ตอนที่ 170
บทที่ 170 บทสรุปที่แสนลงตัว
October 28, 2026
‘ท่านแม่...ท่านแม่ขอรับ’ เย่วซินได้ยินเสียงเล็ก ๆ อันคุ้นเคยเรียกตนเองอยู่ในห้วงของความฝัน
‘อาเฟย นั่นเจ้าเองหรือ? เจ้าเป็นอย่างไรบ้างข้าคิดถึงเจ้ามากเลยรู้หรือไม่’ เย่วซินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นยินดี
‘ข้าเองก็คิดถึงท่านแม่เช่นกันขอรับ แต่ต่อไปนี้ข้าจะไม่ต้องทนคิดถึงท่านแม่อีกแล้วเพราะข้าจะมาอยู่กับท่านแม่’ เสียงเอ่ยสดใสเอ่ยด้วยความยินดี
‘เจ้าพูดจริงหรือ? เจ้าจะกลับมาจริงหรือข้าดีใจยิ่งนักอาเฟย’ เย่วซินเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง
‘เป็นเรื่องจริงขอรับ แต่ข้าไม่ได้ไปคนเดียวนะขอรับท่านแม่ ข้าจะพาเพื่อนไปด้วยท่านแม่คงไม่ว่ากระไรนะขอรับ’ เสียงเล็กของอาเฟยเอ่ยเป็นเชิงขออนุญาต
‘ข้าจะไปว่าอะไรเจ้าได้ อยากพามากี่คนก็ตามใจเจ้าเถิด’ เย่วซินเอ่ยบอกอย่างใจดี หากเป็นความสุขของอาเฟยตนย่อมไม่ขัดใจอยู่แล้ว เพราะอาเฟยเสียสละมามากพอแล้ว
‘จริงนะขอรับ เย้ ๆ ท่านแม่ใจดีที่สุดเลย เช่นนั้นข้าพาไปเพิ่มอีกคนดีกว่า แล้วพบกันนะขอรับท่านแม่...’ เอ่ยจบเสียงเล็กของอาเฟยก็พลันหายไปทันที พร้อมกันร่างบางที่สะดุ้งตื่นเพราะรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นของใครบางคนที่เป่ารดอยู่บนพวงแก้มของตนเอง
“ท่านพี่...ท่านเป็นโจรเด็ดบุบผาหรืออย่างไรถึงมาขโมยจูบข้าเช่นนี้” เสียงเล็กเอ่ยขึ้นเมื่อลืมตาตื่น
“พี่เรียกเจ้าแล้วใครใช้ให้เจ้านอนขี้เซากัน” จ้าวไท่เหว่ยเอ่ยเสียงนุ่มช่วงหลังมานี้เขารู้ว่าภรรยานอนหลับลึกและนอนกลางวันบ่อยครั้งจึงคิดกลั่นแกล้งสักเล็กน้อย “เจ้าจะอาบน้ำก่อนหรือไม่หรือจะเข้านอนเลยพี่จะได้นำน้ำอุ่นมาเช็ดตัวให้” จ้าวไท่เหว่ยเอ่ยถามอีกครั้งเมื่อเห็นอาการง่วงงุนของภรรยาตัวน้อย
“ข้าง่วงมากเลยและเหนื่อยมากอีกด้วยจนแทบจะไม่อยากลุกจากที่นอนเลย” เย่วซินเอ่ยบอกน้ำเสียงยังคงง่วงงุนเช่นเดิม
“เช่นนั้นเจ้าพักผ่อนก่อนเถิดพี่จะเช็ดตัวเปลี่ยนอาภรณ์ชุดใหม่ให้เจ้าเอง”
“ท่านพี่ช่างเป็นสามีที่ดีจริง ๆ” เย่ววินเอ่ยพร้อมยกมือเรียวเล็กขึ้นบีบแก้มสามีเบา ๆ อย่างหยอกล้อ
“พี่ต้องเร่งทำคะแนนประเดี๋ยวเจ้าเย่วเทียนจะแซงหน้าเอาได้คืนนี้ก็ถึงเวลาของเจ้านั่นพอดี” ไท่เหว่ยเอ่ย
“ข้าช่างโชคดียิ่งนักที่สามีแข่งขันกันเอาใจข้าเช่นนี้” เย่วซินเอ่ยพร้อมรอยยิ้มหวานแกมหยอกล้อ
“เจ้าเพิ่งรู้หรืออย่างไร นอนได้แล้ว”
“รับทราบเจ้าค่ะสามีสุดที่รัก” เอ่ยจบก็ขยับใบหน้าเข้าใกล้สามีแล้วจุมพิตที่แก้มเพื่อให้รางวัล หลังจากนั้นร่างเล็กก็นอนหลับใหลคล้ายคนโดนวางยาสามีจะจับจะถอดอย่างไรก็ไม่ยอมตื่น
หลายวันต่อมา จิวอิงและชินอ๋องหยางหลงหลังจากเสร็จสิ้นพิธีมลคลของเย่วซินและประมุขจ้าวทั้งสองก็ยังประทับอยู่ที่วังหลวงแคว้นหานยังไม่ได้เดินทางกลับแคว้น ทั้งคู่ปรึกษากันแล้วว่าจะพักอยู่ที่นี่อีกสักระยะหนึ่ง เพราะงานที่แคว้นหนิงช่วงนี้ก็ไม่มีอันใดน่าเป็นห่วง องค์รัชทายาทพระองค์ใหม่มีพระปรีชาสามารถในการบริหารบ้านเมืองได้เป็นอย่างดีเยี่ยม ถึงแม้ว่าหยางหลงจะนึกเป็นห่วงน้องชายอยู่ไม่น้อยแต่ก็ต้องตัดใจเพราะเห็นว่าเป็นการดีต่อตัวของหยางปิงเองที่จะได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างเต็มตัวเสียที
“โอกก...โอกก...” เสียงคนอาเจียนดังแว่วออกมาจากตำหนักโม่ลี่ ไม่เพียงแต่ตำหนักโม่ลี่เพียงเท่านั้นแม้แต่ตำหนักเหมยกุ้ยของจิวอิงก็ยังมีเสียงโอกอ๊ากดังแว่วออกมาไม่หยุดหย่อน และเสียงนี้เป็นเสียงที่เหล่านางกำนัลนั้นคุ้นเคยเป็นอย่างดีว่าเป็นเสียงของผู้ใด
“ท่านพี่...อดทนอีกหน่อยนะเจ้าคะอีกไม่นานอาการเหล่านี้ก็จะหายไปเองเจ้าค่ะ” เย่วซินเอ่ยปลอบพร้อมกับลูบมือขึ้นลงที่แผ่นหลังกว้าง
“พี่ไม่เป็นไร พี่ยินดีนักที่ได้แบ่งเบาภาระของเจ้า อ๊อก...” เอ่ยจบเย่วเทียนในร่างของจ้าวไท่เหว่ยก็ก้มลงอาเจียนอีกครั้ง
เย่วซินตรวจพบว่าตนเองตั้งครรภ์ได้เดือนกว่าแล้วนั่นเป็นเรื่องที่สร้างความยินดีแก่ครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง และไม่เพียงแต่เย่วซินเท่านั้นที่ตั้งครรภ์จิวอิงเองก็ตั้งครรภ์ได้เดือนกว่าแล้วเช่นกัน เรื่องนี้นับว่าเป็นเรื่องที่ออกจะแปลกประหลาดสักหน่อยที่สองพี่น้องฝาแฝดตั้งครรภ์พร้อมกัน แต่เมื่อคิดทบทวนดูแล้ว ก็นับว่ามีเหตุผลให้พอเข้าใจ เพราะว่าเย่วซินและจิวอิงนั้นแต่งงานไล่เลี่ยกันหากจะตั้งครรภ์พร้อมกันก็นับว่าเป็นไปได้
เย่วเทียนในร่างของจ้าวไท่เหว่ยและหยางหลงยามนี้คล้ายคนหัวอกเดียวกันเนื่องจากอาการแพ้ท้องแทนภรรยาของตนเอง เรื่องนี้ก็เป็นที่เล่าขานกันภายในวังหลวงดีนักแลว่าพวกเขานั้นกลัวภรรยาของตนเอง พวกเขาได้แต่คัดค้านในใจว่าได้กลัวแค่เกรงใจก็เท่านั้นเอง
หลายเดือนผ่านไปวันนี้ทั้งตำหนักโม่ลี่และตำหนักเหมยกุ้ยมีหมอหญิงวิ่งกันให้วุ่นวายเนื่องจากเจ้าของตำหนักเกิดอาการเจ็บท้องพร้อมกัน
“เบ่งอีกเพคะ เบ่งอีก” เสียงหมอหญิงเอ่ย
“ท่านหมอข้าไม่ไหวแล้ว ผ่าท้องข้าเลยไม่ได้หรือ?” เย่วซินเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
“อัยหยา...องหญิงค์เอ่ยอะไรเช่นนั้นหม่อมฉันมิกล้าเพคะ” หมอหญิงตกใจ แม้จะเคยได้ยินเกี่ยวกับสิ่งนี้มาบ้างจากท่านหมอฮุ่ยฉิน แต่นางก็ยังไม่เคยทำเช่นนั้นมาก่อน และท่านหมอยังบอกอีกว่าจะกระทำเช่นนั้นได้ก็ต้องเป็นเรื่องที่สุดวิสัยจริง ๆ เท่านั้นเพราะมันเสี่ยงมาก