวดคิ้วแล้วพูดว่า "พ่อ พ่อไม่ต้องเป็นห่วงหยุนเอ่อร์ เธอจะสามารถเดินออกมาได้"
คุณลุงเฮ้อขมวดคิ้ว มองผู้ชายที่อยู่ด้านหน้าอย่างไม่ดีใจ กาลเวลาได้สร้างให้ร่างกายเขาดูไม่เหมือนผู้ชายที่อายุยี่สิบสามสิบปี แต่ได้เพิ่มความเป็นผู้ใหญ่ให้เขา เหมือนแมวน้ำที่หลับ รูปลักษณ์ภายนอกมองไม่ออกว่ามีความแหลมคมอยู่
"เรื่องที่ฉันส่งให้เธอไปตรวจสอบเป็นอย่างไรบ้าง?" คุณลุงเฮ้อพูด สามีของหลานสาวที่เขาชอบใจคือเสิ่นฉวนซี แต่เสิ่นฉวนซีเหมือนถูกผู้หญิงคนนั้นสะกดใจเอาไว้ เขาอยากจะดูสักหน่อยว่าผู้หญิงที่ทำให้หยุนเอ่อร์เป็นแบบนี้จะมีความอดทนมากแค่ไหน นอกจากนี้แล้วยังทำให้เขาให้ความสนใจกับสาเหตุของซ่งอีนั่วด้วย สัมผัสทั้งห้าที่คล้ายคลึงกันนั้น ร่วมถึงดวงตาที่มีเสน่ห์คู่นั้น
ในความทรงจำของเขาก็ยังมีมีดวงตาที่ดึงดูดวิญญาณแบบนี้ ความงดงามมักจะอาภัพ
เฮ้อเฟิงตอบ "ตรวจสอบแล้ว เธอคือลูกสาวของซ่งเจิ้นเย่ หลังจากที่ต่งอี๋เซวียนกับซ่งเจิ้นเย่หย่าร้างกัน ก็มีเด็กคนนี้ขึ้นมา หลังจากที่ต่งอี๋เซวียนไปต่างประเทศ เด็กคนนี้ก็เติบโตมากับคุณยาย ตอนที่ซ่งอีนั่วอายุสี่ขวบ คุณยายของเธอได้เป็นโรคต้อกระจก ไม่อยากให้เธอเป็นภาระ จึงได้นำเธอส่งให้กับซ่งเจิ้นเย่รับเลี้ยง แล้วเปลี่ยนชื่อเป็นซ่งอีนั่ว"
"ไม่มีสิ่งที่น่าสงสัยเหรอ?" คุณลุงเฮ้อขมวดคิ้ว
"ไม่มี อาจจะยังตรวจสอบออกมาไม่ได้" อารมณ์ของเฮ้อเฟิงเงียบสงบ แต่ไม่มีหนทางที่จะละเลยวันนั้นที่ซ่งอีนั่วเดินชนเข้ามาที่อ้อมอกของเขา หัวใจของเขาสั่นอย่างลับๆ
"ตรวจสอบต่อไป" คุณลุงเฮ้อออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชา เขาไม่เชื่อว่าบนโลกนี้จะมีคนแปลกหน้าสองคนที่เติบโตมาหน้าเหมือนกัน
"พ่อ เรื่องนี้ถ้าให้หยินฮวนรู้ เธอจะไม่สบายใจ" หยินฮวนดำรงตำแหน่งภรรยาของเฮ้อเฟิงซึ่งเป็นผู้หญิงที่อบอุ่นและมีคุณธรรม เชิดชูสามี แต่ไม่ได้แสดงว่าเธอจะไม่มีอารมณ์โกรธ โดยเฉพาะที่ผ่านมากับเขา แค่คำๆเดียวก็ไม่สามารถที่จะเอยออกมาต่อหน้าของเธอ
คุณลุงเฮ้อพูดเสียงเบาๆ "เธอนี้มีการพัฒนาเหรอ? แม้แต้ผู้หญิงก็ยังจัดการไว้ไม่ได้?"
"พ่อ ฉันแค่ไม่อยากให้เธอเจ็บปวด" เป็นสามีภรรยากันมายี่สิบกว่าปี เฮ้อเฟิงได้คล้อยตามหยินฮวนตลอดมา แต่เพราะว่าเขาไม่เคยรักเธอเลย ชอบเธอแต่ไม่รักเธอ นี้เป็นความละอายใจลึกๆที่เขามีต่อเธอ
"ฉันรู้แล้ว เรื่องนี้ฉันจะให้คนอื่นไปตรวจสอบ เธอไม่ต้องตรวจสอบอีกแล้ว โดยเฉพาะซ่งอีนั่ว ฉันหวังว่าเรื่องนี้เธอจะไม่รู้ชัดเจนก่อน อย่าไปใกล้ชิบกับเธอ แค่มองอยู่ไกลก็พอ อาจจะไม่ใช่ลูกของเธอก็ได้" คุณลุงเฮ้อพูด
"รับทราบ พ่อ"
เวลานั้นในห้องหนังสือก็เงียบสงบ สายตาทั้งสองคนก้มองกลับไปที่เฮ้อหยุนเอ่อร์ที่อยู่ใต้ตึกอีกครั้ง คุณลุงเฮ้อพูด "เรื่องการแต่งงานของหยุนเอ่อร์กับเสิ่นหยู้ซู้เธอคิดว่าอย่างไร?"
"ในความคิดส่วนตัว ผู้หญิงที่จะดำรงตำแหน่งแฟนของเสิ่นหยู้ซู้คือไข่มุกในมือของตระกูลลี้ในเมืองเจียงหนิง ทรัพย์สินของตระกูลลี้กับตระกูลเฮ้อมีพอๆกัน แม้ว่าตระกูลเฮ้อจะใช้แรงปรามปรามตระกูลเสิ่น บังคับเสิ่นหยู้ซู้แต่งงานกับหยุนเอ่อร์ ก็ไม่สามารถที่จะเอารัดเอาเปรียบกันได้ ยิ่งไปกว่านั้นตระกูลลี้ก็ไม่สนใจอะไรเลย เหตุการณ์ในวันนั้นเธอก็เห็นแล้วนิ ความรู้สึกของเสิ่นหยู้ซู้กับคุณลี้เด่นชัดจนใครๆก็เห็น แตงที่แข็งกระด้างมักจะไม่หวาน ฉันไม่คาดหวังว่าหยุนเอ่อร์จะแต่งไปแล้วจะเป็นภรรยาที่อยู่คนเดียว ได้รับความไม่เป็นธรรม" เฮ้อเฟิงคิดวิเคราะห์ออกมาจากพื้นฐานความจริง หยุนเอ่อร์ไม่ใช่หยินฮวน เธอไม่สามารถที่จะอดกลั้นได้ยี่สิบปีเพื่อผู้ชายที่ไม่สามารถเอาหัวใจของเขามาครอบครองได้ แทนที่จะเจ็บปวดยาวๆในอนาคตไม่สู้กับเจ็บสั้นๆในตอนนี้จะดีกว่า
คุณลุงเฮ้อหลี่ตาทั้งสองข้าง พูดเสียงเยือกเย็นว่า "ดังนั้นความหมายของเธอก็คือตัดสินไปอย่างนี้นะเหรอ?"
"พ่อ ไม่คิดแล้วจะเป็นอย่างไร? ปีนั้นพ่อกับแม่ยืนหยัดที่จะต่อต้านฉันกับซู่ฮุ้ย ทำให้ฉันแต่งงานกับหยินฮวน หลายปีที่ผ่านมาฉันมีความสุขไหม? หยินฉวนมีความสุขหรือเปล่า?" อารมณ์ของเฮ้อเฟิงไม่เปลี่ยน ในคำพูดมีความเสียใจที่พูดออกไม่ได้อย่างไม่ชัดเจน
"หลานสาวของฉันยังไม่ตกต่ำจนถูกคนทำลายได้ ยังไม่ถึงจุดที่ฝ่ายตรงข้ามจะต้องรับผิดชอบ เฮ้อเฟิง ตระกูลเฮ้อมีทุกวันนี้ได้ ไม่ใช่ว่าจะถอยให้ทางคนอื่นอย่างอำเภอใจ เธอทิ้งความมีหน้ามีตาของเธอได้ แต่พวกเราไม่สามารถจะทิ้งตระกูลเฮ้อได้ ดังนั้นการแต่งงานนี้ พวกเรายังไงก็จะต้องแต่ง" ท่าทางของคุณลุงเฮ้อดูแข็งแรง สายตาดุร้ายคู่นั้นปะปนไปด้วยความโกรธ
เฮ้อเฟิงขยับริมฝีปากไปมา แต่จะพูดอะไรก็ไม่พูดออกมา
....
เยี่ยนเฉิงรีบไปที่โรงพยาบาล ถามคุณพยาบาลหมิงเมื่อกี้ผู้ป่วยฉุกเฉินที่ส่งมาอาการเป็นอย่างไรบ้าง อยู่ที่ห้องไหน เขาขึ้นตึกไปอย่างรวดเร็ว มาถึงด้านนอกของห้องผู้ป่วย เขาส่องผ่านเข้าไปในหน้าต่างกระจก เขาเห็นซ่งอีนั่วนอนพิงอยู่ที่เตียงผู้ป่วย เหมือนกับหลับไปแล้ว ด้านข้างของเตียงเหลียนโม่ได้นั่งอยู่ เขายืนขึ้นมาแล้วห่มผ้าห่มให้เธอ
เยี่ยนเฉิงเคาะประตูเข้าไป เหลียนโม่ได้ยินเสียงเคาะประตูก็เงยหน้ามองไป ตอนที่เห็นเยี่ยนเฉิงเข้าไม่ได้แปลกใจ ริมฝีปากบางๆของเขามีรอยยิ้มอย่างไม่ชัดเจนออกมา "เลขาเยี่ยนเหรอ?"