ตอนที่ 1047
บทที่ 1047 เธอเรียกผมเหรอ
October 28, 2026
คำพูดประโยคนี้ไป๋ยิ่นหนิงต้องการที่จะสื่อกับจงเหยียนซีว่า เมื่อพบเจียงโม่หานแล้ว อย่าได้ใจอ่อน
ผู้ชายเช่นนี้ ไม่คู่ควรที่หล่อนจะทุ่มเทให้ทั้งชีวิต
จวงจื่อจิ่นอายุมากแล้ว เมื่อนั่งอยู่บนรถความอบอุ่นก็ทำให้ตนผล็อยหลับไป
บรรยากาศภายในรถเงียบลงสองสามนาที จงเหยียนซีจึงตอบกลับว่า“ฉันรู้”
ความหมายของไป๋ยิ่นหนิง หล่อนเข้าใจดี และเต็มใจที่จะยอมรับความหวังดีนี้
“เมื่อถึงที่นั้นแล้ว วางแผนจะอยู่ที่นั้นนานเท่าไหร่?”ไป๋ยิ่นหนิงถาม
สายตาของหล่อนมองไปยังจวงจื่อจิ่น“อันนี้ยังไม่แน่ใจ ต้องดูสถานการณ์อีกทีค่ะ”
หลังจากนั้นบรรยากาศภายในรถก็เงียบลง
ทิวทัศน์ด้านนอกหน้าต่างรถผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทำให้คนไม่ทันได้ดื่มด่ำ จงเหยียนซีนั่งพิงหน้าต่าง นัยน์ตาลุ่มลึก ราวกับกำลังคิดอะไรอยู่
ผ่านไปนานพอสมควร หล่อนหันกลับไปมองไป๋ยิ่นหนิงพลางถามขึ้นว่า“ฉันถามอะไรคุณหน่อยได้ไหม?”
“คุณพูดมาสิ”
หล่อนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง“คุณรู้สึกเสียใจภายหลังไหมที่ได้พบกับแม่ของฉัน?”
ไป๋ยิ่นหนิงไม่เข้าใจ“ทำไมถึงถามแบบนั้นล่ะ?”
“อืม——รักแต่ไม่ได้ครอบครอง สู้ไม่เคยเจอกันเลยน่าจะดีกว่าไม่ใช่เหรอ?”หากเป็นเช่นนั้นจะได้ไม่ทำให้ความเจ็บปวดทางจิตใจทำร้ายร่างกาย
แต่ไป๋ยิ่นหนิงกลับไม่คิดเช่นนั้น“หากในชีวิตไม่เคยรักใคร ก็คงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายในชีวิต ได้เจอคนที่รัก ได้สัมผัสกับความรู้สึกใจเต้น ก็ไม่ได้สูญเสียความสมบูรณ์ไปเลยแม้แต่น้อย แน่นอนการที่ไม่ได้อยู่กับคนที่ตนรักเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย แต่ว่าฉันคิดว่าก็มีความสุขกว่าไม่ได้พบ ”
จงเหยียนซีไม่ได้ต่อต้านไป๋ยิ่นหนิง ในใจไม่ได้รู้สึกว่าเขาเป็นคนเลว แต่กลับรู้สึกว่าเขาเป็นคนดี อย่างน้อยเขาก็จริงจังกับความรักเป็นอย่างมาก ซึ่งน้อยนักที่จะมีคนเช่นนี้
ไม่นานรถก็ขับมาจนถึงสนามบิน ไป๋ยิ่นหนิงให้คนขับรถช่วยถือกระเป๋า
จงเหยียนซีพยุงจวงจื่อจิ่นลงจากรถ
“ส่งแค่ตรงนี้เถอะ”หล่อนพูดขึ้น
กระทั่งคนขับรถนำกระเป๋าเดินทางออกมา และเข้ามาช่วยเข็นรถเข็น ไป๋ยิ่นหนิงจึงพูดขึ้นว่า“ผมจะไปส่งคุณขึ้นเครื่องครับ”
ท่าทางของเขาจริงจัง จงเหยียนซีไม่ปฏิเสธ
พวกเขาเข้ามายังห้องโถงเพื่อรอขึ้นเครื่อง สักพักเมื่อถึงเวลาเช็คอิน ไป๋ยิ่นหนิงมองดูหล่อนขึ้นเครื่องบิน
เมื่อก้าวขึ้นประตูเครื่องบิน หล่อนหันกลับมามองครู่หนึ่ง ซึ่งมีกระจกกั้นอยู่มองออกไปไกลๆก็ยังคงเห็นไป๋ยิ่นหนิงยังคงมองตามหลังไป พลางโบกมือให้กับเขา
หล่อนกับจวงจื่อจิ่นนั่งลง ไม่นานเครื่องก็ขึ้นสู่ท้องฟ้า
จวงจื่อจิ่นพูดขึ้นพึมพำกับตนเองประโยคหนึ่งว่า“ครั้งนี้เมื่อจากไปแล้ว เกรงว่าคงจะไม่มีโอกาสได้กลับมาอีกแล้ว ”
จงเหยียนซีฟังไม่ค่อยถนัดจึงถามขึ้นว่า“คุณยาย คุณพูดว่าอะไรเหรอคะ?”
จวงจื่อจิ่นส่ายศีรษะพลางพูดขึ้นว่า“ไม่มีอะไร”
ยิ่งเข้าใกล้สถานที่คุ้นเคยมากเท่าไหร่ อารมณ์ของเธอก็ยากที่จะสงบลงได้ และก็ไม่สามารถที่จะงีบนอนได้
หล่อนไม่สามารถนอนหลับสนิทได้ ในหัวมีแต่ความทรงจำที่หล่อนอยากจะลืมวนเวียนอยู่ ทำอย่างไรก็ไม่สามารถที่จะลืมภาพนั้นได้
“เหยียนซี กำลังคิดอะไรอยู่เหรอ?”จวงจื่อจิ่นหรี่ตาครึ่งหนึ่ง ให้คนรู้สึกซึมเซา
“ไม่ได้คิดอะไรค่ะ”หล่อนขยับผ้าห่มบนร่างกายของจวงจื่อจิ่น“คุณยาย คุณยายนอนต่ออีกสักหน่อยเถอะค่ะ”