ตอนที่ 151
บทที่่ 151 บุกแคว้นหาน
October 28, 2026
ทางด้านจ้าวไท่เหว่ยและคนอื่น ๆ เร่งเดินทางมายังแคว้นหานโชคดีที่อาเฟยอาสาพาเดินทางมาในครั้งนี้จึงทำให้ถึงที่หมายได้อย่างรวดเร็ว ทั้งหมดวางแผนการช่วยเหลือกันอยู่ที่ทางเข้าเมืองบริเวณชายป่าจึงไม่เป็นที่พบเห็นของศัตรู
เมื่อวางแผนกันเสร็จเรียบร้อยก็ต่างแยกย้ายกันไปตามแผนที่วางเอาไว้ ซึ่งแผนการพวกนี้ทั้งหมดได้คิดการกันเอาไว้แล้วตั้งแต่อยู่ที่แคว้นหนิงจึงไม่เสียเวลามากนัก
จ้าวไท่เหว่ย หมิงเย่วเทียน หนิงหยางหลงและเหอจิ้นฝานพร้อมกับคนติดตามเดินทางเข้ามายังประตูใหญ่หน้าวังหลวงโดยมีอาเฟยอาสาพาบิน ด้วยขนาดลำตัวของอาเฟยที่มีขนาดใหญ่จึงเป็นที่สนใจของชาวเมืองเป็นอย่างมาก และที่สำคัญมันสร้างความแตกตื่นอย่างเห็นได้ชัด
ไม่เพียงพาบินมายังวังหลวงเท่านั้นแต่อาเฟยยังสร้างความเสียหายแก่วังหลวงเป็นบริเวณกว้างโดยเฉพาะส่วนหน้าประตูวัง อาเฟยไม่สนว่าจะมีผู้ใดบาดเจ็บหรือล้มตายมากเพียงใด หากไม่ติดว่าท่านแม่และครอบครัวของนางอยู่ด้านในมันจะเผาทุกอย่างเสียให้ราบไปในคราเดียวทั้งคนและวังแห่งนี้
หากทุกคนได้ยินความคิดนี้ของอาเฟยคงได้กุมขมับกันบ้างโดยเฉพาะเย่วซินที่เป็นคนตระหนี่ หากอาเฟยเผาวังหลวงแห่งนี้จนเหลือแต่พื้นดินและเศษขี้เถ้านับว่าหายนะโดยแท้จริง เพราะวังหลวงนั้นกว่าจะสร้างขึ้นมาได้นั้นใช้เวลาไม่น้อย และที่สำคัญต้องใช้เงินมากเพียงใดมันไม่อาจตีเป็นมูลค่าได้เลยด้วยซ้ำ และอีกอย่างคลังหลวงนั้นย่อมมีของมีค่ามากมายมหาศาลหากโดนอาเฟยเผาคงน่าเสียดายไม่น้อย
การมาเยือนของบุคคลเหล่านี้นับว่าสะท้านสะเทือนวังหลวงแห่งแคว้นหานไม่น้อย และนั่นก็เป็นความตั้งใจของพวกเขาที่ต้องการเรียกร้องความสนใจทั้งหมดมาอยู่ที่ตน และให้อีกพวกหนึ่งที่มีหยางปิง เย่วฉีและคนติดตามของพวกเขาลักลอบเข้าไปด้านในเพื่อช่วยเหลือเย่วซิน จิวอิงและบิดาของพวกนาง
เสียงตูมตามดังสนั่นหวั่นไหว ไม่เพียงเท่านั้นยังเกิดไฟไหม้อีกหลายแห่งจนควันไปพวยพุ่งคละคลุ้งเป็นบริเวณกว้าง นั่นยิ่งทำให้ผู้ที่อยู่ด้านในตำหนักต้องรีบออกมาดูยังด้านนอกว่าเกิดอันใดขึ้น
หานเสวี่ยคุณ เจิ้งฮองเฮาและองค์หญิงเฟิ่งฮวากำลังนั่งคุยกันอยู่ที่ตำหนักต่างรีบเดินออกมายังด้านนอก และก็มาเจอเข้ากับเจิ้งจื่อยิ่นที่เดินออกมาด้านนอกเช่นกัน
“เกิดอันใดขึ้นหรือ?” หานเสวี่ยคุณเอ่ยถามผู้เป็นพ่อตาของตนด้วยน้ำเสียงและใบหน้าที่ตื่นตระหนก
“สงสัยพวกมันคงบุกมากันแล้ว พวกเรารีบไปที่ลานสูงบนกำแพงเมือง ส่วนเจ้ารีบไปนำตัวคู่แฝดที่อยู่ในคุกใต้ดินแล้วนำตัวไปที่ลานสูงเดี๋ยวนี้” ประโยคแรกเจิ้งจื่อยิ่นเอ่ยบอกบุตรเขย บุตรสาวและหลานสาว ส่วนประโยคหลังนั้นได้หันไปสั่งกับผู้ติดตามฝีมือดีของตน
“ขอรับท่านประมุข” เอ่ยจบผู้ติดตามฝีมือดีก็รีบเร้นกายหายวับไปทันที ทางด้านเจิ้งจื่อยิ่นและคนอื่น ๆ ก็รีบเดินไปยังที่หมายเช่นเดียวกัน
ทางด้านคุกใต้ดินเมื่อได้ยินเสียงระเบิดดังก้องกังวาน ทุกคนต่างก็ตกใจแต่ก็คิดไปในทางเดียวกันว่าอาจจะมีคนมาช่วยเหลือก็เป็นได้ จึงรีบเดินไปทิศทางที่เป็นทางออกทันที
“ซินเอ๋อร์ อิงเอ๋อร์ พี่มาช่วยเจ้าแล้ว” เย่วฉีเอ่ยเรียกน้องสาวของตนทันทีที่เห็นกลุ่มคนกำลังเดินมาทางตนและเมื่อมองดีๆ จึงรู้ว่าเป็นน้องสาวของตนนั่นเอง
“อาฉี...ข้าคิดถึงท่านที่สุดเลย” เย่วซินเอ่ยพร้อมกับรีบวิ่งไปหาพี่ชายคนสนิทแขนเรียวสวมกอดร่างสูงแกร่งอย่างไม่รีรอด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ เย่วฉีเองก็กอดน้องสาวคนโปรดเอาไว้แน่นด้วยความคิดถึงเช่นเดียวกัน
“พวกเจ้าปลอดภัยก็ดีแล้วข้าและคนอื่น ๆ เป็นห่วงพวกเจ้าแทบแย่เลยรู้หรือไม่” เย่วฉีเอ่ยพร้อมกับมองไปทางน้องสาวอีกคนหนึ่งที่เห็นว่าร่างกายไร้รอยขีดข่วนใด ๆ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าร่างกายของพวกนางนั้นไม่มีอะไรสามารถทำให้เกิดรอยแผลได้ แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี
“ด้านนอกเป็นฝีมือของพวกคุณชายใช่หรือไม่” ผู้นำพรรคคนหนึ่งเอ่ยถาม
“ใช่แล้ว พวกท่านคือ?” หยางปิงเอ่ยตอบและเอ่ยถามกลับด้วยความสงสัย
“พวกเราคือผู้นำพรรคต่างๆ ที่ถูกประมุขพรรคอสรพิษจับมาเป็นตัวประกันเพื่อให้พรรคของพวกเราจะตกเป็นเบี้ยล่างของพวกมัน” ผู้นำพรรคคนเดิมเอ่ยตอบ
“เป็นเช่นนี้นี่เอง แต่เอาเถิดพวกท่านสบายใจได้ตอนนี้ประมุขจ้าวได้ส่งคนออกไปยังพรรคของพวกท่านแล้วคาดว่าตอนนี้พวกเขาคงรออยู่รอบ ๆ เมืองหลวงเพื่อรอสัญญาณเตรียมบุกเข้ามา” หยางปิงเอ่ยบอก การมาเยือนของพวกเขาในครานี้คือการช่วยเหลือตัวประกันทั้งหมด และอีกอย่างหนึ่งก็คือกวาดล้างคนชั่วทั้งหมดให้สิ้นซากจากแผ่นดินนี้ หรือเรียกว่าการล้มล้างราชวงศ์ยึดบัลลังก์คืนมาจากคนชั่วนั่นเอง