ตอนที่ 2732
บทที่ 1029.3 ดอกท้อดอกหลีท่ามกลางสายลมวสันต์และ สุราหนึ่งจอก
October 21, 2026
ลู่เฉินสะอึกอึ้งไปทันที รู ้สึกน้อยเนื้อต่าใจอย่างถึงที่สุด
หรือว่าจะให้พูดความจริงกับเด็กหนุ่มอย่างเปิดเผย บอกว่าชาติ กาเนิดของเจ้าไม่เที่ยงตรง ชะตาชีวิตจะพบเจออุปสรรคมากมาย เกิด มาก็เพื่อมาทวงหนี้ ถูกลิขิตมาแล้วว่าจะเป็ นตัวก่อเรื่องที่ทางฝั่งศาลบุ๋ นต้องปวดหัวไปนานหลายต่อหลายปี? เลยต้องมีคนคอยควบคุมเจ้า? และคนผู้นี้ขอบเขตต้องสูงมากพอ ต้องมีความอดทนดีพอ ความสามารถและวิธีการในการถ่ายทอดมรรคาล้วนถูกต้องเที่ยงตรง สอดคล้องกับหลักมารยาทพิธีการ ถึงจะค่อยๆ ชักนา “ต้นไม้ที่คด เอียง” อย่างเจ้าให้เข้าสู่เส้นทางที่ถูกต้อง หันมาฝึกตนสู่สายธรรมะ ได้? หาไม่แล้วหากไม่ผิดไปจากที่คาด เจ้าหนูเจ้าจะต้องได้เป็ นผู้ฝึก ตนใหญ่ขอบเขตสิบสี่ที่อายุน้อยมาก และจะนาพาสิ่งที่มิอาจล่วงรู ้อีก มหาศาลมาให้แก่ใต้หล้าไพศาลและใต้หล้าเปลี่ยวร ้าง?
สายตาของลู่เฉินฉายแววไม่พอใจ ผงกปลายคางไปทางเฉินผิง อัน “หนิงจี๋ เจ้าไม่มีอะไรอยากถามนักพรตอู๋บ้างหรือ?”
เด็กหนุ่มจึงถามเฉินผิงอัน “นักพรตอู๋ ท่านยินดีรับข้าเป็ นลูก ศิษย์หรือไม่?”
ลู่เฉินเกือบจะกระอักเลือดออกมาโดยตรง
่
เหมือนกับว่ามีคนผู้หนึ่งถามคนข้างๆ ก่อนว่าอากาศในวันนี้ของ ปี หน้าจะเป็ นเช่นไรแล้วค่อยหันไปถามอีกคนหนึ่งว่าวันนี้ท้องฟ้ า แจ่มใส อากาศดีหรือไม่
คาถามสองข้อนี้ความยากจะเหมือนกันได้หรือ? แบบนี้ถือว่าเท่า เทียมกันแล้วหรือไร?
ลู่เฉินโมโหจนเกือบจะรับลูกศิษย์ผู้นี้ไว้โดยตรง
ท่ามกลางม่านราตรี บนเส้นทางชนบทสายหนึ่ง นักพรตหนุ่มพา เด็กหนุ่มร่างผอมแห้งมุ่งหน้าไปยังโรงเรียนของเฉินผิงอัน
ก่อนหน้านี้นัดหมายกันไว้เรียบร ้อยแล้วว่าจะให้หนิงจี๋ได้คิด พิจารณาก่อนสักสองสามวัน ลู่เฉินรู ้สึกว่าไม่สู้พาเด็กหนุ่มมาพบกับ “นักพรตอู๋ตี” ตัวจริงก่อนดีกว่า จึงพาหนิงจี๋ร่ายเวทหดย่อพื้นที่มา
เพียงชั่วพริบตา หนิงจี๋ที่เพิ่งย่างเท้าออกจากบ้านเข้าไปในตรอก ก็พบว่าตัวเองเดินอยู่บนถนนดินเหลืองที่ไม่คุ้นเคยอย่างสิ้นเชิง จึง ถามว่า “เจ้าลัทธิลู่ นักพรตอู๋ไม่ใช่นักพรตหรือท าไมถึงเป็ นอาจารย์ สอนหนังสือได้ล่ะ”
ลู่เฉินยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “ชอบเป็ นครูสอนผู้อื่นคือนิสัยเสียที่แก้ อย่างไรก็แก้ไม่หายนอกจากจะอยากเป็ นคนดีแล้วยังต้องการให้ วิถีทางโลกเปลี่ยนมาเป็ นดีขึ้นกว่าเดิมด้วย ต่อให้จะดีขึ้นเพียงแค่ เล็กน้อยก็ตาม”
่
หนิงจี๋ถาม “เจ้าลัทธิลู่อยากให้วิถีทางโลกเปลี่ยนมาเป็ นดีขึ้น กว่าเดิมด้วยไหม?”
ลู่เฉินรู ้สึกกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง “ข้าคนนี้ค่อนข้างเกียจคร ้าน ไม่ค่อยให้ความสนใจกับความขรุขระของเส้นทางที่เดินอยู่ใต้ฝ่ าเท้า มากนัก ก่อนหน้านี้เมื่อนานมากมาแล้วเคยเขียนตาราเล่มหนึ่ง สิ่งที่ ข้าต้องการจะพูดกับวิถีทางโลกใบนี้ล้วนอยู่ในตาราเล่มนี้หมดแล้ว”
หนิงจี๋กล่าว “เมื่อก่อนระหว่างที่เดินทาง ข้าเคยได้ยินคาโบราณ ประโยคหนึ่งบอกว่าควรตายอยู่ในน้า ไม่ควรตายอยู่บนบก เทพเซียน ผู้เฒ่าอย่างเจ้าลัทธิลู่ เป็ นเพราะพบเจอเรื่องราวมามากมายก็เลยไม่ ค่อยอยากช่วยเหลือคน จึงแค่มองดูความเป็ นความตายของมนุษย์ ธรรมดาของพวกเราแล้วรู ้สึกว่าล้วนเป็ นสิ่งที่พวกเรารนหาที่เอง หรือไม่ก็คร ้านจะมองดูด้วยซ้า?”
ลู่เฉินหัวเราะ ไม่ได้เอ่ยอะไร
ไม่เสียแรงที่เป็ นหนิงจี๋ มองดูเหมือนเป็ นน้าเต้าตัน แต่พอเปิ ด ปากถามเมื่อไหร่ คาถามมักจะสร ้างความล าบากใจและเป็ นค าถาม ใหญ่เสมอ
ลู่เฉินสัมผัสได้ถึงอารมณ์หดหู่ของเด็กหนุ่มจึงถามว่า “เจ้าล่ะ ก่อนจะเจอนักพรตอู๋กับข้า เคยคิดจะใช ้ชีวิตอย่างไร?”
หนิงจี๋กล่าวเสียงเบา “มีชีวิตอยู่ต่อไป มีชีวิตอยู่ให้ดี มีแค้นต้อง ช าระ มีบุญคุณต้องตอบแทน”
่
ลู่เฉินถาม “เจ้ากับนักพรตอู๋เพิ่งจะเจอหน้ากันแค่สองครั้ง ทาไม ถึงรู ้สึกสนิทใจกับเขาขนาดนี้? ไม่กลัวว่าตัวเองมาเจอกับคนชั่วที่มี เจตนาร ้ายหรอกหรือ?”
นี่ก็เป็ นครั้งแรกเหมือนกันที่เด็กหนุ่มพิจารณาถึงปัญหาข้อนี้ เขาตั้งใจคิดอยู่พักหนึ่งก็ตอบตามสัตย์จริงว่า “ไม่กลัว”
เด็กหนุ่มลังเลอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะถามเสียงเบา “นักพรตอู๋เองก็ ตั้งใจมาหาข้าตั้งแต่แรกเหมือนกับเจ้าลัทธิลู่หรือ?”
หนิงจี๋ไม่ใช่คนโง่ ในเมื่อตนสามารถทาให้เจ้าลัทธิแห่งป๋ ายอวี้จิง มาเยือนตรอกเล็กด้วยตัวเองได้ ก็ต้องมีเหตุผลที่ไม่มีใครล่วงรู ้อย่าง แน่นอน
ลู่เฉินส่ายหน้า “ไม่เหมือนกับข้า เขาไม่ได้ตั้งใจ แค่เจอเจ้าโดย บังเอิญ เป็ นการพบกันอย่างผิวเผินที่บังเอิญมาก นักพรตอู๋เองก็มี นิสัยคล้ายกับเจ้า การที่เขามาปรากฏตัวในเมืองหลวงแคว้นอวี้เซ วียนก็เหมือนประโยคที่เจ้าพูดก่อนหน้านี้ มีบุญคุณต้องตอบแทน มี ความแค้นต้องช าระ”
อารมณ์ของเด็กหนุ่มดีขึ้นได้ในชั่วพริบตา
ฮ่า ตนเดาถูกอีกครั้งแล้ว นักพรตอู๋ไม่เหมือนกับเจ้าลัทธิลู่จริงๆ
ลู่เฉินโมโหยิ่งนัก
่
นักพรตอู๋ตีเป็ นแค่ร่างแยกของเฉินผิงอันเท่านั้น ผลคือเด็กหนุ่ม กลับท าเหมือนว่าหากอีกฝ่ ายผายลมก็ยังหอม คนเปรียบกับคนชวน ให้คนโมโหตาย ผินเต้าบอกกล่าวตัวตนตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า นี่ยัง ไม่จริงใจตรงไหน? ไหนบอกว่าในโลกมนุษย์ยังมีความจริงใจอยู่ อย่างไรล่ะ
ดังนั้นลู่เฉินจึงหัวเราะร่าถามว่า “แล้วถ้าความตั้งใจเดิมของ นักพรตอู๋เหมือนกับข้าล่ะหลังจากเจ้ารู ้ความจิรงแล้วจะรู ้สึกผิดหวัง หรือไม่?”
หนิงจี๋คิดอยู่พักหนึ่งก็ส่ายหน้า “ไม่ผิดหวัง”
บางทีอาจกลับกลายเป็ นรู ้สึกว่าคือความโชคดีที่ต้องทะนุถนอม ให้ดี เหมือนแมลงน่าสงสารตัวหนึ่งที่ยากจนจนหวาดกลัว มีวันหนึ่ง หิวโหยท้องร ้องโครกคราก หิวจนตาสองข้างเปล่งแสงได้ แล้วจู่ๆ ก็ เก็บเงินก้อนหนึ่งได้จากบนพื้น?
ลู่เฉิ นกลอกตามองบน เอาเหล้าของอาร ามชิงเห มย ทะเลสาบหนันถังออกมาหนึ่งกาดื่มเหล้าชิงเหมยไปหนึ่งอีก ลู่เฉิน ถึงกับรู ้สึกว่ารสเปรี้ยวฝาดติดอยู่ตามซอกฟัน
เด็กหนุ่มตกตะลึงระคนประหลาดใจ
ลู่เฉินถาม “วิชาตระกูลเซียนเช่นนี้ อยากเรียนหรือไม่ เรียน เป็ นได้ง่ายมากนะ วันหน้าดื่มเหล้าก็ไม่ต้องจ่ายเงิน”
่
เด็กหนุ่มส่ายหน้า ค าพูดมาถึงริมฝีปากแล้วแต่เขากลับกลืนลง ท้องไป
ต่อให้เจ้าจะเป็ นลู่เฉินที่นักพรตอู๋บอกว่า “บัณฑิตในใต้หล้าล้วน ไม่อาจมองข้าม” คือเจ้าลัทธิแห่งป๋ ายอวี่จิง แต่การปืนกาแพงเข้าบ้าน ผู้อื่นส่งเดชเป็ นเรื่องที่ไม่ดี ขโมยของไม่จ่ายเงินก็ยิ่งไม่ดี
ลู่เฉินยิ้มถาม “หนิงจี๋ หนีเอาชีวิตรอดตลอดเส้นทางมานี้ เจ้าไม่ เคยขโมยของบ้างเลยหรือ?”
หนิงจี๋ตอบตามตรง “เคยขโมย ไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้ง แต่เป็ น เพราะแทบเอาชีวิตไม่รอดแล้วจริงๆ”
ลู่เฉินเอ่ยอย่างปลงอนิจจัง “มิน่าเล่าเจ้าถึงได้ถูกชะตากับ นักพรตอู๋นัก”
หนิงจี๋ถามอย่างสงสัย “นักพรตอู๋ก็มีชีวิตยากล าบาก…เคยขโมย ของเหมือนกันหรือ?”
ลู่เฉินตอบไม่ตรงค าถาม “หลายๆ ครั้งที่ทาผิดแต่รู ้ว่าตัวเองทา ผิด มีความเป็ นไปได้แค่สองอย่าง อย่างหนึ่งคือเกิดเป็ นความเคยชิน จนกลายเป็ นธรรมชาติ คร ้านจะโกหกคนอื่นและโกหกตัวเอง เพียง แค่เรียนรู ้ที่จะใช ้ข้ออ้างทั้งหลายมาปูเส้นทางในหัวใจ ส่วนอีกอย่าง หนึ่งก็เหมือนการสร ้างเขื่อนขึ้นมาในใจคน ไม่ปล่อยให้น้าล้นไหล หลาก ใช ้วิธีการแบบสุดโต่ง ดังนั้นปรมาจารย์มหาปราชญ์ถึงได้ กล่าวว่า เมื่อทาผิดก็อย่าลังเลที่จะแก้ไข”
่
่