ตอนที่ 152
บทที่ 152 หักหลังกันเอง
October 28, 2026
จ้าวไท่เหว่ยและคนอื่น ๆ ไม่ได้สนใจในคำพูดของอีกฝ่ายพวกเขาเพียงรอเวลาให้หยางปิงและเย่วฉีส่งสัญญาณว่าช่วยเหลือตัวประกันสำเร็จจากนั้นพวกตนก็จะลงมือกับศัตรูตรงหน้าทันที
เมื่อแลเห็นกลุ่มคนกลุ่มใหญ่มุ่งหน้ามาทางตนทั้งหมดก็จดจำได้ในทันทีว่าเป็นกลุ่มของผู้ใด จ้าวไท่เหว่ยและทุกคนที่ยืนประจันหน้ากับศัตรูต่างเตรียมอาวุธของตนขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงโดยไม่ต้องมีผู้ใดเอ่ยสั่ง แม้จะนึกเอะใจอยู่บ้างที่เย่วฉีและหยางปิงเหตุใดจึงไม่ทำตามแผนที่วางเอาไว้
ทางด้านเย่วซินและทั้งจิวอิงรวมทั้งหยางปิงและเย่วฉีเมื่อเห็นฝ่ายตนเป็นผู้ยกอาวุธเตรียมจู่โจมก็พลันร้อนใจ เย่วซินเองนั้นไม่ห่วงว่าเหล่าบุรุษจะสามารถล้มคู่ต่อสู้ได้ในกี่กระบวนท่า แต่ตนคำนวนได้ว่าต้องกินเวลาไม่น้อยยังคงสามารถเอ่ยห้ามเอาไว้ได้ทันการณ์ก่อนที่อีกฝ่ายจะตกตายไปเสียก่อน
แต่ที่เย่วซินเป็นกังวลนั้นคืออาเฟยต่างหาก ไฟของอาเฟยเพียงพ่นออกจากลมปากก็สามารถเผาวอดจนไม่เหลือซาก หากเป็นเช่นนั้นบิดาของนางคงไม่ต้องถูกขังลืมหรอกหรือ? ผู้ใดจะตายย่อมไม่สนใจแต่ประมุขเฒ่าเจ้าเล่ห์จะตายตอนนี้ไม่ได้
“พวกท่านถอยออกไปประเดี๋ยวข้าจะจัดการกับศัตรูตรงหน้าเอง พวกท่านพ่อจะได้ไม่เหนื่อยอย่างไรเล่าขอรับ” เสียงของอาเฟยเอ่ยบอกผู้เป็นบิดามันไม่อยากให้บิดาและสหายต้องเหน็ดเหนื่อยลำพังไฟของมันเองนั้นเพียงแค่พ่นออกไปก็สามารถจำจัดกลุ่มคนตรงหน้าได้อย่างง่ายดายนักโดยที่ทุกคนไม่ต้องออกแรงให้เสียเหงื่อ
ทั้งหมดหันสบตากันเป็นเชิงร่วมติดสินใจจากนั้นก็พยักหน้าทั้งหมดก้าวถอยหลังเพื่อหลีกทางให้อาเฟย ทางด้านเย่วซินนั้นเมื่อเห็นว่าพวกตนไม่สามารถไปห้ามปรามได้ทันการณ์เป็นแน่ เพราะระยะทางค่อนข้างห่างไกลหากตะโกนออกไปก็คงได้ยินเพียงเสียงคล้ายแมลงวี่ ดีไม่ดีพวกเขาอาจคิดว่านางให้สัญญาณจู่โจมเร็วขึ้นก็เป็นได้
“เราจะทำอย่างไรดีความเร็วของพวกเราคงไม่อาจยับยั้งอาเฟยได้ทัน” จิวอิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน ขนาดพวกนางและกลุ่มคนทั้งหมดนี้ใช้วิชาตัวเบาเพื่อเร่งการเดินทางแล้วก็คงจะไม่ทันสู้ความเร็วของไฟจากปากอาเฟยได้ ขนาดความเร็วของจางฮั่นและจางฮ่าวที่ขึ้นชื่อว่าไม่เป็นสองนางยังคิดว่ายังไม่อาจยับยั้งเอาไว้ได้ทัน
บริเวณที่อาเฟยและคนอื่น ๆ อยู่นั้นเป็นลานกว้างที่อยู่บนกำแพงสูงจึงมองเห็นได้ชัดว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง เย่วซินไม่มีทางเลือกตอนนี้ตนไม่ได้ออกแรงอันใดเพราะพี่ชายคนสนิทเป็นคนที่โอบอุ้มตนมา จึงสะดวกที่จะหยิบเอาขลุ่ยหยกสยบมารของตนออกมา
เย่วซินไม่รอช้ายกขลุ่ยขึ้นจรดริมฝีปากแล้วพุ่งเป้าหมายไปยังอาเฟยทันที อาเฟยที่กำลังอ้าปากเตรียมพ่นไปโลกัณฑ์ของตนออกมานั้นจู่ ๆ ร่างกายกลับขยับอันใดไม่ได้เลยแม้กระทั่งจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ และพ่นไปออกมาก็ยังทำไม่ได้ ร่างกายของมันแข็งตึงไปหมด และมันก็ร้องอ้อ...ในใจยาว ๆ เมื่อได้ยินเสียงขลุ่ยที่เป็นเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของมารดา
มารดาท่านจะฆ่าข้าหรืออย่างไร ท่านเข้าใจอันใดผิดหรือไม่? ศัตรูคือกลุ่มคนเบื้องหน้าหาใช่ข้าแต่อย่างใด...อาเฟยกรอกสายตาไปมาอย่างขมขื่นพลางกู่ก้องร้องในใจ
“หยุดมือก่อนอาเฟย” เมื่อมาถึงที่หมายเย่วซินก็เอ่ยห้ามอาเฟยทันที อาเฟยก็เชื่อฟังเมื่อร่างกายของตนเคลื่อนไหวได้ปกติแล้วมันก็ก้าวเท้ามายืนอยู่ข้างบิดาของมันด้วยความคิดถึง
“มีเรื่องอันใดหรือซินเอ๋อร์เหตุใดต้องห้ามอาเฟยด้วย” เย่วเทียนเอ่ยถามด้วยความสงสัย แม้ในใจจะยินดีและดีใจเป็นอย่างมากที่ได้เห็นร่างบางและคนอื่น ๆ ปลอดภัยและมายืนอยู่ตรงหน้าของตนในเวลานี้
“ฮ่า ๆ ๆ พวกเจ้ายังอ่อนด้อยกว่าข้ายิ่งนัก” เจิ้งจื่อยิ่นเอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงสำราญอย่างหาที่สุดไม่ได้ที่ตนยังเป็นต่อคู่ต่อสู้อยู่ในขณะนี้
“เจ้าอย่าเพิ่งลำพองไป นำตัวไอ้หมาน้อยของข้าออกมา” เย่วซินเอ่ยสั่งคนของตนให้นำตัวหานเฟิ่งอวี่ออกมา จางฮั่นไม่รอช้ารีบก้าวเท้ามาเบื้องหน้าทันทีพร้อมกับร่างของบุคคลสูงศักดิ์ที่ยามนี้ถูกมัดมือมัดเท้าอย่างแน่นหนา
“ท่านพ่อช่วยข้าด้วย...” หานเฟิ่งอวี่เอ่ยร้องขอความช่วยเหลือจากบิดาของตนที่อยู่เบื้องหน้าด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว จะไม่ให้เขาหวาดกลัวได้อย่างไรกันจู่ ๆ เขาก็โดนจับมาทั้งที่ยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าโดนตอนไหน และระหว่างทางเขาก็ทั้งโดนทุบโดนซ้อมมาตลอดการเดินทางถึงแม้ระยะทางจะไม่ไกลมากแต่ด้วยฝีมือระดับผู้มีพลังปราณมีหรือจะธรรมดาตอนนี้ไม่รู้ว่ากระดูกของตนหักไปกี่ซี่แล้วเพราะมันเจ็บระบมไปหมด
“เฟิ่งอวี่ลูกพ่อ...” หานเสวี่ยคุณเมื่อเห็นบุตรชายอันเป็นที่รักก็พลันให้ตกใจและยิ่งเห็นใบหน้าอันเขียวช้ำและยังมีเลือดไหลก็พลันให้ร้อนใจ
“นำตัวบิดาของข้าออกมาเพื่อแลกเปลี่ยน” เย่วซินเอ่ยต่อรองทันทีโดยไม่อ้อมค้อม จ้าวไท่เหว่ยและคนอื่น ๆ จึงหันไปสำรวจกลุ่มคนของตนทันทีก็พบว่าบิดาของนางไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย เหตุที่นางต้องยับยั้งอาเฟยก็เพราะเช่นนี้นี่เอง
“เจ้าคิดว่าข้าจะยินยอมเช่นนั้นหรือ?” เจิ้งจื่อยิ่นเอ่ยตอบทันทีโดยไม่ต้องคิดให้เปลืองสมอง
“ท่านพ่อตากล่าวเช่นนี้ได้อย่างไรกัน นั่นมันโอรสของข้านะ” หานเสวี่ยคุณเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ยินยอม