ตอนที่ 2714
บทที่ 1023.2 ภูเขาและสายน้าได้กลับมาพบกันใหม่
October 21, 2026
เผยเฉียนตอบ “ความสัมพันธ ์ระหว่างภูเขาเหอฮวานกับราช สานักทั้งหลายที่อยู่ใกล้เคียงเช่นแคว้นชิงซิ่ง จะดีหรือไม่ดี เป็ นน้าบ่อ ที่ไม่ยุ่งกับน้าคลอง ยอมรับฮ่องเต้บ้านนอกอย่างจ้าวฝูหยาง หรือน้า หั่นหันอาวุธเข้าใส่กัน สืบสาวราวเรื่องกันแล้วตัวตัดสินก็คือกอง กาลังของเฉิงเฉียนกับจ้าวฝูหยางที่ผลัดกันขึ้นผลัดกันลง ผู้ฝึกตน โอสถทองสองคนที่คุณสมบัติดีที่สุด ถูกกาหนดมาแล้วว่าผลสาเร็จ ในอนาคตจะสูงที่สุด ไม่ว่าใครที่ได้เลื่อนเป็ นขอบเขตก่อก าเนิดก่อน ก็ไม่มีทางทาให้เกิดสถานการณ์ชะงักค้างอย่างในเวลานี้ได้”
เฉินผิงอันพยักหน้ารับ
ก็เหมือนทะเลสาบซูเจี่ยนในปีนั้น หลิวเหล่าเฉิงแห่งเกาะกงหลิ่วผู้ ฝึกตนอิสระห้าขอบเขตบนเพียงหนึ่งเดียวได้หายตัวไปนานหลายปี ผู้คนพากันพูดไปหลากหลาย บ้างก็บอกว่าหลิวเหล่าเฉิงตายอยู่ใน พื้นที่ลับของสู่โบราณที่มีคราบร่างเซียนกระบี่อยู่มากมายไปนานแล้ว แล้วก็มีคนที่บอกว่าหลิวเหล่าเฉิงเปลี่ยนแปลงรูปโฉมใหม่ไปอยู่ใน ทวีปแดนเทพแผ่นดินกลาง อยู่ในตาแหน่งสูงของสานักแห่งหนึ่ง จึง ตัดขาดความสัมพันธ ์กับชีวิตผู้ฝึกตนอิสระในอดีตไปแล้ว ถึงได้มอบ โอกาสในการช่วงชิงตาแหน่งผู้ครองทะเลสาบซูเจี่ยนให้กับหลิวจื้อ เม่าในภายหลัง แล้วอีกฝ่ ายยังมีลูกศิษย์ที่รับมาใหม่อย่างกู้ช่านและ
เจียวน้าที่พลังการสู้รบเทียบเท่าได้กับผู้ฝึกตนก่อก าเนิด อาศัยความ บ้าระห่ากาเริบเสิบสานของลูกศิษย์คนเล็กและการเปิดฉากเข่นฆ่า ของเจียวน้าข่มขวัญเหล่าผู้ฝึ กตนอิสระของทั้งทะเลสาบไปได้และ หลิวจื้อเม่าก็ได้ลุกผงาดขึ้นมาเพราะเหตุนี้ หาไม่แล้วลาพังแค่จ้งซู่ แห่งเกาะหวงหลีซิ่ง เป็ นก่อก าเนิดเหมือนกันคนเดียว บวกกับดึงเจ้า เกาะคนอื่นๆ มาเป็ นพันธมิตรอีกสองสามคนก็มากพอจะท าให้สกัด คงคาเจินจวินเจอกับอุปสรรคอย่างหนักหน่วงได้แล้ว
หรือพูดไปไกลกว่านั้น ในอดีตฝ่ ายที่มีพื้นที่เขตอิทธิพลใหญ่ กว่า ยกตัวอย่างเช่นตู้เม่าแห่งส านักใบถงของใบถงทวีป คือผู้ฝึกตน ขอบเขตบินทะยานเพียงหนึ่งเดียว ตอนนั้นสวินยวนแห่งส านักกุย หยกยังเป็ นแค่เซียนเหริน จึงท าให้สถานการณ์บนภูเขาของใบถง ทวีปมั่นคงอย่างมาก
ต่อให้เจอกับโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ แผ่นดินของหนึ่งทวีปจมดิ่ง ภูเขาสายน้าปริแตกพังภินท์ทว่ารอกระทั่งสงครามปิดฉากลง ลมและ น้าหมุนเวียนผันเปลี่ยนไปอีกครั้ง สานักใบถงได้รับความเสียหายถึง ต้นกาเนิด จาต้องปิดภูเขาเพื่อฟื้นฟูตัวเอง ส่วนทางทิศใต้ที่เนื่องจาก ยังมีส านักกุยหยกอยู่ เพียงไม่นานก็กลับคืนสู่ระบบเดิมอีกครั้ง จวน เซียนและพรรคแห่งใหม่ก็แค่ถือโอกาสเข้ามาชดเชยตาแหน่งที่ขาด ไป
ก็เหมือนขวดใบเก่าที่บรรจุเหล้าใหม่
ย้อนกลับมามองทางทิศเหนือ ส านักใบถงสูญเสียอ านาจในการ ตัดสินใจไป เหล่าผู้กล้าบนภูเขาพากันลุกผงาด ทั้งสามารถพูดได้ว่า เกิดความวุ่นวายโกลาหล แล้วก็พูดได้ว่าเปี่ ยมไปด้วยพลังชีวิต เหลือล้น อารามจินติ่งเป็ นผู้นาขบวน ทาให้เกิดสัญญาแห่งท่าเรือใบ ท้อขึ้นมา
รอกระทั่งสานักกระบี่ชิงผิงสานักเบื้องล่างของภูเขาลั่วพั่วโผล่ ขึ้นมาบนโลก เพียงไม่นานก็ยุติสถานการณ์นี้ลง อาศัยพันธมิตรใหม่ มาขุดเจาะลาน้าใหญ่ เพิ่มความมั่นคงให้กับสถานการณ์ครั้งใหม่
เผยเฉียนถาม “อาจารย์พ่อ เป็ นไปได้หรือไม่ว่า สมมติว่าเฉิง เฉียนไม่บีบคั้นคนเขาถึงขนาดนั้น ให้เวลาจ้าวฝูหยางอีกสักหน่อยก็ จะสามารถเปลี่ยนอาณาเขตของภูเขาเหอฮวานที่เต็มไปด้วยมลพิษ สกปรกให้กลายมาเป็ นอย่างพรรคห้าเกาะของเจิงเย่ได้? ปรับพื้นที่ คับแคบและอันตรายให้ราบเรียบ เปิดเส้นทางให้ภูเขาและแม่น้าโล่ง โปร่ง ทาให้สถานที่แห่งนี้และอากาศสะอาดบริสุทธิ์รอบด้านเป็ น เหมือนจุดพักม้าที่ผู้คนสัญจรไปมาหากันได้ ไอสกปรกชั่วร ้ายเปลี่ยน จากเข้มข้นมาเป็ นอ่อนจาง การเพิ่มและลดของหยินหยางในพื้นที่ เปลี่ยนจากวุ่นวายมาเป็ นนิ่งสงบ ลมพัดโชยสดชื่น สถานที่ที่คนและ ผีพักอาศัยร่วมกันสงบสุขไร ้เรื่องราว แล้วภูเขาเหอฮวานค่อยอาศัย สิ่งนี้มาทาให้ได้รับการยอมรับจากสานักศึกษากวานหู จากนั้นก็จะ กลายมาเป็ นพื้นที่พิสูจน์มรรคาของจ้าวฝูหยาง เป็ นสถานที่ที่มังกร ลุกผงาด คือที่ตั้งแห่งรากฐานของสานักในอนาคต?”
เฉินผิงอันพยักหน้ายิ้มเอ่ย “บางทีนี่อาจจะเป็ นเส้นทางที่ดีที่สุด แล้ว มีความเป็ นไปได้อยู่แน่นอน”
จากนั้นเฉินผิงอันก็เอ่ยว่า “ทว่านับตั้งแต่นาทีที่ข้ารับปากจางไฉ่ ฉินและหยางหงโปแห่งหอชิงฝูว่าจะเข้าร่วมงานพิธีสวมกวานของรัช ทายาทแคว้นชิงซิ่ง ฮ่องเต้สกุลหลิ่ว เฉิงเฉียนเจินเหรินผู้พิทักษ์แคว้น และสกุลจางเขตเทียนเฉาก็ไม่ปล่อยให้จ้าวฝูหยางและภูเขาเหอฮวาน ได้ปักหลักตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว นี่จึงทาให้ความเป็ นไปได้ที่ ดีที่สุดนี้หายไปอย่างที่มองไม่เห็นด้วย”
เผยเฉียนอึ้งตะลึง
เฉินผิงอันถาม “ในเมื่อมีเหตุก่อนหน้าและผลตามหลัง ถ้าอย่าง นั้นอาจารย์ใช่ตัวการร ้ายที่ทาลายความเป็ นไปได้นี้ แล้วก็ต้องโทษ ตัวเองเพราะเรื่องนี้หรือไม่?”
เผยเฉียนอัดอั้นยิ่งนัก ไม่รู ้ว่าควรจะตอบอย่างไรดี
เฉินผิงอันยิ้มบางๆ กล่าว่า “สมมติว่าไม่จาเป็ นต้องโทษตัวเองใน เรื่องนี้ ก็จะไม่ต้องคนอื่นได้เหมือนกันใช่หรือไม่ หรือสมมติว่าสมควร จะต้องโทษตัวเอง ในใจมีความละอาย ก็จะสามารถโทษคนอื่นได้แล้ว หรือไม่?”
เผยเฉียนเกาแก้ม ยิ่งลาบากใจมากกว่าเดิม
แต่เพียงไม่นานนางก็ปล่อยวางได้ เดี๋ยวคราวหน้าจะเอาปัญหาที่ ชวนปวดหัวพวกนี้ลองเปลี่ยนวิธีพูดไปถามเฉาฉิงหล่างดู แล้วลองฟัง ดูก่อนว่าเขาจะตอบอย่างไร
เฉินผิงอันถึงกล่าวว่า “เรื่องที่เจ้าสามารถลอบมองภาพใน ทะเลสาบหัวใจของคนอื่นได้คือศาสตร ์อย่างหนึ่ง ศาสตร ์นี้ตัวมันเอง ไม่มีการแบ่งแยกดีร ้าย หากสามารถใช ้ศาสตร ์นี้ได้อย่างเหมาะสมก็ คือประพฤติตนในทางที่ถูกต้อง สิ่งชั่วร ้ายทั้งปวงจะดับสูญไปเอง”
เผยเฉียนพยักหน้า
ในช่วงเวลาที่ถ่านดาน้อยสามารถหลบอยู่ในการปกป้ องคุ้มครอง ของตนได้ เขาก็มักจะกลัวว่านางจะเรียนรู ้ในสิ่งที่ไม่ดีไป ภายหลังเมื่อ นางสามารถเผชิญหน้ากับโลกใบนี้ได้เพียงล าพังแล้วก็กังวลอีกว่า วิถีทางโลกจะไม่ดี
“เต๋ามอบภาพลักษณ์ สวรรค์มอบรูปกาย สวรรค์มอบให้แต่ไม่ ยอมรับไว้กลับจะถูกลงทัณฑ์”
อยู่ดีๆ ลู่เฉินก็เอ่ยแทรกขึ้นมา “แล้วนับประสาอะไรกับที่คา โบราณก็บอกไว้แล้วไม่ใช่หรือว่า คนเที่ยงตรงทาเรื่องชั่วร ้าย เรื่องชั่ว ร ้ายก็กลายเป็ นเรื่องถูกต้องได้ คนชั่วร ้ายทาเรื่องเที่ยงตรง เรื่อง เที่ยงตรงก็กลายเป็ นเรื่องชั่วร ้ายได้”
เฉินผิงอันก่นด่าอย่างอดไม่ไหว “ผายลมเจ้าน่ะสิ”
ลู่เฉินที่คอยเงี่ยหูฟังบทสนทนาระหว่างอาจารย์และศิษย์คู่นี้อยู่ ตลอดรีบดื่มเหล้าหนึ่งอีก อาศัยสิ่งนี้มาปลุกความกล้า กระดกเหล้า ในจอกดื่มหมดแล้วถึงจะกล้าพยักหน้าแรงๆ พูดต่อด้วยใบหน้า ประดับยิ้มน้อยๆ “ใช่แล้วๆ เป็ นผินเต้าที่ประมาทไป หลักการเหตุผล เดียวกัน โน้มน้าวจ้าวฝูหยางโน้มน้าวเฉิงเฉียนได้ โน้มน้าวให้คน หนึ่งเป็ นคนดี โน้มน้าวให้อีกคนหนึ่งรู ้จักละเว้นคนอื่นในส่วนที่ละเว้น ได้ แต่หากเอามาโน้มน้าวแม่นางเผยกลับใช ้ไม่ได้แล้ว นับแต่โบราณ มามีเพียงความเป็ นไปได้ที่จะขอพรไว้สูงแต่เป็ นคนระดับสอง ไหนเลย จะมีเหตุผลที่ขอพรไว้ระดับสองแต่เป็ นคนระดับสูง”
ก็เหมือนเวลาหนึ่งชุ่นทองคาหนึ่งชุ่น หลักการเหตุผลนี้จะต่างไป ได้อย่างไร โน้มน้าวพวกเมล็ดพันธ ์บัณฑิตที่ไม่ต้องเป็ นกังวลเรื่อง การกินอยู่ แน่นอนว่าเหมาะสม แต่เอามาโน้มน้าวชาวไร่ชาวนาที่ ทางานหลังสู้ฟ้ าหน้าสู้ดินกลับจะตกเป็ นที่ต้องสงสัยว่ายืนพูดไม่ปวด เอว
ลู่เฉินรินเหล้าหนึ่งจอก พูดกับตัวเองว่า “มิน่าเล่า มิน่าเล่า มิน่าเล่าพวกเราต่างก็ต้องขอพรระดับสูง เลือกให้หลักการเหตุผลใน ใจตัวเองยืนอยู่ในตาแหน่งสูง ตามหาสถานที่ที่ปลอดภัย เป็ นจุดที่ จิตใจเลื่อมใสใฝ่หา เห็นคนอื่นปฏิบัติดีแล้วก็ควรทาตาม”
เผยเฉียนกล่าว “อาจารย์พ่อของข้ากับอาจารย์ลุงฉีต่างก็ใส่ใจ จิตใจคนและความดีเลวของทุกคนในวิถีทางโลกใบนี้ เจ้าลัทธิลู่มี คุณธรรมชื่อเสียงสูงส่งมานานแล้ว ดั่งเรือกลวงที่ล่องไปไม่ถูกผูกมัด
มีอิสระเสรี ยังจะต้องใส่ใจผู้คน เรื่องราวทางโลกและความรุ่งเรือง ความเสื่อมโทรมของใต้หล้าอีกหรือ?”