ตอนที่ 147
บทที่ 147 ชำระแค้นขององค์หญิงหานเฟิ่งฮวา
October 28, 2026
“เจ้ามีแผนการอยู่ในใจแล้วเช่นนั้นหรือ?” หานเสวี่ยคุณเอ่ยถามด้วยความสนใจใคร่รู้ในแผนการของโอรสอันเป็นที่รักของตน
“หม่อมฉันเตรียมเอาไว้แล้วพะย่ะค่ะเสด็จพ่อ”
“เล่าแผนการของเจ้าให้ข้าฟังหน่อยว่าเข้าท่าเข้าทางหรือไม่” หานเสวี่ยคุณเอ่ยบอกโอรสของตน แต่เขานั้นไว้วางใจโอรสผู้นี้อยู่ไม่น้อยเพราะไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยจริง ๆ เก่งทั้งเรื่องสติปัญญาและเรื่องวรยุทธ เขาจึงวางใจแต่งตั้งตำแหน่งองค์รัชทายาทให้กับโอรสผู้นี้ และเขาหวังว่าภายภาคหน้าโอรสของตนจะหาทางกำจัดตาเฒ่าสารพัดพิษนั้นได้
หานเฟิ่งอวี่เอ่ยเล่าแผนการของตนอย่างคร่าว ๆ ให้บิดาได้รับรู้และเมื่อบิดาได้ฟังท่านก็เห็นดีเห็นงามด้วย หานเฟิ่งอวี่วางแผนการเอาไว้ว่าเขาจะแอบช่วยเหลือตัวประกันที่ตาเฒ่าจับมาขังไว้ เท่านี้ตนก็จะได้คนกำจัดตาเฒ่าสารพัดพิษนั้นโดยที่ไม่ต้องออกแรงให้เหนื่อย
แต่ตัวประกันไหนเล่าจะสามารถต่อกรกับตาเฒ่านั้นได้นอกเสียจากสาวงามทั้งสองและบิดาของนางนั่นเอง เขารู้ว่าพวกนางจะต้องไม่ยอมทำตามเงื่อนไขอย่างที่เขาต้องการแน่นอน เขาจำต้องมีตัวประกันเอาไว้คอยข่มขู่พวกนางนั่นก็คือบิดาของนางนั่นเอง ทีนี้พวกนางทั้งสองก็อยู่ในกำมือของเขาแล้ว...
ทางด้านเฟิ่งฮวาด้วยความที่นางมีความเจ้าคิดเจ้าแค้นจึงรู้สึกเหมือนว่ามีไฟร้อนสุมอยู่ในอกตลอดเวลา หากว่านางยังไม่ได้ลงมือกระทำบางอย่างอย่างที่ใจต้องการ คราใดที่นางนึกถึงใบหน้างดงามของสองพี่น้องฝาแฝดนั้นนางก็แทบจะกระอักเลือดออกมาเสียทุกที
นางอยากรู้นักว่าหากความงดงามของทั้งสองพี่น้องฝาแฝดนั้นหมดลงไปจะมีบุรุษใดชายตาแลพวกมันอีก องค์รัชทายาทหยางหลงหรือประมุขจ้าวไท่เหว่ยทั้งสองก็หลงเพียงความงดงามของพวกมันเพียงเท่านั้น ตัวนางเองก็หาได้ด้อยค่าเรื่องความงดงาม หากไม่มีสองพี่น้องนั้นแล้วบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองนั้นจะต้องเป็นของนาง และหากว่านางต้องการแล้วนางก็ย่อมต้องได้ หานเฟิ่งฮวาคิดพลางก้าวเท้าเดินถี่ ๆ เพื่อเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นนางจะต้องให้ท่านตาช่วยเหลือ
“ท่านตาเจ้าขา...ท่านตาต้องช่วยหลานนะเจ้าคะ” หานเฟิ่งฮวาเอ่ยเสียงออดอ้อนเมื่อเปิดประตูเข้ามาแล้วพบว่าท่านตาของตนกำลังนั่งจิบน้ำชาด้วยท่วงท่าผ่อนคลาย
“เจ้ามีเรื่องอะไรให้ท่านตาผู้นี้ช่วยเหลืออย่างนั้นหรือ? หลานรัก” เจิ้งจื่อยิ่นเอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่นรักใคร่เพราะหลานสาวของเขานั้นช่างน่ารักและออดอ้อนยิ่งนักเขาไม่เคยขัดใจนางได้สักครั้งหากว่านางต้องการสิ่งใด
“หลานจะอกแตกตายอยู่แล้วหากหลานยังไม่ได้แก้แค้นสตรีนางนั้น เมื่อคราก่อนมันทำให้หลานเกือบตายเลยนะเจ้าท่านตา” หานเฟิ่งฮวาเอ่ย
“ตาก็กำลังจะแก้แค้นให้เจ้าอยู่นี่อย่างไรเล่า ตอนนี้พวกมันก็อยู่ในกำมือของพวกเราแล้วและจะต้องอยู่ตลอดไปด้วย” เจิ้งจื่อยิ่นเอ่ยตอบหลานสาวแต่แววตานั้นแฝงความนัยย์บางอย่างที่ตนครุ่นคิดเอาไว้
“แต่หลานอยากสั่งสอนพวกมันให้รู้ว่าความทรมานนั้นเป็นอย่างไร ที่หลานต้องนอนป่วยเพราะพิษเจ้างูทมิฬท่านตาไม่รู้หรอกว่ามันเจ็บปวดและทรมานขนาดไหน หลานอยากให้พวกมันทรมานกว่าหลานร้อยเท่าพันเท่า” หานเฟิ่งฮวาเอ่ยพร้อมกับเดินเข้าไปโอบกอดท่านตาของนางเพราะต้องการออดอ้อนให้มากขึ้นกว่าเดิม
เจิ้งจื่อยิ่นครุ่นคิดในใจเขาไม่อยากขัดใจหลานรักแต่ก็ไม่อยากให้สตรีที่งดงามทั้งสองคนต้องเสียโฉมโดยเปล่าประโยชน์ สู้เอาพวกนางมาเป็นสตรีอุ่นเตียงเขายังได้ทั้งเชยชมสาวงามและยังได้เก็บพวกนางเอาไว้ต่อรองกับคนพวกนั้นได้อีก
เมื่อพวกนางตกมาเป็นเมียของตนแล้วพวกนางคงไม่กล้าที่จะแข็งข้อได้อีกแน่ และคงไม่มีบุรุษคนใดอยากได้สตรีที่มีตำหนิโดยเฉพาะบุรุษที่มีสตรีงดงามรอต่อแถวอย่างองค์รัชทายาทแห่งแคว้นหนิงและประมุขพรรคอินทรีย์ผู้ยิ่งใหญ่
“หากเจ้าอยากแก้แค้นให้พวกนางเจ็บทรมานย่อมได้ตาจะช่วยเจ้าเอง” เจิ้งจื่อยิ่นเอ่ยจบก็หยิบแส้หางม้าขนาดกำลังดีออกมาจากแหวนจัดเก็บของตนแล้วส่งให้หลานสาวทันที
เขาคิดตรึกตรองอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าอาวุธชิ้นนี้อันตรายน้อยที่สุดแล้ว อย่างน้อยรอยแผลที่เกิดจากแส้ชิ้นนี้ตนก็สามารถรักษามันให้หายสนิทไร้ร่องรอยได้ แต่ตอนที่พวกนางโดนแส้หางม้าชิ้นฟาดลงบนผิวกายอันบอบบางมันคงต้องเจ็บปวดทรมานอยู่ไม่น้อยด้วยพิษที่อาบเคลือบเอาไว้ แต่มันก็ไม่ถึงกับทำให้เสียชีวิตลงได้ งานนี้ไม่ขัดใจหลานสาวและไม่สูญเสียสาวงามนับว่าโชคดีไม่น้อย
“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านตา ท่านตาใจดีกับหลานตลอดเลยหลานรักท่านตาที่สุดเลยเจ้าค่ะ” หานเฟิ่งฮวาไม่เอ่ยเปล่านางก้มลงหอมแก้มสากของผู้เป็นตาอย่างออดอ้อน นางหยิบแส้หางม้ามาถือเอาไว้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแต่แววตานั้นแฝงไปด้วยความสะใจที่จะได้กระทำในสิ่งที่นางรอมานาน
“เจ้าก็ใช้อย่างระวังด้วยเล่า อย่ารุนแรงจนทำให้พวกนางสิ้นใจตายไปเสียก่อนหากเป็นเช่นนั้นตาจะลงโทษเจ้า” เจิ้งจื่อยิ่นเอ่ยปรามหลานสาว