ตอนที่ 161
บทที่ 161 เย่วเทียนกลับมา
October 28, 2026
“มันเป็นไปได้อย่างไร แม่คิดว่าองค์หญิงเย่วซินคิดกับคุณชายเย่วเทียนเพียงแค่พี่ชายเสียอีก” ซ่งเหลียนเอ่ยด้วยความสงสัย
“โธ่...ท่านแม่เจ้าขา ทั้งสองคนไม่ใช่พี่น้องแท้ ๆ กันเสียหน่อย ทำไมจะเป็นไปไม่ได้เล่าเจ้าคะ” ไท่เฟยเอ่ยบอกมารดา
“ถ้าเป็นอย่างที่อาเหว่ยเอ่ยมานั้นยายก็เห็นว่าเรื่องนี้จะง่ายขึ้นเฮ้อ...สวรรค์เขาลิขิตมาแล้วสินะ” ซ่งอวิ๋นเอ่ยพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก คราแรกนางก็กลัวว่าจะเกิดเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ให้ปวดหัวกันเสียอีก เป็นเช่นนี้นับว่าดีไม่น้อนเลยทีเดียว
“คราแรกข้าว่าจะบอกกล่าวกับทุกคน แต่ถึงกระนั้นก็กลัวว่าทุกคนจะมองซินเอ๋อร์เป็นสตรีที่ไม่ดี ทั่วทั้งแคว้นมีสตรีใดบ้างที่มีสามีสองคน เรื่องนี้เป็นที่กลัดกลุ้มทั้งตัวข้าเองและเย่วเทียนมาก ข้าเคยคิดจะตัดใจจากซินเอ๋อร์แล้วแต่ก็ทำไม่ได้เพราะข้ารักนางมากขอรับท่านแม่ ท่านยาย” ไท่เหว่ยเอ่ยบอกถึงความในใจของตนออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“โธ่...อาเหว่ยเจ้าคงเจ็บปวดมากสินะ ข้าเข้าใจเรื่องความรักมันไม่อาจห้ามกันได้ แต่ก็คงจริงอย่างที่เจ้ากล่าวมาหากองค์หญิงเย่วซินต้องแต่งให้บุรุษถึงสอง ข่าวนี้ชาวบ้านคงเอาไปลือกันสนุกปากเป็นแน่” ซ่งอวิ๋นเอ่ย
“แต่เหมือนสวรรค์จะเข้าข้างพวกเขานะเจ้าคะท่านยาย ท่านแม่ ครานี้เย่วซินก็ไม่ต้องแต่งบุรุษถึงสองคนแล้ว พวกเขาทั้งสามต้องผูกด้ายแดงร่วมกันมาเป็นแน่แท้เลย” ไท่เฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเพราะทุกอย่างดูจะลงตัวเป็นอย่างมาก
“เอาเถิดเจ้าอย่าได้กังวลเรื่องของพวกเจ้าทั้งสามคน เอาเป็นว่าพวกเรารับรู้แล้วและไม่คิดจะขัดขวางแต่อย่างใด ส่วนท่านตาและบิดาของเจ้าข้าจะบอกกล่าวกับพวกเขาเองเจ้าไม่ต้องกังวล” ซ่งอวิ๋นเอ่ยบอกหลานชาย
“ขอบคุณขอรับท่านยาย ท่านแม่ที่เข้าใจ” ไท่เหว่ยเอ่ย
หลายวันต่อมาสหายร่วมสาบานของไท่เหว่ยและเย่วเทียนก็ได้เดินทางมาถึงแคว้นหาน พวกเขาเดินทางกันมาด้วยวิชาตัวเบาจึงใช้เวลาเดินทางกันไม่นานก็ถึงที่หมาย วันนี้เป็นที่จัดงานเลี้ยงต้อนรับ แขกเหรื่อที่มาร่วมงานก็มีเฉพาะคนสนิทและเหล่าขุนนางชั้นสูงเท่านั้น
วันนี้ไม่เพียงแต่จัดงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของประมุขจ้าวและเย่วเทียนเท่านั้น แต่ยังมีพระราชโองการหมั้นหมายและงานอภิเษกระหว่างประมุขจ้าวไท่เหว่ยและองค์เย่วซิน จากที่คิดว่าจะเชิญเพียงคนในครอบครัวจึงจำเป็นต้องเชิญเหล่าขุนนางทั้งหลายมาร่วมเป็นสักขีพยานอีกด้วย
หลังจากงานเลี้ยงได้เริ่มต้นขึ้นและดำเนินมาได้ด้วยดีจนถึงปลายยามจื่อ ตอนนี้แขกเหรื่อในงานก็ทยอยกลับกับเกือบหมดแล้ว เหลือแต่คนสนิทและครอบครัวเท่านั้นที่ยังอยู่รอการปรากฏตัวของเย่วเทียน
จ้าวไท่เหว่ยหยุดชะงักตัวตนเพียงครู่จิตวิญญาณของเขากลับเข้าสู่มิติจิตอีกครั้ง
“ถึงคราเจ้าออกไปแล้ว ด้านนอกนั้นทุกคนรอเจ้าอยู่” ไท่เหว่ยเอ่ยกับเย่วเทียนเพียงเท่านั้นในมิติจิตร่างของเย่วเทียนก็ค่อย ๆ เลือนหายไปทันที
ภายนอกทุกคนต่างลุ้นระทึกกันว่าเย่วเทียนจะออกมาจริงหรือไม่ แม้ว่าจะเชื่อในจำพูดของจ้าวไท่เหว่ยแต่พวกเขาก็อยากจะพบกับตาตัวเองเสียมากกว่า
เย่วเทียนลืมตาขึ้นมาก็พบว่าด้านหน้าช่างครื้นเครงไม่น้อย เขาเลื่อนสายตากวาดมองรอบข้างเพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างที่ตนเห็นนั้นไม่ใช่แค่ภาพแห่งห้วงของความฝัน
“ท่านปู่...หลานกลับมาแล้วขอรับ” เย่วเทียนเมื่อเห็นว่าท่านปู่อันเป็นที่รักมองมาด้วยสายตาคาดหวัง จึงเอ่ยเรียกและคุกเข่าลงก้มศีรษะของตนลงพื้นเพื่อแสดงความเคารพรัก
“หลานปู่...เป็นเจ้าจริง ๆ หรือ?” ฮุ่ยฉินแม้จะเชื่อไปแล้วแต่ก็ยังอยากได้ยินจากปากของหลานชายอีกครั้ง
“ท่านปู่ข้าเย่วเทียนเองขอรับ ขอโทษท่านปู่ที่ทำให้ท่านต้องเป็นห่วงแล้ว”
“ลุกขึ้น ๆ เจ้ากลับมาก็ดีแล้วฮ่า ๆ ๆ หลานปู่เจ้ากลับมาแล้วจริง ๆ” ฮุ่ยฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงยินดีและเปี่ยมไปด้วยความสุขที่ได้หลานชายกลับมาถึงแม้รูปลักษณ์ภายนอกนั้นจะเปลี่ยนไปแต่เขาสัมผัสได้ว่าภายใจจิตใจนั้นเป็นหลานชายคนโตของตนอย่างไม่สงสัย
“พี่ใหญ่ฮือ ๆ ๆ” เย่วฉีโผเข้ากอดพี่ชายด้วยความยินดีอย่างไม่อาจสะกดกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้ จึงปล่อยเสียงร้องไห้ออกมาดังลั่นอย่างไม่อายสายตาผู้ใดทั้งสิ้น
“อาฉีเจ้าโตขนาดนี้แล้วยังจะมาเสียน้ำตาต่อหน้าผู้คนอีก เจ้าไม่อายบ้างหรืออย่างไร” เย่วเทียนเอ่ยบอกน้องชายของตนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ข้าขอแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวขอรับข้าจะไม่ร้องไห้ต่อหน้าผู้คนอีก ครั้งนี้มันอดกลั้นไม่ไหวจริง ๆ”