ตอนที่ 164
บทที่ 164 ข้าไม่ใช่คนแคว้นหนิง
October 28, 2026
หลังจากจบสิ้นงานต่าง ๆ แล้วผู้ปกครองแคว้นมานั่งทอดถอนใจอยู่หลายตลบที่ห้องทรงงานของตนเอง
“ท่านจะไม่คิดจะเอ่ยคัดค้านสิ่งใดบ้างเลยหรือ?”
“กระหม่อมไม่มีสิ่งใดจะเอ่ยพะย่ะค่ะ” อี้หลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ มิยินดียินร้ายกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างไร คราแรกเขาเองก็รู้สึกโกรธอยู่มากเช่นกันและรู้สึกแปลกใจกับท่าทีขององค์รัชทายาทที่ดูไม่ทุกข์ร้อน เมื่อคิดดูถ้วนถี่แล้วเขาควรปล่อยทุกอย่างให้ดำเนินไปตามทางที่มันควรจะเป็นจะดีกว่า
“เจ้านี่นะ” หนิงฮ่องเต้หมดคำจะเอ่ย จากนั้นก็ได้ยินขันทีคนสนิทเอ่ยว่าโอรสทั้งสองของเขาต้องการพบ อี้หลางจึงกราบทูลลาแล้วเดินออกไปยังหน้าห้องทรงงานของผู้ปกครองแคว้น
หยางหลงและหยางปิงเดินออกมาจากห้องทรงงานของบิดาหลังจากเข้าไปนานนับชั่วยาม ทั้งสองมีสีหน้าเรียบนิ่งไม่บ่งบอกอารมณ์ใด ๆ ส่วนผู้ปกครองแคว้นเรียกหายาแก้วิงเวียนเป็นการใหญ่ ไม่มีผู้ใดกล้าถามหากผู้ปกครองแคว้นไม่เอ่ยปากเล่าเรื่องนี้จึงเป็นที่คาใจแก่หลายคนยิ่ง
เรื่องราวที่ท้องพระโรงเมื่อตอนเช้ากลายเป็นข่าวลือใหญ่โตไม่ช้าผู้คนทั่วทุกหนแห่งต่างรับรู้โดยทั่วกัน ไม่เว้นแม้แต่คนตระกูลหมิง
“จิวอิงเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” ชิงหนี่ว์เมื่อรับรู้เรื่องราวก็รีบกระโดดขึ้นรถม้าแล้วสั่งให้คนบังคับม้ารีบออกรถอย่างรวดเร็ว ด้วยความที่เป็นห่วงสหายหลังจากได้ยินเรื่องราวที่หนาหูและบิดาของนางก็เอ่ยเล่าจากปากของท่านเองเช่นกัน
“ขอบใจเจ้ามากที่เป็นห่วงแต่ข้าสบายดี” จิวอิงเอ่ยตอบ นางได้ยินเรื่องราวจากบิดาบุญธรรมแล้วคราแรกก็ตกใจอยู่ไม่น้อย แต่นางก็คิดเช่นเดียวกับบิดาบุญธรรมว่าปล่อยให้เรื่องราวดำเนินไปในทางที่ถูกลิขิตเอาไว้ และนางเองก็ยังยึดคำมั่นในใจไม่แปรเปลี่ยนเช่นกันไม่ใช่ว่าจะปล่อยให้สวรรค์กุมชะตาชีวิตเอาไว้อยู่ฝ่ายเดียว
“แล้วงานเลี้ยงพวกเจ้าจะไปร่วมงานหรือไม่” ชิงหนี่ว์เมื่อเห็นสหายยังมีใบหน้าที่ผ่อนคลายนางก็สบายใจขึ้นมาหลายส่วน จากนั้นก็เอ่ยถามเรื่องที่อยากรู้
“หึ...ใครอยากไปกัน พวกข้าสองคนไม่ใช่คนแคว้นหนิงสักหน่อย หากข้าควบคุมตัวเองไม่ได้ขึ้นมาเกรงว่าจะจ่ายยาให้คนทั้งงานพูดไม่ได้สักเดือนนึง ข้อหาพูดจาไม่เข้าหู” เย่วซินเอ่ยออกมาด้วยท่าทางเดือดดาล พวกขุนนางเหล่านั้นสมองปลาทองกันหรืออย่างไรหากไม่ใช่เพราะยาพิษและยาถอนพิษของตนที่ช่วยเหลือฮ่องเต้และปกป้องบัลลังก์ในครานั้น ไม่ทราบว่าป่านนี้แคว้นหนิงจะยังอยู่ดีหรือไม่ ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห
“อ่า...เช่นนั้นข้าก็ไม่ไปด้วยจะดีกว่า” ชิงหนี่ว์เอ่ยเพราะสหายไม่ไปนางเองก็ไม่อยากไปเช่นกัน
“ไม่ได้นะชิงหนี่ว์ เจ้าต้องไปเจ้าจะปล่อยให้คุณหนูนิสัยเสียนั่นครอบครองตำแหน่งอันสูงส่งไม่ได้เด็ดขาดเจ้าต้องไปชิงตำแหน่งจากนาง” เย่วซินเอ่ยสั่งสหาย จิวอิงก็พยักหน้าเบา ๆ อย่างเห็นด้วยกับน้องสาว ชิงหนี่ว์เป็นสตรีที่งดงามมากคนหนึ่งแต่เพราะนางไม่ชอบแต่งหน้าแต่งตัวจึงดูไม่โดดเด่น
“ข้าเนี่ยนะ...ไม่เอาเด็ดขาด เจ้าคิดได้อย่างไรจะให้ข้าไปชิงตำแหน่งพระชายา นั่นมันเท่ากับว่าข้าไปแย่งคนรักของพี่สาวเจ้าเชียวนะเย่วซิน” ชิงหนี่ว์กดเสียงต่ำตวัดสายตาไปยังสหายด้วยท่าทางดุดัน
ทั้งสามพูดคุยกันออกรสออกชาติจนไม่ได้สังเกตว่ามีบุรุษผู้หนึ่งกำลังเดินเข้ามาเงียบเพื่อฟังพวกนางสนทนา เมื่อเห็นว่าทุกอย่างดูจะเลยเถิดไปไกลเขาจึงเอ่ยขัดขึ้น
“ข้าจะสละตำแหน่งองค์รัชทายาท เพราะฉะนั้นเจ้าสามารถเข้าชิงตำแหน่งได้และไม่ต้องกัลวลเรื่องแย่งคนรักของสหาย” หยางหลงเอ่ยออกมา ทั้งสามคนตกใจที่เห็นบุรุษในหัวข้อสนทนา แต่ที่ตกใจมากกว่านั้นคือคำว่าสละตำแหน่ง
“สละตำแหน่งเช่นนั้นหรือ?” ทั้งสามคนเอ่ยขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย และมัวตกใจจนลืมสิ้นแม้กระทั่งจะแสดงความเคารพต่อผู้มาใหม่
“ใช่แล้วแต่ข้ามีเรื่องให้เจ้าช่วยสักหน่อยซินเอ๋อร์” หยางหลงเอ่ยบอกถึงความต้องของตนเอง และที่เขาต้องมาอีกเรื่องคือเขากลัวว่าอิงเอ๋อร์จะคิดมากเรื่องข่าวลือเขาต้องการมาอธิบายให้นางเข้าใจกระแจ้งถึงแผนการของตน
หยางหลงเดินเข้าไปหาคนรักแล้วกอบกุมมือเรียวเอาไว้แน่นพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “พี่ยอมสละทุกอย่างได้แต่พี่จะไม่ยอมเสียเจ้าไป หรือคิดที่จะนอกใจเอาสตรีอื่นมาไว้ข้างกายของพี่เด็ดขาด”
“พี่หยางหลง...” จิวอิงมองคนรักด้วยสายตาหวานซึ้ง นางมั่นใจมาตลอดว่าเขามีจิตใจที่มั่นคง แต่ยอมรับว่านางหวั่นไหวเล็กน้อยเมื่อได้ยินเรื่องข่าวลือ แต่ก็ทำใจยอมรับในการตัดสินใจของเขาหน้าที่ต้องมาก่อนความรัก แต่ไม่คิดว่าเขาจะเลือกความรักมากกว่า