ตอนที่ 149
บทที่ 149 ข้อเสนอล่อลวง
October 28, 2026
ทางด้านเฟิ่งฮวาเดินกระฟัดกระเฟียดเข้ามารายงานให้ผู้เป็นตาได้รับรู้เกี่ยวกับเรื่องที่นางได้พบเจอมาเมื่อครู่ เจิ้งจื่อยิ่นพอได้ยินหลานสาวเล่าเช่นนั้นเขาก็รับรู้ได้ทันทีว่าต้องเป็นเส้นใยสีรุ้งในตำนานอย่างแน่นอน
ในตำราโบราณที่ตนมีครอบครองเอาไว้นั้นได้กล่าวถึงเส้นใยไหสีรุ้งในป่าหมอกมายาว่ามันคือสิ่งวิเศษที่หายากที่สุดในบรรดาของวิเศษทั้งหมดทั้งมวล ผู้คนต่างอยากได้ไว้ครอบครองแต่ก็ไม่เคยมีผู้ใดได้มันมา จนชาวบ้านคิดว่ามันเป็นเพียงเรื่องเล่าหลอกผู้คนที่โลภมากเพียงเท่านั้น เมื่อชาวบ้านเชื่อว่าไม่ใช่ความจริงต่างเลิกราที่จะเข้าไปเสี่ยงตายในป่าหมอกมายาเพื่อหาเส้นใยไหมสีรุ้งกัน เรื่องนี้จึงกลายเป็นตำนานที่คนหลงลืมกันไปเมื่อนานมาแล้ว
เจิ้งจื่อยิ่นเมื่อคิดมาถึงตรงนี้ก็พาให้ต้องปวดหัวขึ้นมาเพราะตนรู้ดีว่าคนที่ครอบครองเส้นใยไหมสีรุ้งนั้นร่างกายจะสามารถรักษาบาดแผลได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งโอสถใด ๆ อย่าว่าแต่บาดแผลทางร่างกายเลยแม้แต่ยาพิษใดที่ว่าร้ายแรงก็ยังไม่สามารถทำให้คนที่ครอบครองใยไหมสีรุ้งระคายเคืองได้เลย
“ตาไม่คิดว่าพวกมันจะครอบครองของวิเศษที่ผู้คนต่างอยากได้มาครอบครองเช่นนี้พวกมันช่างโชคดียิ่งนัก” เจิ้งจื่อยิ่นเอ่ยกับหลานสาวด้วยใบหน้าเสียดายอย่างถึงที่สุด หากตนเองได้ครอบครองใยไหมสีรุ้งตนก็จะได้เป็นอมตะไม่มีสิ่งใดที่จะมาทำลายตนได้เจิ้งจื่อยิ่นยิ่งคิดก็ยิ่งเสียดาย
“แล้วเราจะทำเช่นไรกันดีเจ้าค่ะท่านตา” หานเฟิ่งฮวาเอ่ยถามเมื่อตนเองก็หมดหนทางที่จะกำจัดศัตรู และเมื่อครู่ทหารที่เฝ้าคุกใต้ดินก็เพิ่งมารายงานว่าจู่ ๆ แฝดผู้พี่ที่ถูกคุมขังไว้อีกห้องหนึ่งเกิดมีบาดแผลเต็มร่างกายและต่อมาบาดแผลนั้นมันก็หายไปราวกับว่าไม่เคยเกิดขึ้น สร้างความตกใจให้กับคนเฝ้าหน้าประตูจนพวกมันต้องรีบมารายงานให้ทราบ
นั่นจึงทำให้รู้ว่าทั้งสองฝาแฝดไม่เพียงมีใบหน้าที่เหมือนกันแต่ยังมีความเชื่อมโยงกันทางร่างกายอีกด้วยและทั้งสองก็มีร่างกายที่เป็นอมตะเหมือนกัน
“เราต้องขังมันเอาไว้ให้แน่นหนายิ่งขึ้นกว่าเดิมเพื่อเอาไว้ต่อรองอีกไม่นานประมุขจ้าวจะต้องมาแก้แค้นอย่างแน่นอน ตาจะย้ายที่คุมขังของหานเสวี่ยถังเอาไปไว้ที่ฐานลับหลังตำหนักเพื่อป้องกันการหลบหนีและการช่วยเหลือ” เจิ้งจื่อยิ่นคิดแผนการอย่างเร่งด่วน ตอนนี้คนที่สามารถต่อรองได้ดีที่สุดก็คงมีแค่คนเดียวเท่านั้นในตอนนี้
“แล้วเราไม่มีทางทำให้ใยบ้าบอนั่นมันเสื่อมลงเลยหรือเจ้าค่ะท่านตา” หานเฟิ่งฮวายังไม่คิดยอมแพ้ที่จะกำจัดศัตรูของตนเอง
“ยัง ตอนนี้เจ้าก็อยู่นิ่ง ๆ ไปก่อนเข้าใจหรือไม่” เจิ้งจื่อยิ่นเอ่ยบอกหลานสาว
“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะท่านตา”
หลังจากพูดคุยกับหลานสาวเสร็จเรียบร้อยทเจิ้งจื่อยิ่นก็จัดการสั่งคนของตนย้ายห้องคุมขังของหานเสวี่ยถังเป็นการเร่งด่วน เพราะตนคิดว่าหากเกิดเรื่องขึ้นในคุกใต้ดินแห่งนี้ตนก็ยังเหลือตัวประกันชั้นยอดอยู่อีกหนึ่งคน
ฐานลับหลังตำหนักนั้นตนเป็นคนสร้างขึ้นมาโดยที่คนภายนอกไม่สามารถเข้าไปได้หากยังไม่ได้รับอนุญาต ฐานลับนี้เป็นความลับสุดยอดแม้แต่คนในครอบครัวก็ยังไม่เคยได้เข้าไปสักครั้ง พวกเขารู้เพียงแต่ว่าตนสร้างฐานลับที่หลังตำหนักแต่ก็ไม่มีผู้ใดรู้ว่ามันอยู่ส่วนใดของหลังตำหนัก ฐานแห่งนี้จึงเป็นที่กักขังอย่างปลอดภัยสูงสุดของตนในเวลานี้
ทางด้านหานเฟิ่งอวี่เมื่อทราบข่าวจากน้องสาวว่าสตรีที่หมายปองเอาไว้นั้นมีร่างกายที่เป็นอมตะก็พลันให้หงุดหงิดเล็กน้อย นั่นหมายความว่าความเจ็บปวดและความตายพวกนางย่อมไม่หวาดหวั่น
และอีกเรื่องที่เขาหงุดหงิดนั่นก็คือหานเสวี่ยถังตอนนี้ถูกย้ายตัวไปคุมขังอีกแห่งหนึ่งซึ่งตนนั้นก็หารู้ไม่ว่ามันอยู่ส่วนใดของตำหนักตาเฒ่าเจิ้ง เขาจึงต้องเปลี่ยนแผนการเป็นการรวบหัวรวบหางสาวงามก่อนเป็นอันดับแรก หากนางตกเป็นของเขาแล้วนางย่อมไม่มีทางหนีพ้นเงื้อมือของเขาได้แน่และนางก็ต้องมาเป็นพวกเดียวกับเขาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
เมื่อคิดได้เช่นนั้นหานเฟิ่งอวี่จึงรีบเดินไปยังคุกใต้ดินทันทีเพื่อกระทำตามแผนการที่วางเอาไว้ เย่วซินตอนนี้นางก็เหมือนลูกแมวน้อยตัวหนึ่งที่หมดพิษสงไม่ใช่ลูกเสืออย่างที่เคยเป็น นางจะเอาอะไรมาต่อกรกับเขาหากเขาจะใช้กำลังขืนใจนาง
หานเฟิ่งอวี่ให้คนของตนคอยจับตาดูอยู่บริเวณรอบ ๆ ห้องขังหากมีใครเข้ามาเขาก็จะได้ไหวตัวทัน
ร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้มีใบหน้างดงามมาหยุดยืนอยู่หน้าห้องขังของเย่วซิน เมื่อคนถือกุญแจเปิดประตูให้ตามคำสั่งของผู้เป็นนายมันก็ยังคงทำหน้าที่ยืนคอยเพราะต้องปิดล้อคประตูให้เรียบร้อยดังเดิม
“เจ้าจะไปทำอะไรก็ไปไม่ต้องมายืนเกะกะตรงนี้” หานเฟิ่งอวี่เอ่ยสั่ง
“หามิได้พะย่ะค่ะ ท่านประมุขเจิ้งสั่งเอาไว้ว่าให้ข้ากระหม่อมดูแลทุกอย่างให้เรียบร้อยพะย่ะค่ะ” ผู้ที่ทำหน้าที่เปิดปิดห้องขังเอ่ยแย้ง
“เช่นนั้นก็ได้ พวกเจ้าคอยยืนเฝ้ามันเอาไว้และออกไปห่าง ๆ จากตรงนี้หน่อย” หานเฟิ่งอวี่ไม่เอ่ยขัด แต่หันไปสั่งคนของตนที่ติดตามมาด้วยคอยเฝ้าทหารรับมใช้ผู้นี้เอาไว้ให้ดีไม่ให้มันคาบข่าวไปบอกผู้ไดในตอนนี้
หลังจากที่จัดการกับคะนองตนเสร็จเรียบร้อยหานเฟิ่งอวี่ก็เดินเข้ามายังด้านในห้องขังที่มีหญิงสาวใบหน้างดงามนั่งอยู่บนตั่งไม้ตัวเล็ก เนื้อตัวของนางตอนนี้ดูสะอาดตาอาภรณ์ก็เปลี่ยนใหม่จากวันก่อนที่เขาเคยเห็น ตอนนี้นางเปลี่ยนมาสวมอาภรณ์ของสตรีแม้จะอาภรณ์จะไม่ได้งดงามแต่ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับสตรีตรงหน้าเลย เพราะนางสวมใส่มันได้งดงามยิ่ง
“สาวน้อยวันนี้เจ้างดงามยิ่งนัก” หานเฟิ่งอวี่เอ่ยเกี้ยวทันทีเมื่อโอกาส