ตอนที่ 371
ตอนที่ 741 กับดักจินหยาง (2) / ตอนที่ 742 กับดักจินหยาง (3)
October 22, 2026
ตอนที่ 741 กับดักจินหยาง (2)
หูเฟิงรับจอกชามาจิบเบาๆ คำหนึ่ง ร่างกายที่หนาวจนแข็งพลันสบายขึ้นมาก
โจวกังกล่าวอีกว่า “ข้าว่าข้านำคนจำนวนหนึ่งมุ่งหน้าไปตรวจสอบดู หากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นจะได้จัดการทันกาลขอรับ”
หูเฟิงพยักหน้า “ก็ดีเหมือนกัน เจ้ารีบไปเถอะ แบ่งกันตรวจสอบสามเส้นทาง ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น จงอย่าทำอะไรบุ่มบ่าม ให้กลับมารายงานข้าก่อน”
โจวกังรับคำสั่ง สั่งการนายทหารให้เตรียมออกจากค่าย แต่กลับเห็นทหารสอดแนมที่ส่งไปก็รีบร้อนกลับมา เขาจึงขวางอีกฝ่ายเอาไว้ “เกิดอะไรขึ้น”
ทหารสอดแนมตอบอย่างเร่งรีบ “เรียนท่านแม่ทัพ เกิดเรื่องใหญ่ทีเดียวขอรับ ทูตแคว้นจินถูกซุ่มโจมตีที่เมืองจินหยาง องค์ชายแคว้นจินบาดเจ็บและหนีไปขณะที่ต่อสู้กับนักฆ่า บัดนี้อย ยู่ที่ใดยังไม่แน่ชัด องค์หญิงแคว้นฉู่ถูกวางยาพิษ ไม่ได้สติอยู่หลายวัน เกรงว่าจะไม่รอดแล้ว องครักษ์และนางกำนัลที่ติดตามมาด้วยก็ตายไปนับไม่ถ้วนขอรับ”
โจวกังพลันหน้าเปลี่ยนสี “อะไรนะ เกิดเรื่องใหญ่เช่นนี้ขึ้น เหตุใดไม่เห็นคนของสถานพักม้ามารายงาน”
ทหารสอดแนมกล่าวอีกว่า “หัวหน้าและคนสถานพักม้าล้วนถูกฆ่า จึงไม่มีใครมารายงานขอรับ”
โจวกังทิ้งม้าไว้ แล้วพาทหารสอดแนมไปพบหูเฟิง
ครั้นหูเฟิงฟังจบ เขาก็รู้สึกหนักใจเช่นเดียวกัน
หลังจากทหารสอดแนมออกไปแล้ว เขาก็ถามโจวกังว่า “เจ้าคิดเห็นว่าอย่างไร”
“ข้าคิดว่าเรื่องนี้มีเงื่อนงำ คนกลุ่มหนึ่งถูกซุ่มจู่โจม องค์ชายบาดเจ็บหนักและหายตัวไป แต่องค์หญิงกลับถูกพิษ คนในสถานพักม้าล้วนตายสิ้น แม้แต่จดหมายรายงานก็ไม่มี ที่น่าแปล ลกใจที่สุดก็คือ ที่เดินทางมาด้วยในคราวนี้ยังมีทูตแคว้นจิน หรือว่าเขาจะตายด้วยเช่นกัน แต่ต่อให้เขาตาย ในสถานพักม้าก็เกิดเรื่องใหญ่โตเช่นกัน เจ้าเมืองจินหยางจะไม่รู้เลยหรื อ ข้าว่ามันผิดปกติยิ่งนัก” โจวกังกล่าว
หูเฟิงพยักหน้า “ไม่เพียงเท่านั้น จินหยางอยู่ห่างจากชิงหยางไม่ถึงหกสิบลี้ พวกเราตั้งค่ายอยู่ที่นี่ตั้งหลายวัน ทางเมืองชิงหยางไม่มีทางไม่รู้”
โจวกังเห็นด้วย “ถูกต้องขอรับ แคว้นจินมาเยือนแคว้นเรา ต้องเดินทางผ่านเมืองจินหยาง เส้นทางนี้ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรก ตอนนั้นฮ่องเต้ยังมีราชโองการลงมา รับสั่งให้ขุนนางในแต่ละเข ขตบนเส้นทางนี้เตรียมการต้อนรับ สถานพักม้าก็แต่งตั้งใหม่ทั้งหมด ในฐานะที่เป็นเจ้าเมือง ย่อมต้องมีจิตใจจดจ่ออยู่กับทิศทางของกลุ่มทูตตลอดเวลา พูดอีกอย่างก็คือไม่ควรไม่รู้ว ว่าสถานพักม้าเกิดเรื่อง”
“ไปดูที่จินหยางก่อน พวกเราล่วงหน้าไปที่นั่น ส่วนทหารที่เหลือค่อยไปอีกสองวันให้หลัง”
โจวกังเข้าใจในทันที ถึงอย่างไรเขาก็รับใช้หูเฟิงมาเนิ่นนาน เพียงหูเฟิงเอ่ยปาก เขาก็เดาได้แล้วว่าชายหนุ่มกำลังคิดอะไรอยู่
หลังจากหนึ่งชั่วยามให้หลัง หูเฟิงและโจวกังสวมเสื้อผ้าธรรมดา เดินทางด้วยถนนเล็กๆ เมื่อเข้าใกล้จินหยางแล้ว พวกเขาถึงจะเดินทางบนถนนหลวง
สถานพักม้าของเมืองชิงหยางมีอยู่สองแห่ง แห่งหนึ่งตั้งอยู่นอกเมือง มีไว้เพื่อให้ทหารลาดตระเวนกะกลางคืนพักเท้าชั่วคราว อีกแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในเมือง เหมือนกับโรงเตี๊ยมอย่างไรอย่ างนั้น เพียงแต่ใหญ่โตกว่าโรงเตี๊ยมทั่วไปเท่านั้นเอง การแต่งกายของผู้ดูแลและพนักงานของสถานพักม้าล้วนมีกฎเกณฑ์ชัดเจน พวกเขาล้วนเป็นคนที่เจ้าเมืองจัดหามา ไว้รับรองขุนนางสูงกว่า าระดับหกไปจนถึงคณะทูต
หูเฟิงและโจวกังมุ่งหน้าเข้าเมืองไป ทูตจากแคว้นจินถูกจัดให้พักแรมที่สถานพักม้าภายในเมืองจินหยางตั้งแต่ทีแรก เดิมทีจะพักอยู่เพียงคืนเดียว เช้าวันต่อมาก็จะออกเดินทางไปที่ เมืองหลวง หากไม่เกิดเรื่องไม่คาดฝันใด วันที่หกก็จะไปถึงเมืองชิงหยาง
แต่วันนี้เป็นวันที่เจ็ดแล้ว
ทั้งสองคนไปถึงด้านหน้าของสถานพักม้า เห็นเพียงประตูที่ปิดสนิท บนประตูคล้ายกับยังมีรอยมือที่เปื้อนเลือด ทว่ามันแห้งกรังไปแล้ว บนบันไดหินด้านนอกประตูปกคลุมไปด้วยหิมะแข็งๆ ๆ ทว่าก็ยังคงมองเห็นหยดเลือดอยู่ใต้นั้นได้รางๆ
โจวกังก้าวขึ้นไปเคาะประตู รออยู่เนิ่นนานก็ไม่มีเสียงตอบรับ จึงถีบประตูเข้าไปเสียเลย
……….