ตอนที่ 156
บทที่ 156 พระราชโองการแต่งตั้ง
October 28, 2026
และเมื่อมองไปยังแท่นประทับขององค์หญิงทั้งสองบุรุษน้อยใหญ่ต่างพากันลมหายใจสะดุดด้วยความงดงามที่หาหญิงใดเปรียบได้และไม่ได้มีเพียงหนึ่งแต่มีถึงสอง นับว่าเป็นบุญตาแก่ผู้พบเห็นยิ่งนัก
“องค์รัชทายาทหนิงหยางหลงได้ข่าวว่าพระองค์ทรงหมั้นหมายกับองค์หญิงเย่วซินเช่นนั้นพระองค์ทรงจำองค์หญิงเย่วซินได้หรือไม่ว่าทรงประทับอยู่ด้านซ้ายหรือด้านขวา” เสียงขององค์ชายแห่งแคว้นเยี่ยนเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะองค์หญิงทั้งสองพระองค์ยามนี้ทรงแต่งกายด้วยเครื่องอาภรณ์สีเดียวกันและแบบเดียวกันจนผู้คนต่างแยกไม่ออกว่าเป็นพระองค์ใดกันแน่
หลายคนต่างพยักหน้าเห็นด้วย ยกเว้นคนที่ใกล้ชิดและสนิทกันพวกเขาต่างนิ่งเฉยไม่มีความกังวลใด ๆ ทั้งสิ้น หนิงหยางหลงยกยิ้มด้วยรอยยิ้มละมุนเขาเดินมายังกลางโถงหน้าพระที่นั่ง แล้วโค้งศีรษะคำนับพร้อมเอ่ยว่า
“วันนี้เป็นนวันดีที่มีการรวมตัวกันหลายฝ่ายและหลายแคว้น กระหม่อมต้องกราบขออภัยเนื่องจากองค์หญิงทั้งสองพระองค์ทรงสิริโฉมงดงามเหมือนกันจนผู้คนแยกแยะไม่ออก รวมทั้งบิดาของกระหม่อมซึ่งเป็นผู้ปกครองแคว้นหนิงเองก็เช่นกัน จึงมีพระราชโองการหมั้นหมายผิดคน ความจริงแล้วสตรีที่กระหม่อมรักมีเพียงองค์หญิงจิวอิงเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น ต้องขออภัยในความผิดพลาดในครั้งนี้ด้วยพะย่ะค่ะ” หยางหลงเอ่ยพร้องโค้งศีรษะอีกครั้งเพื่อแสดงความขอโทษอย่างจริงใจ
“เราเองก็รับรู้เรื่องนี้แล้วองค์รัชทายาทอย่าทรงกังวลมากนักทุกอย่างบนโลกล้วนผิดพลาดกันได้ เอาเป็นว่าเพื่อเป็นการยืนยันความถูกต้องธิดาพระองค์ใดของเราที่องค์รัชทายาทแห่งแคว้นหนิงทรงมีใจปฏิพัทธ์ด้วยหรือ?” หานเสวี่ยถังเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา
หนิงหยางหลงมองไปยังสตรีทั้งสองที่ยามนี้เหมือนกลั่นแกล้งให้ผู้คนสับสนงงงวยช่างน่าจับมาตีก้นเสียให้เข็ด แต่สำหรับตนแล้วเพียงแค่มองครู่เดียวเขาก็จำได้แล้ว ไม่ต้องหยุดคิดหรือพิจารณาแต่อย่างใด
หยางหลงเดินไปยังแท่นประทับที่จิวอิงนั่งอยู่จากนั้นก็ยื่นมือใหญ่ไปให้สตรีตรงหน้า จิวอิงสบสายตาด้วยแววตาชื่นชมที่บุรุษผู้นี้ยังจำนางได้ไม่เปลี่ยนแปลงแม้ยามนี้นางและน้องสาวจะแต่งกายเหมือนกันทุกอย่างเลยก็ตาม จิวอิงยกมือเรียววางทาบบนมือใหญ่อันอบอุ่น จากนั้นก็จับจูงกันลงมายังหน้าแท่นประทับของผู้ปกครองแคว้น
“ไหนเจ้าลองบอกพ่อสิว่าเจ้ามีนามว่าอันใด วันนี้พวกเจ้าทั้งสองแต่งกายเหมือนกันมากจนพ่อนั้นก็ยังไม่อาจแยกแยะออก” หานเสวี่ยถังเอ่ยปกติพวกนางทั้งสองคนนั้นจะแต่งกายคนละแบบกันและกิริยาท่าทางการพูดจานั้นก็ยังแตกต่าง แต่ยามนี้พวกนางนั้นตั้งแต่เดินเข้ามาก็นั่งนิ่งสายตาก็ไม่วอกแวกแถมยังไม่มีใครเอ่ยปากพูดจาสักคำ เขาเองที่เป็นบิดานั้นก็ยังลังเลเลยว่าคนไหนคือเย่วซินและคนไหนคือจิวอิง นี่เขาโดนบุตรสาวกลั่นแกล้งใช่หรือไม่
“ทูลเสด็จพ่อหม่อมฉันคือจิวอิงเพคะ” จิวอิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนหวานพร้อมย่อกายด้วยท่วงท่างดงาม
“อิงเอ๋อร์องค์หญิงใหญ่ของเรานี่เองฮ่า ๆ ๆ” หานเสวี่ยถังเอ่ยพร้อมกับหัวเราะแก้ขัดเขินที่ตนนั้นแยกแยะไม่ออก ทุกคนต่างก็ยกยิ้มด้วยใบหน้าเปื้อนสุข
“องค์รัชทายาทหยางหลงเรานับถือในตัวของท่านจริง ๆ ครานี้เราก็ไม่ต้องกังวลแล้วว่าท่านจะจำผิดคน เพราะท่านไม่ต้องเสียเวลาคิดตรึกตรองก็สามารถบอกได้แล้วว่าใครเป็นใคร” ครานี้ผู้คนในห้องต่างพากันหัวเราะออกมาที่แท้องค์ฮ่องเต้ก็กลัวว่าที่ราชบุตรเขยผู้นี้จำองค์หญิงสลับพระองค์ แล้วจะเกิดเรื่องราวไม่ดีเอาได้นั่นเอง
“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ” หยางหลงโค้งคำนับเพื่อเป็นการยอมรับในคำชมอย่างไม่เอ่ยขัด
แม้หลายคนอยากจะเชื่อมไมตรีกับองค์องค์เย่วซินเพราะตอนนี้ได้กระจ่างแจ้งแล้วเรื่องพระคู่หมั้นขององค์รัชทายาทแคว้นหนิง แต่จากที่มาพำนักอยู่ในรั้ววังหลวงแห่งนี้ก็มีข่าวแว่วมาหนาหูว่าประมุขจ้าวแห่งพรรคอินทรีย์นั้นมีใจปฏิพัทธ์ด้วย และประมุขจ้าวยังช่วยเหลือฮ่องเต้หานเสวี่ยถังเอาไว้มากมาย
เรื่องนี้หลายฝ่ายทราบเรื่องกันดีอยู่ก่อนแล้ว และเพื่อเป็นการยืนยันความจริงอีกอย่างนั่นก็คือประมุขผู้เฒ่าแห่งพรรคอินทรีย์และประมุขแห่งหุบเขาร้อยเล่ห์ก็ยังมาปรากฏตัวอยู่ ณ ห้องโถงแห่งนี้ด้วย ข่าวลือที่ได้ยินนั้นย่อมไม่ผิดเพี้ยนอย่างแน่นอน
ทุกคนจึงต่างพากันสงบเงียบและไม่คิดจะหาเรื่องใส่ตนเองอย่างแน่แท้ ต่อให้องค์หญิงเย่วซินจะงดงามปานล่มเมืองก็เถอะ หลังจากจบเรื่องหมั้นหมายไปแล้วก็เป็นเรื่องลำดับต่อไป
ราชโองการสีทองถูกแม่ทัพหงซานจิ่น กงกงจำป็นรับไปและประกาศก้องด้วยน้ำเสียงดังชัดเจน