ตอนที่ 153
บทที่ 153 เย่วเทียนถูกพิษ
October 28, 2026
“ตกลงว่าเจ้าจะไม่ยอมแลกเปลี่ยนใช่หรือไม่” จ้าวไท่เหว่ยเอ่ยถามออกไป
“ข้ายอมแลกก็โง่เต็มที หากพวกเจ้าไม่อยากให้ตัวประกันต้องตายก็รีบใสหัวไปจากที่นี่เสีย ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ หากพวกเจ้ายังดึงดันข้าจะส่งสัญญาณให้คนของข้าตัดแขนของเขามาให้พวกเจ้าก่อนเป็นอย่างไร” เจิ้งจื่อยิ่นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเริงร่าสนุกสนาน
“เจ้า...” จ้าวไท่เหว่ยเอ่ยเสียงเข้ม มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันจนแน่นด้วยความเจ็บใจที่กระทำอันใดอีกฝ่ายไม่ได้ในตอนนี้
เมื่อทางฝั่งของเย่วซินกำลังคิดหาหนทางอยู่นั้นพลันมีสองร่างกำลังเดินมาด้วยความมทุลักลัก เมื่อเพ่งมองจึงเป็นที่ประจักษุ์แก่สายตาทั้งฝ่ายของเย่วซินและทางฝ่ายของเจิ้งจื่อยิ่นก็พลันให้เคลื่อนไหวในทันที
“บัดซบ ไอ้หลานชั่ว” เจิ้งจื่อยิ่นสบถออกมาขณะที่กำลังพุ่งตัวไปยังตัวก่อเรื่อง ตนน่าจะฆ่าทิ้งไปเสียตั้งแต่แรกไม่น่าปล่อยให้มันหนีรอดออกมาทำความเดือดร้อนเช่นนี้
เย่วเทียนรีบทะยานกายเร่งฝีเท้าของตนไปยังทั้งสองร่างนั้นทันที เจิ้งจื่อยิ่นเองก็ใช้ความเร็วที่สูสีกันไปยังจุดนั้นเช่นกัน จ้าวไท่เหว่ยขึ้นชื่อว่าความรวดเร็วเป็นเลิศจึงเป็นที่เพ่งเล็งของศัตรูอยู่ก่อนแล้ว เขาโดนเงาของเจิ้งจื่อยิ่นสกัดเอาไว้เสียก่อน ไม่เพียงแต่จ้าวไท่เหว่ยเท่านั้นแต่ทุกคนในกลุ่มต่างถูกโจมตีจากเงาลับของเจิ้งจื่อยิ่นด้วยกันทั้งนั้น
กลายเป็นว่าตอนนี้ทุกอย่างต่างชุลมุนกันเป็นอย่างมาก อาเฟยเองก็ยากที่จะจัดการเพราะหากมันพ่นไฟออกไปเกรงว่าจะถูกฝ่ายของตนไปด้วย มันทำได้เพียงสกัดกลุ่มคนคลั่งที่ทยอยกันเข้ามาช่วยฝ่ายของศัตรูพียงเท่านั้น
เย่วซินมีจางฮั่นและจางฮ่าวคอยคุ้มกันไม่ห่างและใกล้กันยังมีพี่ชายคนสนิทและพี่สาวอยู่ข้าง ๆ องค์รัชทายาทหยางหลงก็คอยช่วยเหลือจิวอิงอยู่ไม่ห่าง เย่วซินคิดจะใช้ขลุ่ยหยกแต่มันชุลมุนเกินกว่าที่จะควบคุมได้ แต่...เย่วซินเหลือบไปเห็นกลุ่มขององค์หญิงเฟิ่งฮวายืนอยู่โดยมีองครักษ์เงาคอยปกป้องก็พลันให้ยกยิ้มมุมปาก
“พี่จางฮั่นคุ้มกันข้าด้วย” เย่วซินเอ่ยบอกกับคนคุ้มกันของตนเอง จากนั้นก็ยกขลุ่ยขึ้นเป่าเย่วซินเจาะจงเอ่ยชื่อหานเฟิ่งฮวาของมารดาของนางให้ยืนนิ่งเหมือนหิน เย่วซินค่อย ๆ ก้าวเดินไปใกล้ ๆ โดยมีจางฮั่นและจางฮ่าวคอยคุ้มกันเป็นอย่างดี
องครักษ์ที่คุ้มกันเฟิ่งฮวาและเจิ้งฮองเฮาค่อย ๆ ล้มตายไปทีละคนจนไม่เหลือ เย่วซินใช้มือตวัดผงพิษอ่อนแรงใส่สองแม่ลูกทันทีที่หยุดเป่าขลุ่ยหยก
“เจ้าสองแม่ลูกก่อกรรมทำชั่วเอาไว้มากคราวนี้ถึงตาของเจ้าทั้งสองที่จะรับกรรมนั้นแล้ว” เย่วซินไม่อยากจะพูดพล่ามให้เสียเวลาเพราะเป็นห่วงบิดากับพี่เย่วเทียนที่ต่อสู่อยู่อีกด้านหนึ่งไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง ตนไม่ไว้ใจประมุขเฒ่าเจ้าเล่ห์เพราะมันพิษสงรอบตัว
“ฆ่าพวกข้าเสียเลยข้าไม่เคยกลัวตาย” เฟิ่งฮวาเอ่ยขอความตายจากอีกฝ่ายเพราะรู้ชะตากรรมของตนเองว่าวันนี้คงไม่อาจรอดสู้พูดให้อีกฝ่ายรีบสังหารตนเสียดีกว่าถูกจับไปทรมาน
“พวกเจ้าได้ตายแน่” เย่วซินเอ่ย พร้อมกับกรอกยาบางอย่างใส่ปากสองแม่ลูกเมื่อเสร็จเรียบร้อยจึงเอ่ยต่อ “แต่การตายของพวกเจ้ามันต้องมีชั้นเชิงกันหน่อย”
“เจ้า...เหตุใดไม่ลงดาบให้ข้าตายไปเสียทีเดียว” เจิ้งฮองเฮาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“หากเป็นเช่นนั้นมันสบายเกินไป อย่างพวกเจ้ามันต้องลิ้มรสความทรมานอย่างแสนสาหัส”
ยาพิษที่เย่วซินกรอกไปนั้นเป็นยาพิษที่มีความรุนแรงระดับหนึ่ง แต่คนที่โดนจะไม่ตายภายในเวลาอันรวดเร็ว พิษชนิดนี้จะทำให้เจ็บปวดเหมือนอวัยวะภายในแหลกเหลวทรมานสุดหัวใจแล้วมันก็จะผ่อนความเจ็บปวดลงมา มันจะวนเวียนซ้ำ ๆ อยู่อย่างนี้จนกว่าคนที่โดนพิษจะรับไม่ไหวและสิ้นใจไป เย่วซินคาดว่าน่าจะประมาณสักห้าถึงเจ็ดปีเห็นจะได้
เย่วซินและคนคุ้มกันมองดูสองแม่ลูกนอนดิ้นทุรนทุลายอยู่กับพื้นด้วยแววตาเรียบเฉยไร้ความสงสารแต่อย่างไร ทรมานแค่นี้ถือว่าปราณีแล้ว เมื่อก่อนท่านพ่อยังเคยถูกพวกมันทรมานมานานถึงสิบห้าปี นี่ตนปราณีลดโทษมาครึ่งหนึ่งแล้วนะ
“พี่จางฮั่นพาข้าไปช่วยพี่เย่วเทียน” เย่วซินเอ่ยสั่ง ที่ต้องให้พาไปนั้นเพราะว่ามันอยู่ยังเบื้องล่างที่ห่างออกไปพอสมควร
จ้าวไท่เหว่ยเองเมื่อจัดการกับเหล่าเงาที่เข้ามาขวางทางตนเอาไว้จนเสร็จเรียบร้อยก็จุดพลุเพื่อส่งสัญญาณให้กลุ่มลูกพรรคของตนและของพรรคต่าง ๆ ที่รออยู่ด้านนอกให้เข้ามาจัดการกับทหารและคนอื่น ๆ ที่หลบซ่อนอยู่ภายในราชวังแห่งนี้ จากนั้นก็เร่งติดตามเย่วเทียนไปช่วยเหลือท่านอาเสวี่ยถังอีกด้านทันที อาเฟยเมื่อเห็นเช่นนั้นก็รีบติดตามบิดาและมารดาของมันไปเช่นกันเผื่อว่ามันจะช่วยเหลืออันใดได้บ้าง
เย่วเทียนที่อีกนิดเดียวเขาก็จะถึงเจิ้งอู่เสียงที่กำลังประคองท่านอาเสวี่ยถังเอาไว้ เจิ้งจื่อยิ่นที่ตามมาติด ๆ ก็ซัดพลังปราณและพิษของตนไปยังสามคนเบื้องหน้าทันที