ตอนที่ 317
บทที่ 317 แสดงความรู้สึกอย่างชัดเจน
October 28, 2026
มณิกาเกิดอาการประหม่าโดยไม่รู้ตัว พลางตอบกลับไปอย่างตะกุกตะกัก
"มนุษย์เรา ไม่ได้แบ่งแยกความแตกต่าง ไม่มีตรงไหนที่บอกว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม"
วายุสังเกตลักษณะของน้ำเสียงของมณิกาที่ผ่อนคลายลงไปเยอะ จึงรีบพูดอย่างร้อนรน "บางที พวกเราลองคบหากันได้นะ"
เขากล้าตามตื๊อผู้หญิงที่อยู่ด้านหน้าอย่ากล้าหาญ สำหรับวายุแล้ว นี่ถือว่าเป็นครั้งแรก
สภาวะจิตใจมณิกาตึงเครียด เมื่อมองเห็นแววตาวายุวูบวาบเล็กน้อย จึงเริ่มลังเลเสียแล้ว
ทันใดนั้น เธอหวนนึกถึงคำพูดของธิกานต์ที่ได้พูดกับเธอในวันนั้น เหตุเพราะธิกานต์เคยทำเรื่องพวกนั้นมาแล้ว วายุถึงได้ลิดรอนสิทธิ์ในความเป็นแม่ของเธอไป
ในฐานะผู้หญิง มณิกาสามารถสัมผัสถึงความเจ็บปวดเหล่านั้นได้ จึงพูดกับวายุด้วยความรู้สึกวิตกกังวลเล็กน้อย
"คุณวายุ ฉัน..."
มณิกายังอยากจะพูดอะไรออกมาบ้าง แต่ชายหนุ่มกลับพูดว่า "ลุกขึ้น พื้นมันเย็น"
"อ้อ"
เธอพูดตอบรับ และลุกขึ้นยืนทันควัน และดึงวายุขึ้นมาด้วย
ชายหนุ่มจับมือของเธอเอาไว้ และลุกขึ้นยืน จากนั้นก็ปัดหิมะที่ติดอยู่บนแผ่นหลังออก ทว่ามือก็ยังจูงมณิกาไว้แน่น "ถือร่มไว้นะ หิมะตกหนักมากเลย"
เขาพูดออกมา
ดังนั้น เขาก้าวถอยหลังไปหลายก้าวทั้งที่จูงมือมณิกาอย่างไม่ปล่อยโอกาสให้เธอได้มีสิทธิ์อธิบายต่อ พลันหยิบร่มที่วางอยู่ที่พื้น และหันหลังมุ่งหน้าเดินกลับเข้าไปในป่าท้ออีกครั้ง
ฝ่ามือใหญ่ของเขากุมมือเล็กๆ เอาไว้แน่น ฝ่ามืออันอบอุ่นกุมฝ่ามืออันเย็นเฉียบของเธอ จนทำให้มณิการู้สึกไม่ค่อยหนาวสักเท่าไหร่แล้ว
ชายหนุ่มใช้มือซ้ายถือร่ม เหมือนจะไม่ค่อยสะดวกสักเท่าไหร่ ดังนั้นจึงยกแขนขึ้น เพื่อโอบไหล่ของเธอ เพื่อให้เดินไปทางด้านหน้าพร้อมกัน "เขยิบเข้ามาใกล้ๆ หน่อย หิมะจะได้ไม่เปียก"
จนสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนของวายุที่มีต่อเธอราวกับสายน้ำ มือเล็กๆ ที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อกันลมของมณิกากุมมือไว้แน่นอย่างไม่สบายใจ หัวใจเต้นแรง อาการตื่นเต้นจนใกล้จะหยุดหายใจอยู่รอมร่อ
ก่อนหน้าที่จะมาบ้านเก่าตระกูลเดชากุล เธอยังเหวี่ยงใส่วายุอยู่เลย แต่ตอนนี้ทั้งสองคนกลับมาดีกันเสียนี่
เขาสารภาพรักกับเธอ
แม้ว่าตอนสารภาพรักไม่มีดอกไม้ไม่มีแหวนเพชรให้ ทว่ามณิกายังไม่สามารถควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจได้ ยังสั่นสะท้านอยู่ชั่วขณะ กระทั่ง... เริ่มมีความสุขเล็กๆ น้อยๆ อีกด้วย
ชายหนุ่มเห็นเธอไม่สงบเหมือนก่อน ในทางกลับกันกลับมีความเขินอายของเด็กสาวที่กำลังมีความรัก มุมปากของเขาคลี่รอยยิ้มออกมาเล็กน้อยแต่ไม่สามารถจับสัมผัสได้
"ณิกา ผมรู้ว่าในใจของคุณมีอะไรที่ต้องคำนึงถึงตั้งมากมาย แต่ผมจะให้เวลาคุณ เพื่อให้คุณค่อยๆ ลองปรับตัวดู"
วายุพูดประโยคนี้ออกมากลับทำให้ประหม่าตามอย่างบอกไม่ถูก
สวรรค์ย่อมรู้ดี เวลาที่เขาเผชิญหน้ากับใบสั่งซื้อนับหมื่นล้าน หัวใจของเขายังไม่เต้นรัวเฉกเช่นตอนนี้เลย จนมีอาการประหม่าถึงขั้นฝ่ามือมีเหงื่อแตก
มณิกาอยากจะปฏิเสธกลับไป ทว่าพลันคิดถึงเรื่องที่วายุปฏิบัติต่อเธอในทุกๆ เรื่อง ถ้าพูดว่าไม่ซาบซึ้งก็จอมปลอมทั้งนั้นแหละ
ท้ายที่สุดการต่อสู้และตามตื๊อกันไปมา มณิกาถึงได้พูดว่า "คุณพูดออกมาแล้วนะ ว่าลองคบกัน งั้นพวกเรา...ใช้เวลาสามเดือนเป็นตัวกำหนด ถ้าถึงตอนนั้นไม่เหมาะสมกัน ฉันหวังว่าคุณ...จะไม่ฝืนใจบังคับ ได้มั้ยคะ?"
สามเดือนเหรอ?
นัยน์ตาวายุทอประกายทันที ค่อนข้างพอใจมาก
"ได้สิ ผมรับปากคุณ"
"แต่ว่า ฉันมีสัญญาอยู่สามข้อ" มณิการีบพูดทันควัน "อันดับแรก ในช่วงเวลาที่กำลังคบหากันอยู่นั้น คุณแตะต้องฉันไม่ได้ ข้อสอง คุณไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงเรื่องของฉัน ข้อสาม ฉันไม่อยากให้คนอื่นรู้ถึงความสัมพันธ์ของพวกเรา"
เธอมีแผนการของตนเอง
ซึ่งในระยะนี้ คนรอบกายเธอยังมีคนอีกจำนวนมากที่จำเป็นต้องระมัดระวัง การที่ไม่เปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างวายุนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
"อืม ตกลง"
วายุพยักหน้าเล็กน้อย เป็นการตกลงอย่างยินยอมพร้อมใจ
ทันใดนั้น ฝีเท้าของเขาชะงักอยู่กับที่ และหยุดลงทันที พลันเบี่ยงตัวมาทางด้านข้างเพื่อเผชิญหน้ากับมณิกา ใบหน้าอันหล่อเหลาพลางเกิดรอยยิ้มอันแสนเจ้าเล่ห์ออกมาเล็กน้อย และเริ่มขมวดคิ้วเข้าหากันจึงพูดออกมา "ไอ้ที่คุณพูดว่า 'แตะต้องไม่ได้' มันหมายความว่ายังไง? หือ?"
มือของชายหนุ่มที่พาดลงบนไหล่ของเธอจงใจลงแรงให้หนักขึ้น ราวกับกำลังเป็นการตอกย้ำ : ตอนนี้ผมก็แตะต้องคุณอยู่ไง