ตอนที่ 330
บทที่ 330 ไม่กตัญญูกตเวที ต่อไปลูกหลานก็ไม่มีได้เป็นใหญ่
October 28, 2026
ฟังเสียงคนพวกนั้นติเตียนและดุด่าวายุไป ใจของมณิกาก็เจ็บจี๊ดขึ้นมา อารมณ์ทั้งหมดก็เปลี่ยนเป็นเศร้าเสียใจตามวายุไปด้วย
ถึงแม้ว่าชายหนุ่มคนนั้นจะยืนอย่างมั่นคง ท่าทีเย็นชาอย่างกับว่าไม่สนใจเรื่องอะไรเลย แต่มณิกาก็ยังรู้สึกเจ็บปวดใจเป็นอย่างมาก
"คุณย่า หนูรู้สึกว่าเรื่องนี้มันจะเป็นการ......เข้าใจผิดกันหรือเปล่าคะ? พวกรูปถ่ายในเน็ตพวกนั้นอาจจะโดนคนอื่นแต่งขึ้นมาหรือเปล่าคะ?"
เธอเอ่ยคำถามออกมา
คำพูดนี้พูดได้ แม้แต่ตัวเธอเองยังรู้สึกว่าเป็นเรื่องโกหก
พอได้ยินเสียงของเธอ วายุก็เหล่ไปมองเล็กน้อย หางตาเหล่ไปมองคนที่อยู่ข้างหลังทีหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้สบตาเข้ากับเธอสักครั้ง
ยัยเด็กโง่ มาทำไมกัน?
นายหญิงเนตรนั่งอยู่บนเก้าอี้ แล้วหึเสียงทีหนึ่ง "คลิปว่อนไปทั่วโซเชียล ยังจะสามารถแต่งรูปมาได้อีกเหรอ?"
"มัน......พูดแบบนี้ก็ถูก แต่ว่า ที่พูดว่าทำอะไรกันในห้องลองเสื้อ จะต้องเป็นการโดนใส่ร้ายแน่ ๆ ไม่มีหลักฐาน เป็นเรื่องที่พวกนักข่าวไร้จรรยาบรรณเอาไปเขียนไปเรื่อย เพื่อดึงความสนใจเท่านั้น"
คำวิจารณ์ในโซเชียล บอกว่าพวกเขาสองคนจัดกันชุดใหญ่ในห้องลองเสื้อไปชุดหนึ่ง
แต่ว่าเรื่องทั้งหมดเป็นแค่คำพูดของคนฝ่ายเดียว ไม่มีคลิปอะไรมาเป็นหลักฐานยืนยัน
จุดนี้ กลับเป็นจุดที่จะมาแก้ต่างได้ไม่เลว
พอรู้สึกถึงความสนใจที่มณิกามีต่อวายุ เอเดนก็มองเธอด้วยความหมายลึกซึ้งทีหนึ่ง แล้วก็พยักหน้าตามไปด้วย "อืม ยัยหนูพูดได้มีเหตุผล"
เขาพูดอย่างเห็นด้วย
สำหรับคำตอบของเอเดน ทำให้มณิการู้สึกสงสัยเล็กน้อย และไม่เข้าใจว่าตอนนี้ที่เอเดนเลือกมายืนข้างวายุนั้น ตกลงมันเพื่ออะไรกันแน่?
หรือบางที เอเดนที่ฉลาดหลักแหลมจะรู้แล้วว่าผู้คนที่มาที่นี่ล้วนไม่ประสงค์ดีทั้งนั้น และกลัวว่าจะคอยจ้องเขมือบตำแหน่งประธานผู้บริหารสดุภากรุ๊ปอยู่ เพราะฉะนั้นถึงได้เลือกมายืนข้างวายุ เพื่อใช้สิ่งนี้มาทำให้นายหญิงเนตรรู้สึกดี
เพราะว่า ใคร ๆ ต่างก็รู้ ว่าตระกูลเดชากุลทั้งตระกูล คนที่นายหญิงเนตรรักและเอ็นดูที่สุด คือวายุนั่นเอง
"เจ้าเจ็ด แกพูดอย่างนี้มันก็ไม่ถูกต้องซิ พวกพนักงานในร้านขายเสื้อล้วนยอมรับต่อหน้าสื่อแล้วทั้งนั้น ยังจะปลอมได้อีกเหรอ?"
"ในฐานะที่เป็นผู้รับผิดชอบของสดุภา กรุ๊ป การกระทำทุกอย่างของวายุล้วนเป็นจุดสนใจของโลกภายนอก"
"ใช่ ถ้าไม่ดี บริษัทอาจจะพังทลายไปกับมือเขาเลยก็ได้"
"คุณแม่ เจ้าเด็กวายุนี่ไม่ยอมแต่งงานสักที ต้องเป็นเพราะว่าเขาชอบผู้ชายแน่ ๆ เลย ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว คุณแม่เอาสดุภา กรุ๊ปมอบไว้ให้กับเขา งั้นในอนาคตใครจะมาเป็นผู้สืบทอดล่ะ? แล้วใครจะไปยอมทำธุรกิจกับคนโรคจิตคนหนึ่งด้วยล่ะ?"
"แม่ เพื่อตระกูลเดชากุลของเราแล้ว ยังไงก็หาคนมาเป็นตัวแทนจัดการเรื่องของสดุภา กรุ๊ปชั่วคราวสักคน แล้วให้วายุไปสำนึกผิดคนเดียวสักพักเถอะนะ"
......
คนทั้งหมดต่างก็จะใช้โอกาสนี้มาบีบวายุให้ออกไป
นี่ไม่ใช่ที่เขาเรียกกันว่า'คนล้มแล้วเหยียบซ้ำ' แต่นี่เป็นโอกาสที่พวกเขารอคอยกันมานานแล้ว
"หุบปากให้หมด!"
นายหญิงเนตรตบโต๊ะอย่างโกรธจัด
เพราะว่าอยู่ในห้องโถงบูชาบรรพบุรุษตระกูลเดชากุล คนทั้งหมดจึงยืนกันอยู่ มีเพียงแต่นายหญิงเนตรคนเดียวเท่านั้นที่นั่งอยู่บนเก้าอี้
ท่านจ้องมองคนอื่นด้วยความโกรธเคือง ถึงผมจะหงอกเป็นสีเงินไปหมดแล้ว แต่เพราะผ่านการขัดเกลาของกาลเวลามานานจึงยิ่งทำให้ท่านดูหนักแน่นขึ้น และมีความน่าเกรงขามอยู่ในตัวเอง
ปกติแล้วมักจะดูเป็นมิตรกับผู้อื่น แต่ท่าทางที่โกรธจัดนั้นก็ทำให้คนอื่นได้เกรงกลัวได้จริง ๆ
พอตะคอกออกไปคำหนึ่ง ทุกคนก็เงียบลงทันที และจ้องมองนายหญิงเนตรอยู่เงียบ ๆ รอให้ท่านพูดต่อไป
ท่านขมวดคิ้วไว้ ดวงตาขุ่นมัวเป็นประกายทั้งคู่จ้องมองไปที่วายุ "ไหนแก ลองพูดมาซิ ตกลงมันเรื่องอะไรกัน?"
นายหญิงเนตรลำเอียงและเข้าข้างวายุจากใจจริง
ท่านที่ฉลาดหลักแหลมและมีประสบการณ์สูงรู้ความในใจของคนพวกนี้ดี และก็รู้ว่ามณิกาเป็นเพียงคนเดียวที่สนับสนุนวายุจริง ๆ ถึงได้ตั้งใจเรียกเธอมากด้วย
เพราะคำพูดบางอย่างท่านเป็นคนพูดไม่ได้ จึงต้องหาใครคนหนึ่งออกมาพูด
แต่ว่ายัยเด็กคนนี้ กลับไม่เคยทำให้ท่านผิดหวังมาก่อนเลย