ตอนที่ 158
บทที่ 158 ดอกระฆังกังวาน
October 28, 2026
ภายในห้องของบ่าวสาวหลังจากที่เสร็จสิ้นจากพิธีการต่าง ๆ ก็ถึงเวลาเข้าหอเสียที หลังจากดื่มเหล้าและกินอาหารมงคลจนหมด ร่างสูงใหญ่กำยำในวัยย่างเข้าสี่สิบก็เข้ารวบร่างเจ้าสาวของตนขึ้นมาอยู่ในอ้อมแขนแกร่งทันที
“อุ๊ย...” เสี่ยวชิงร้องด้วยความตกใจมือเรียวพลันยกขึ้นโอบรอบคอของบุรุษตรงหน้าทันที ดวงตาสองคู่สบประสานกัน
ซานจิ่นไม่รอช้าเมื่อเห็นริมฝีปากอิ่มแดงเย้ายวนนั่น ใบหน้าคมเข้มก้มต่ำริมฝีปากหนาประทับจุมพิตปากอิ่มอย่างไม่อาจหักห้ามใจ
เสี่ยวชิงเองก็หาได้น้อยหน้านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางเคยจุมพิตบุรุษ เป็นครั้งที่เท่าไรไม่รู้แต่ที่รู้คือบุรุษตรงหน้าของนางเองนั่นแหละที่เป็นผู้ฝึกสอนการจุมพิตอันเร่าร้อนแบบนี้ เขาสอนนางทุกครั้งที่มีโอกาสได้อยู่ใกล้ชิดกันตามลำพัง
ลิ้นหนาลิ้นเล็กไล่เกี่ยวกระหวัดรัดรึงอย่างไม่มีใครยอมใครยิ่งสร้างความหวาบหวามใจยิ่ง ร่างใหญ่โอบอุ้มร่างเล็กเดินมายังเตียงใหญ่แต่ริมฝีปากก็ยังไม่ยอมปล่อยออกจากปากอิ่ม ทั้งดูดดึงเร่าร้อนสลับไล่เลียกวาดชิมความหวานไม่ลดละ
ร่างหนาวางร่างเล็กลงอย่างเบามือ มือที่ว่างจากการโอบอุ้มแปรเปลี่ยนมาฉุดกระชากชุดที่ขวางเกะกะนักในยามนี้ของตนเองแล้วโยนออกไปอย่างไม่ใยดี ส่วนของร่างบางนั้นเขาพยายามถอดมันอย่างเบามือ แต่กระนั้นด้วยใจที่กระเจิดกระเจิงจึงไม่อาจควบคุมมือของตนได้อีกต่อไป ที่ว่าถอดอย่างเบามือกลายเป็นขาดหลุดหลุ่ยไม่น่ามองใครใช้ให้นางสวมใส่หลายชิ้นเช่นนี้กันเล่าเสียเวลาถอด...
ทั้งสองร่างยามนี้ต่างเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด ด้วยแสงตะเกียงที่ยังสว่างไสวจึงทำให้มองเห็นอีกฝ่ายอย่างชัดเจน
“ไม่ต้องอายคนดีพี่อยากเห็นเรือนร่างของเจ้าว่างดงามเพียงใด” ซานจิ่นเอ่ยปลอบใจเจ้าสาวของตนที่ยามนี้มองดูก็รู้ว่านางคงขัดเขินไม่น้อย
“คอระหงของเจ้าช่างงดงามยิ่งนัก” ริมฝีปากหนาไล่เลียมายังซอกคอของร่างเล็ก พลางขบเม้มตีตราจองว่าเป็นเจ้าของ ปากหนาเอ่ยชื่นชมไม่หยุดหย่อน
“ดอกเหลียนฮวาสองดอกนี้ช่างใหญ่โตเต็มมือพี่ยิ่งนัก อืม...”
ลิ้นร้ายไล่เลียพร้อมขบเม้นไปทั่วเรือนกายของร่างเล็กที่ดิ้นเร่าด้วยความเสียวสยิว แม้ใจเขาอยากจะรวบรัดตัดตอนสักเพียงใดแต่คืนแรกของนางเขาย่อมถนอม นิ้วร้ายเข้าสำรวจเปิดทางถ้ำน้ำหวาน เมื่อได้น้ำหวานตามที่ต้องการแล้วจึงตัวพาน้องน้อยที่ไม่น้อยเข้าไปสำรวจบ้าง
ร่างสองร่างยามสอดประสานเป็นหนึ่งมันช่างรัดรึงจวนขาดใจ ร่างใหญ่กัดฟันกรอดเพื่อข่มความเสียวซ่านและระงับความเสียวที่พุ่งแตะเพดานในยามนี้ เขาจะไม่ยอมถูกตราหน้าว่านกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำอย่างแน่นอน
เมื่อควบคุมอารมณ์คงที่ร่างสูงจึงขยับสะโพกช้า ๆ อย่างนุ่มนวล ร่างเล็กจิกเล็บลงบนหลังแกร่งเพื่อระบายความเสียวซ่านของตนเอง สะโพกหนาเพิ่มจังหวะจากนุ่มนวลเป็นถี่กระชั้นแล้วเป็นมาเป็นนุ่มนวลอีกครั้ง
จนร่างบางเกร็งกระตุกดวงตาล่องลอยราวเห็นสวรรค์รำไร ร่างสูงยกยิ้มพอใจที่สามารถทำให้ร่างบางสุขสมได้ ไม่รอช้ามือใหญ่จับร่างบางพลิกคว่ำหน้าลงกับเตียง ช้อนสะโพกบางยกขึ้นเล็กน้อยจากนั้นก็พาน้องไม่น้อยเข้าสำรวจถ้ำหวานต่อไป
เสี่ยวชิงกรีดร้องด้วยความเสียวซ่านอย่างไม่เคยเป็น ท่วงท่านี้มันช่างทะลวงลึกสะใจยิ่ง นี่สินะที่เขาเรียกกันว่า แสบ...แซ่บ มันช่างอร่อยเลิศยิ่งนัก
ทั้งสองกรำศึกบนเตียงกันอย่างเร่าร้อนจนกระทั่งเกือบรุ่งสางจึงต่างนอนหลับกันไปทั้งคู่...
ตำหนักโม่ลี่
ร่างบางกำลังนั่งเช็ดตัวให้ผู้ป่วยที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง ผ่านมาห้าเดือนแล้วตั้งแต่วันเกิดเรื่องก็ยังไม่มีวี่แววว่าประมุขจ้าวจะฟื้นขึ้นมาเสียที
“พี่ไท่เหว่ยท่านนอนมานานแล้วนะจะขี้เซาไปถึงไหนกัน” เย่วซินเอ่ยกับบุรุษที่นอนนิ่งคล้ายต่อว่าเล็กน้อย
“หืม...” เย่วซินเมื่อลองตรวจจับชีพจรก็พบว่าชีพจรของเขาปั่นป่วนอยู่มาก ประเดี๋ยวเต้นแรง เต้นช้าสับสนไปหมด เย่วซินขมวดคิ้วแน่น
“ท่านเป็นอะไรกันแน่...” เย่วซินหมดหนทางรักษาเพราะไม่อาจหาสาเหตุที่เขานอนไม่ยอมตื่นได้
“เย่วซิน...” ไท่เฟยเดินเข้ามายังตำหนักโม่ลี่ด้วยท่าทางเร่งรีบ จากนั้นก็ตามมาด้วยพี่ชายคนสนิทที่ระยะหลังมานี้ทั้งสองตัวติดกันตลอด
“เจ้ามีเรื่องตื่นเต้นอันใดหรือไท่เฟย” เย่วซินเอ่ยถาม
“เมื่อครู่ข้าและพี่เย่วฉีออกไปหุบเขาปราบพิษมา พวกเราได้สมุนไพรชนิดหนึ่งมาน่าจะมีประโยชน์ต่อพี่ชายของข้า” ไท่เฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงดีใจ