ตอนที่ 136
บทที่ 136 พวกเรากลับไปค่อยคุยกัน
October 31, 2026
"เหงาขนาดนี้เลยหรอ? ฉันไม่อยู่หลายวันก็ไปหาผู้ชายอื่นแล้วหรอ?" เสิ่นฉวนซีโกรธจนไม่ยอมพูดจา เมื่อกี้พวกเขาจูบกันอยู่ในรถ เขาก็เห็นแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นคือเธอลงจากรถแล้วยังใช้สายตาส่งให้กับรถที่วิ่งไปอย่างอาลัยอาวรณ์ ภาพอย่างนั้นทำให้บาดสายตาจริงๆ
ครั้งนี้ซ่งอีนั่วโกรธแล้วจริงๆ เธอไม่ได้พูดประโยคที่สอง ได้แต่หันตัวเดินตามถนนไป ยื่นมือบอกแท็กซี่ เสิ่นฉวนซีขมวดคิ้วจนเป็นปม เขากระชากแขนของเธอเอาไว้ ในสายตามีแสงที่ดุร้าย เวลานั้นเหมือนอยากจะหยิกเธอให้ตาย "เธอทำอะไร?"
"เธอไม่ได้บอกว่าฉันเหงามากหรอ ตอนนี้ฉันจะไปหาผู้ชาย จะทำให้เธอดู"ประโยคสุดท้าย ซ่งอีนั่วพูดออกมาผ่านช่องฟัน เขาไม่มีความเชื่อมั่นพื้นฐานให้กับเธอเลย ความสัมพันธ์นี้จะไปต่ออย่างไร?
"ซ่งอีนั่ว" เสิ่นฉวนซีกัดฟันเป็นมาแล้วมองที่เธอ "ฉันยืนรออยู่ด้านนอกบ้านของเธอเป็นเวลา 3 ชั่วโมงเต็มแล้ว เวลานี้เธอจะไปไหนอีก? เธอกล้าบอกว่าพวกเธอไม่ได้จูบกันอย่างนั้นน่ะหรอ? เธอขาดผู้ชายก็บอกมา ฉันจะรีบมาสนองความต้องการให้กับเธอ"
"เพี้ย" เวลานั้นในเขตของที่พักด้านนอกก็เงียบสงบขึ้นมา อากาศเหมือนกับผลึกแข็งตัว เสิ่นฉวนซีเอียงหน้าไป บนใบหน้าของเขาก็ปรากฏรอยมือทั้ง 5 นิ้วขึ้นมา เขาไม่คาดคิดเลยว่า ซ่งอีนั่วจะกล้าลงมือกับเขา
ซ่งอีนั่วมองที่มือของตัวเองอย่างยากที่จะเชื่อได้ เมื่อกี้เธอได้ตบเขา เธอเงยหน้ามองที่เขา บนใบหน้าของเขาปรากฏรอยนิ้วมือทั้ง 5 นิ้วอย่างชัดเจน เธอจะเสียใจก็ไม่ทันแล้ว ยื่นมือไปแตะที่หน้าของเขาแต่ถูกเขาออกแรงสะบัดออก "เสิ่นฉวนซี ขอโทษ ฉัน....."
เสิ่นฉวนซีไม่พูดอะไร เขีาเดินไปที่ถนน โบกแท็กซี่ที่ว่างแล้วก้มตัวเข้าไปนั่ง ซ่งอีนั่วอึ้งไปสักพัก ถึงรู้ว่าตัวเองควรตามไปเพื่อขอโทษกับเขา
ไม่ว่าคำพูดของเขาจะชั่วร้ายแค่ไหน เธอลงมือตบตีคนนี้มันไม่ถูกต้อง ตอนที่เธอตามไป รถก็ได้ขับไปแล้ว เธอวิ่งตบกระจกรถ เห็นใบหน้าของผู้ชายที่เย็นชาอยู่ในรถ เธอจึงรีบพูดออกไป "เสิ่นฉวนซี เธออย่าไปนะ เธอลงมาก่อน พวกเรามาคุยกันดีดี"
เสิ่นฉวนซีไม่หันมองเธอเลย ได้แต่กำชับคนขับรถว่า "ไม่ต้องขับเร็วเกินไป ให้เธอตามมา"
คนขับพลิกตามมองบน ไอ้หนุ่มคนนี้ปัญญาอ่อนหรือเปล่า คิดว่ารถแท็กซี่เป็นรถของบ้านเขาหรือไง? ถึงจะทะเลอะกับแฟน ก็อย่าทำให้เขาเสียเวลากับการหาเงิน "คุณครับ คุณลงไปคุยกับแฟนดีๆเถอะครับ ดูเธอจะรับคุณมาก วิ่งตามรถตลอด"
ตั้งแต่เริ่มจนจบเสิ่นฉวนซีไม่ได้มองที่เธอเลย เขาพูดว่า "เธอไม่ต้องเป็นกังวล ค่ารถใช้จ่ายให้สามเท่า"
ในใจของคนขับด่าประโยคหนึ่ง ไอ้ห่... มีเงินนี้หว่า
ซ่งอีนั่วไม่ได้ยินคำพูดที่อยู่ในรถ เธอตบกระจกรถด้วยชีวิต พูดอย่างหอบว่า "เสิ่นฉวนซี ฉันผิดเอง ฉันไม่ควรที่จะลงมือ เธอให้อภัยฉันเถอะ คำพูดของเธอเองก็ไม่ดี ไหนจะคำว่าขาดผู้ชาย ไหนจะคำว่าหงอยเหงาเศร้าสร้อยอีก เธอต้องพูดแบบนี้กับแฟนของตัวเองไหม?"
เสิ่นฉวนซีได้ยิน ความโกรธเหล่านั้นก็หยุดลง เธอพัวพันกับผู้ชายอื่นก่อน แต่กลับมาโทษเขาบอกว่าพูดไม่ดีใช่หรือไม่?
"เสิ่นฉวนซี เธอลงมาก่อนเถอะ อย่าขัดขวางการหาเงินของคนขับรถ พวกเรามาคุยกันดีๆ" ตอนเย็นซ่งอีนั่วดื่มเหล้าไป ตอนนี้อ่อนปวกเปียกไปทั้งตัว วิ่งมาไกลขนาดนี้แล้ว ร่างกายก็ของเธอเต็มไปด้วยเหงื่อ ผู้ชายที่เหมือนเด็กคนนี้ไม่มีวี่แววว่าจะลงมาจากรถสักนิดเลย
ความเร็วของรถไม่เร็วและไม่ช้า สามารถให้เธอพอวิ่งตามได้ เธอก็รู้แม้ว่าเขาจะโกรธ แต่ก็ไม่ได้มีความคิดที่อยากจะไปจริงๆ เขารอให้เธอนั้นง้อเขา ง้อจนเขาดีใจแล้วเขาก็จะลงรถ
เสิ่นฉวนซีไม่สนใจเขา สายตาไม่ได้เอียงมองได้แต่มองไปด้านหน้า ดูเหมือนว่าเขารักเธอจนไม่มีขื่อมีแปแล้ว จนกล้าที่จะลงมือกับเขา เขาเกิดมาสามสิบปี ยังไม่มีใครที่จะกล้าตบเขา เธอเป็นคนแรก ดี ดีมาก ดีที่สุดเลย ถ้าเขาจะให้อภัยเธอง่ายขนาดนั้น เขาก็คงไม่ได้สกุลเสิ่นแล้ว
"เสิ่นฉวนซี ขอโทษ เธออยากจะตบฉันคืนหรือว่าอยากจะด่าฉัน ลงจากรถก่อนค่อยว่ากัน ฉันเหนื่อยมาก ฉันตามไม่ไหวแล้ว ฉันคิดถึงเธอมาก อยากจะดูเธอสักหน่อย พวกเราจะทะเลอำกันเลยได้หรือเปล่า? เมื่อกี้ฉันกับเหลียนโม่ไม่ได้มีเรื่องอะไรกันเลย เขาแค่เข้ามาใกล้เท่านั้นเอง ไม่ได้เหมือนกับที่เธอคิดไปเรื่อยเปื่อยแบบนั้น เธออย่าโกรธเลย" ซ่งอีนั่วทั้งวิ่งตามทั้งตะโกน ลมหายใจก็ยิ่งเร็วแรงขึ้นจนหอบ ลำคอแห้งจนเหมือนจะปะทุควันออกมา เท้าคู่นั้นก็หนักขึ้นเรื่อยๆ เธอวิ่งต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ
เสิ่นฉวนซีได้ยินเธอพูดประโยคที่ว่า "ฉันคิดถึงเธอมาก" เขาก็ใจอ่อน จะทรมานเธอต่อไปได้อย่างไร เขาลดกระจกรถลง พูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า "ตามไม่ไหวก็ไม่ต้องตามแล้ว กลับไปเถอะ พวกเราใจเย็นกันก่อน"
ที่ซ่งอีนั่วตามไม่ไหวแล้ว เห็นเขาลดกระจกลง เธอก็มีกำลังขึ้นมาอีก เธอพูดว่า "ฉันรู้สึกผิดจริงๆแล้ว ฉันจะไม่ลงไม้ลงมือกับเธออีก เธอลงมาจากรถก่อนเถอะ จะฆ่าจะแกงก็แล้วแต่เธอเลย แต่อย่าให้ฉันวิ่งตามอีก วิ่งตามไม่ไหวแล้วจริงๆ หลังจากที่ฉันเรียนจบก็ไม่ได้วิ่งไกลขนาดนี้อีกเลย"
เธอพูดอยู่ก็หอบไปด้วย เหงื่อนที่เกิดจากความร้อนไหลลงมาจากหน้าผาก ผมหางม้าที่มัดเอาไว้ก็หลุดออก ดูเป็นสไตล์คนละแบบ
เห็นเธอน่าสงสารแบบนั้น คนขับรถทนมองไม่ได้ "ฉันว่านะ ผู้หญิงคนนี้อ้อนวอนเธอขนาดนี้ ทำไมเธอถึงใจดำอำมหิตขนาดนี้นะ?"