ตอนที่ 4
บทที่ 4
September 18, 2026
ฟู่ซือเหยียนอยู่ในชุดสูทสีดำ ดูหล่อเหลาเย็นชา สูงส่งและทะนงตน
เขากวาดสายตามองผ่านดวงหน้าของเสิ่นชิงซูไปอย่างเรียบเฉย ก่อนที่สายตาจะไปตกอยู่บนใบหน้าของฟู่ซืออวี่ที่ร้องไห้อาละวาดไม่หยุด
“ซืออวี่มานี่” เขาโบกมือเรียกฟู่ซืออวี่
เมื่อได้ยินเช่นนั้น บรรดาสาวใช้ต่างหน้าเปลี่ยนสี รีบพากันคลายมือออกอย่างลนลาน
ฟู่ซืออวี่วิ่งปรี่เข้าไปหาฟู่ซือเหยียนทันที
“พ่อ! ฮือ ๆ ๆ… ในที่สุดพ่อก็มาสักที!”
ฟู่ซือเหยียนลูบหัวเขาเบา ๆ แล้วเอ่ยด้วยเสียงทุ้มนุ่มนวล “บอกพ่อมา เกิดอะไรขึ้น?”
ฟู่ซืออวี่ยังไม่ทันได้พูดอะไร โจวอวี๋ชูก็เดินเข้ามาแล้ว
เธอปาดน้ำตาบนใบหน้า น้ำเสียงอ่อนโยนระคนด้วยความตำหนิตัวเองอยู่หลายส่วน
“ต้องโทษฉัน โผล่มากะทันหันโดยไม่คิดให้รอบคอบก่อน ซืออวี่ยังยอมรับเรื่องที่ฉันเป็นแม่เขาไม่ได้ ก็เลยสะเทือนใจหน่อยน่ะค่ะ”
“คุณไม่ใช่แม่ของผมอยู่แล้ว!” ฟู่ซืออวี่ยกมือขึ้นมาผลักโจวอวี๋ชูออกไปอย่างแรง “คุณเป็นนางมารร้าย! คุณไม่ใช่แม่ของผมสักหน่อย!”
โจวอวี๋ชูร้องอุทานออกมา รองเท้าส้นสูงที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าเกิดพลิกขึ้นมา เธอกำลังจะล้มลงอยู่รอมร่อแล้ว
ในช่วงเวลาคับขัน ฟู่ซือเหยียนเข้าไปช้อนร่างโจวอวี๋ชูมาแนบไว้ในอก
“ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
โจวอวี๋ชูออกแรงที่ขาข้างหนึ่งไม่ได้ “เหมือนจะข้อเท้าพลิกแล้วละ แต่ฉันไม่เป็นไรค่ะ ความรู้สึกของซืออวี่สำคัญที่สุด”
ฟู่ซือเหยียนวางมาดขึงขัง โน้มตัวไปอุ้มโจวอวี๋ชูขึ้นมา “ผมพาคุณไปตรวจที่โรงพยาบาลหน่อย”
พอหมุนตัวกลับ เขากับเสิ่นชิงซูก็สบตากัน
เสิ่นชิงซูดวงตาแดงระเรื่อ จ้องเขานิ่ง “เธอเป็นแม่แท้ ๆ ของซืออวี่จริงเหรอคะ?”
“เสี่ยวชูเป็นแม่ของซืออวี่จริง ๆ”
ฟู่ซือเหยียนมองหน้าเสิ่นชิงซูตรง ๆ แววตาลุ่มลึกเย็นชาราบเรียบ
เสิ่นชิงซูมองไม่เห็นถึงความรู้สึกผิดของคนโกหกจากใบหน้าของเขาเลยแม้แต่น้อย
หัวใจที่ถูกทิ่มแทงด้วยความเย็นยะเยือกค่อย ๆ จมดิ่งลงไปช้า ๆ
“ซืออวี่ค่อนข้างเชื่อฟังคุณ คุณพาเขากลับไปก่อน และพยายามช่วยเกลี้ยกล่อมเขาให้เข้าใจที”
ฟู่ซือเหยียนพูดทิ้งท้ายด้วยประโยคนี้แล้วอุ้มโจวอวี๋ชูขึ้นรถไป
รถเมย์บัคสีดำแล่นออกไปจากตระกูลฟู่
เสิ่นชิงซูก้มหน้าลง ดวงตาบวมเป่ง ริมฝีปากที่ซีดเผือดเผยอออกเล็กน้อย พยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ อยู่หลายทีถึงค่อยกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้
“แม่”
มือเล็ก ๆ ของฟู่ซืออวี่จับมือเสิ่นชิงซูไว้ “แม่ แม่ตาแดงจัง แม่ร้องไห้แล้วใช่ไหม?”
เสิ่นชิงซูย่อตัวนั่งลง ลูบดวงหน้าของฟู่ซืออวี่เบา ๆ ก่อนจะส่งรอยยิ้มอันไร้สีสันที่ฝืนเค้นออกมาไปให้เขา
“แม่ไม่ได้ร้องจ้ะ แม่จะพาลูกกลับบ้านก่อนนะ” เสิ่นชิงซูลุกขึ้น มองไปยังฉินฟาง “คุณเองก็ได้ยินที่ฟู่ซือเหยียนพูดแล้วนะคะ”
ฉินฟางโกรธขึ้งจ้องเธอตาเขม็ง
แม้จะเจ็บใจ แต่ฟู่ซือเหยียนพูดมาแบบนั้นแล้ว เธอจะรั้งตัวฟู่ซืออวี่ให้อยู่ต่อก็ไม่ได้
อย่างไรตอนนี้โจวอวี๋ชูก็กลับมาแล้ว ฟู่ซือเหยียนจะต้องหย่ากับเสิ่นชิงซูทันทีแน่ ถึงตอนนั้นเสิ่นชิงซูก็อย่าหวังว่าจะใช้ฟู่ซืออวี่เป็นข้ออ้างอยู่ที่ตระกูลฟู่ต่อได้อีก!
เมื่อนึกได้อย่างนี้ ฉินฟางก็อารมณ์ดีขึ้นมาก
……
เสิ่นชิงซูลองพยายามอธิบายฐานะของโจวอวี๋ชูให้ฟู่ซืออวี่ฟังระหว่างทางกลับบ้าน
แต่ฟู่ซืออวี่ต่อต้านมาก พูดได้ไม่กี่คำก็ร้องไห้ขึ้นมาอีก
เสิ่นชิงซูทั้งจนปัญญาทั้งปวดใจ จึงได้แต่ปลอบใจเขาไปก่อน
ฟู่ซืออวี่ร้องไห้จนหมดแรง จึงผล็อยหลับไปก่อนจะถึงบ้านเสียอีก
เสิ่นชิงซูเพิ่งจะวางตัวฟู่ซืออวี่ที่หลับสนิทลงบนเตียงในห้องนอนเด็ก ก็มีเสียงรถยนต์ดังแว่วขึ้นมาจากชั้นล่าง
เธอช่วยห่มผ้าให้ฟู่ซืออวี่