ตอนที่ 169
บทที่ 169 เงินของเขาใครสมองพิการถึงจะไม่รับ
October 28, 2026
ใบหน้าของวายุเคร่งขึ้นมาเล็กน้อย: ยัยผู้หญิงสมควรตายคนนี้ เป็นทาสเงินหรือไง?
หรือว่าเธอฉลองวันเกิดให้เหนือเมฆ ก็เก็บเงินเหมือนกัน?
ที่ไนต์คลับในวันนั้น เธอขอให้เหนือเมฆใช้เงินมากกว่าหนึ่งล้านหยวน แล้วเธอจะยังไปเรียกเก็บเงินฉลองวันเกิดของเขาอีกได้ยังไง?
เมื่อคิดขึ้นมา วายุก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมา
"ไม่มี"
เขาพูดอย่างสบายๆ
"ไม่มี? อย่างนั้นก็เลิกคุย"
ไม่ให้เงิน ยังอยากให้เธอเตรียมวันเกิดของเขา? นี่แทบจะพูดเรื่องเพ้อฝัน
ทันใดนั้น มณิกาก็ค่อยคิดขึ้นมาได้เรื่องหนึ่ง เธอขมวดคิ้วและจ้องไปที่เขา "นายอุตส่าห์ถ่อไปที่บ้านฉันเพื่อพาฉันกลับมาเมืองจันทรานี้ ก็เพื่อให้ฉันฉลองวันเกิดให้นาย?"
เธอเข้าใจขึ้นมาแล้ว
แววตาของวายุฉายแววร้อนตัวผ่านวาบขึ้นมา ริมฝีปากบางเปิดขึ้นเล็กน้อย "เธอสัญญาว่าจะเตรียมการแต่งงานระหว่างฉันกับธิกานต์ แต่ทำไปได้ครึ่งทางจากไป ใครอนุญาตกัน"
"นี่… นี่ฉันเคยบอกคุณไปแล้วไม่ใช่หรือไง? ทำไมนายถึงได้กลับกลอกแบบนี้!"
"ฉันเคยเอ่ยปากด้วยตัวเองหรือไง?"
เมื่อเขาถามแบบนี้ มณิกาก็คิดอย่างรอบคอบแล้วส่ายหัว "ดูเหมือนจะไม่"
เมื่อเห็นรูปลักษณ์ที่หมองคล้ำของเธอ ริมฝีปากของวายุก็ผุดรอยยิ้มจางๆ
เขาเดินผ่านเธอไปและไปที่ห้องนั่งเล่น จากนั้นก็นั่งไขว้ขาอยู่ที่บนโซฟา มือข้างหนึ่งวางบนที่วางแขนของโซฟา มืออีกข้างหนึ่งค้ำเข่าแล้วมองมณิกาด้วยความสนใจอย่างยิ่ง "ว่ามา แผนผังของสถานที่จัดงานแต่งงาน เธอมีความคิดเห็นยังไง?"
เมื่อฟังคำพูดของวายุ ความโกรธในใจของมณิกาก็วิ่งตรงไปที่หัวของเธอทันที จนแทบจะหลุดคำหยาบออกมา
เธอเดินไปที่หน้าเขาด้วยความโมโหแล้วเอ่ยอย่างโกรธเคืองว่า "ฉันไม่ใช่บริษัทจัดงานแต่งงานสักหน่อย นายมาหาฉันถามเรื่องสถานที่แต่งงานอะไรกัน"
"ทุกอย่างให้เธอตัดสินใจ เธอไปคุยกับบริษัทจัดงานแต่งงานได้เลย"
"ถ้านายมีเวลาว่างนายก็ไปหาเอง..."
ทันใดนั้นเอง สมองของมณิกาก็มีความคิดบางอย่างวาบผ่านและคิดอะไรได้ขึ้นมา เธอแสร้งทำเป็นพยักหน้ารับอย่างไม่เต็มใจ "ก็ได้ ในเมื่อนายจะให้ฉันทำให้ได้ ฉันก็จะฝืนยอมรับมัน แต่ว่า งบประมาณของนายมีเท่าไหร่ เรื่องแบบนี้จะต้องบอกงบมาสิถึงจะได้ ไม่อย่างนั้นฉันจ่ายเยอะไปแล้วนายไม่ให้เงินขึ้นมา ฉันจะไปร้องไห้กับใครได้"
"ค่าใช้จ่ายทั้งหมดไปเบิกกับนภัทร"
"ได้"
ในเมื่อสามารถเบิกเงินได้ เรื่องอื่นๆก็พูดง่ายแล้ว
มณิกาที่มีแผนการอยู่ในใจก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันทีและพูดกับวายุว่า "ฉันยังมีเรื่องต้องทำ เรื่องฉลองวันเกิดนายไปหาคู่หมั้นของนายเถอะ"
พูดจบ เธอก็หันหลังเดินจากไป
เมื่อเห็นเธอจากไปอย่างสง่าผ่าเผย ริมฝีปากบางของวายุก็เปิดออกเล็กน้อย ขณะที่กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง จู่ๆก็เห็นว่าเธอกลับหยุดฝีเท้าลงกะทันหัน เมื่อหันหลังกลับมาก็พูดอย่างเย็นชากับเขาว่า "วายุ ดูแลผู้หญิงของตัวเองให้ดีหน่อย ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นคู่หมั้นของนาย และตัวฉันเพียงลำพังก็ไม่สามารถเป็นคู่ต่อกรของตระกูลเดชากุลของนายได้ แต่ว่าความอดทนของคนเรามีขีดจำกัด"
อันที่จริงคำพูดนี้เธอไม่ควรพูดกับวายุ แต่มณิกาก็อดไม่ได้จริงๆ
เธอเสริมขึ้นอีกว่า "ถ้าเกิดมีวันนั้นขึ้นจริงๆ ฉันหวังว่านายจะเห็นแก่ที่ฉันเคยช่วยคุณย่าของนายไว้ อย่าได้แตะต้องครอบครัวของฉัน!"
สีหน้าของเธอจริงจัง ดวงตาที่ใสกระจ่างดูลึกลับซับซ้อน อีกทั้งยังเผยให้เห็นร่องรอยความเศร้าแฝงอยู่
คิ้วสีเข้มของวายุขมวดขึ้นเล็กน้อย นิ้วชี้ที่เคาะอยู่บนหัวเข่าหยุดลงทันที "เธอ ทำอะไรกับเธออีก?"
ใบหน้าของชายหนุ่มอึมครึมขึ้นมาทันที มือซ้ายกำขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ จู่ๆก็เกิดความโกรธขึ้นมาเองตามธรรมชาติ
"แทนที่จะถามฉัน ทำไมนายไม่ไปถามคู่หมั้นแสนดีของนายด้วยตัวเอง"
มณิกาพูดขึ้น ดวงตาเย็นชาของเธอเก็บขึ้นมาเล็กน้อย จากนั้นก็หันหลังและจากไป
หลังจากเสียงกระแทกประตู วายุที่นั่งบนโซฟาก็เงียบไปอยู่นาน จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นและขับรถไปที่คฤหาสน์อุทกมังกร
ในเวลานี้ มณิกากำลังเดินไปตามถนนและโทรหาเหนือเมฆ
"นิกา? ในที่สุดเธอก็เปิดเครื่องสักที ฉันเกือบจะไปหาเธอที่ตำบลธารมิตรแล้ว"
สายนี้ที่จู่ๆมณิกาก็โทรศัพท์มา ทำเอาเหนือเมฆมีความสุขอย่างมาก