ตอนที่ 2814
บทที่ 1051.3 ไร ้ศัตรูเทียมทานบนโต๊ะสุรา
October 21, 2026
ฉางมิ่งจึงบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในมื้อสุรานั้นอย่างละเอียด เฉินผิงอันเองก็รับฟังอย่างตั้งใจ ที่แท้ที่ท่าเรือตระกูลเซียนแห่งหนึ่งของอุตรกุรุทวีป เทพเซียนผู้ เฒ่าเจี่ยและผู้คุมกฏฉางมิ่งได้พูดคุยกับจวนเซียนในท้องถิ่นเรื่อง การค้า บริเวณใกล้เคียงมีเหลาสุราอยู่แห่งหนึ่งซึ่งขายเหล้าหมัก เซียนอย่างหนึ่งที่มีชื่อว่า “เหล้าซวงเฉวียน” พอดี รู ้ว่าเจี่ยเฉิงชอบดื่ม เหล้าอีกทั้งกาลังเจรจาเรื่องเป็ นการเป็ นงาน ผู้คุมกฏฉางมิ่งย่อมไม่มี ความเห็นต่าง ผลคือบังเอิญเจอกับคนกลุ่มหนึ่งเข้าพอดี พวกเข้ามา นั่งดื่มเหล้าที่เหลาสุรา เมื่อเทียบกับคราวก่อนในตรอกฉีหลงแล้วก็ ขาดผู้เฒ่าสกุลเฉินผู้รอบรู ้แห่งทักษินาตยทวีปไปคนหนึ่ง มีผู้เฒ่า สวมชุดลัทธิขงจื๊อเรือนกายผ่ายผอมเพิ่มมาสองคน และยังมีผู้เฒ่า ท่าทางเงียบขรึมลักษณะคล้ายข้ารับใช ้เพิ่มมาอีกคน สองคนในนั้น เป็ นคนที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี ก็คือผังเชาลั่วหยางมู่เค่อและผู้ฝึกตน หญิงฉินปู่อี๋ที่เคยไปเยือนตรอกฉีหลงของเมืองเล็ก ฉินปู้ อี๋เป็ นคนตรงไปตรงมา เป็ นฝ่ ายเลี้ยงเหล้าผู้คุมกฏฉางมิ่ง และเจี่ยเฉิง ผู้เฒ่าสามคนนั้นมองดูแล้วมีลักษณะท่าทางคือคนหนึ่งรวยคน หนึ่งสูงศักดิ์และอีกคนยากจนคนหนึ่งที่ชื่อว่าหวงเจินซูบอกว่าตัวเองสอนหนังสืออยู่ที่สานัก ศึกษาซิวสุยไถจือ และยังมีอาจารย์ผู้เฒ่าคนหนึ่งที่ชื่อว่าเจิงซินซวี่ บอกว่าตัวเอง เป็ นผู้เรียบเรียงต าราของแคว้นเล็กแห่งหนึ่ง ทุกวันนี้ไม่มีต าแหน่ง หน้าที่ก็ตัวเบา เลยได้แอบอู้ติดตามสหายเก่าแก่สองคนมาท่องเที่ยว ขุนเขาสายน้าใหญ่งดงามด้วยกัน คนสุดท้ายชื่อว่าฝานเฉิง ไม่ค่อยชอบพูดคุยแรกเริ่มเจี่ยเฉิงยังค่อนข้างจะระมัดระวังตัว เพียงแต่ว่าพอได้ดื่ม เหล้าเข้าไปแล้ว เซียนบนภูเขาที่กลิ่นหอมเข้มข้นโชยเข้าจมูกถูก กลืนลงท้องไป ความกล้าหาญก็เพิ่มมากขึ้นทันที แม้จะบอกว่า นักพรตเฒ่ารู ้อะไรควรไม่ควรเป็ นอย่างดี ไม่มีทางกล้าดื่มจนเมามาย แต่ท่าทางเมากริ่มเช่นนั้นช่างมหัศจรรย์จนบรรยายเป็ นคาพูดไม่ถูก บวกกับที่หวงเจินซูเป็ นคนคุยเก่ง ความสามารถในการดื่มสุราคารวะ และการยุให้ดื่มล้วนไม่ต่า ไปๆ มาๆ เทพเซียนผู้เฒ่าเฉิงก็เป็ นคนเปิด ประเด็นพูดคุย แล้วก็คุยกันจนไปถึงภูเขาลั่วพั่ว เจ้าขุนเขาเฉินมีคุณธรรมมี ความรู ้…พูดเจื้อยแจ้วไม่ขาดปาก ค าพูดของเทพเซียนผู้เฒ่าเจี่ยฟังดู คล้ายไร ้ข้อห้ามใดๆ แต่แท้ที่จริงกลับกะแรงไฟได้พอเหมาะพอดีทุก จุดรอกระทั่งหวงเจินซูที่ดื่มเหล้าเหมือนดื่มน้า จึงเป็ นเหตุให้ถูก ชะตากันที่สุดพูดไปถึงอาจารย์หนันเฟิง เจี่ยเฉิงก็กระดกดื่มเหล้าจน หมดชาม เอ่ยประโยคหนึ่งว่า “บทความของหนันเฟิ งมีเอกลักษณ์ เพียงหนึ่งเดียวบนโลก ดุจดั่งแม่น้าเจียงฮั่น ดุจดั่งดวงดาวเป่ยโต้ว” ผู้คุมกฏฉางมิ่งสังเกตเห็นได้อย่างเฉียบไวว่าพออาจารย์เจิง ซินซวี่ได้ยินมาถึงตรงนี้ก็ส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม หวงเจินซูยิ้มถาม “เจ้าขุนเขาหนุ่มผู้นั้นเลื่อมใสในบทความที่มี วลีติดปากผู้คนอย่าง “ศาลาเต้าซาน” “บันทึกบ่อหมึก’ พวกนี้หรือ?” ดูเหมือนว่าอาจารย์ผู้เฒ่าท่านนี้จะรอให้นักพรตตาบอดเอ่ย ถ้อยคาชมเชยที่เป็ นคาพูดเก่าซ้าซากที่มักหยิบยกมาพูดถึงเป็ น ประจ าอยู่พอดี เจี่ยเฉิงกลับหัวเราะฮ่าๆ ส่ายหน้าติดๆ กัน “การที่เจ้าขุนเขาบ้าน ข้าเลื่อมใสอาจารย์หนันเฟิ งมากถึงเพียงนี้ กลับไม่เพียงแค่เพราะ บทความ “ใช ้ถ้อยค าถูกต้องมีเหตุผล แต่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์” เจ้า ขุนเขาบ้านข้าพูดอย่างตรงไปตรงมาว่าหากมีเพียงเท่านี้ บทความ ของเหล่านักประพันธ ์มากชื่อในใต้หล้ามีนับพันนับหมื่น ส่องสว่างสุก สกาวดุจหมู่ดวงดาว อาจารย์หนันเฟิ งก็เป็ นแค่หนึ่งในนั้นเท่านั้น บทความอย่างพวก “ศาลาเต้าชาน” “บันทึกบ่อหมึก” แน่นอนว่าต้อง ดีมาก แต่กลับมีแค่คาว่า “ดี” คาเดียวเท่านั้น จุดที่เจ้าขุนเขาของ พวกเรานับถือมากที่สุดกลับไม่ได้อยู่ที่ผลงานที่สืบทอดต่อกันมาของ อาจารย์หนันเฟิงว่าเขียนได้งดงามถึงเพียงใด กลับกลายเป็ นว่าอยู่ที่บทความที่มีทั้งความหมายในแง่ดีและแง่ลบของอาจารย์ผู้เฒ่าอย่าง “บันทึกจ้าวกงแห่งเยว่โจวการบรรเทาทุกข์ภัยพิบัติ” กับ “บันทึกการ เรียนอาเภออี๋หวง” ที่ให้การยอมรับมากที่สุด! และยิ่งเลื่อมใสการที่ อาจารย์หนันเฟิงมีทั้งการกระทาและคาพูดเป็ นหนึ่งเดียวกัน สามารถ นาสิ่งที่ได้เรียนรู ้มาประยุกต์ใช ้ ให้ความส าคัญกับเศรษฐกิจและ กิจการบ้านเมืองในปัจจุบัน ใส่ใจความทุกข์ยากของประชาชนอย่าง แท้จริงไม่ใช่แค่การพูดอย่างเลื่อนลอยบนหน้ากระดาษ! บอกตามตรง ว่าเจ้าขุนเขาของพวกเราชอบคัดต ารามาก อ่านไปบันทึกไปคัดไป แต่บทความที่คัดลอกเอามาทั้งหมด…” เทพเซียนผู้เฒ่าเจี้ยวางจอกเหล้าลง ยื่นมือสองข้างออกมาแล้ว พลิกหมุน “อย่างมากสุดยี่สิบกว่าบท หากจะพูดถึงความเยอะของ จานวน ของอาจารย์หนันเฟิงคนเดียวก็มีมากถึงสี่บทแล้ว!” “ขอถามหน่อยเถอะว่าบทความที่ไพเราะงดงามบนโลกใบนี้มี มากแค่ไหน มหาสมุทรแห่งความรู ้กว้างใหญ่ไร ้ขอบเขตสิ้นสุด เพียงใด การที่คัดเลือกบทความมาเหมือนเลือดเอาไข่มุกออกมายี่สิบ เม็ด เป็ นเรื่องง่ายนักหรือ?!! นั กพร ตเ ฒ่าพูดไม่ผิด เ จ้าขุน เ ขาเ ฉิ น ผิงอัน เ ลื่อมใส อาจารย์หนันเฟิงมากจริงๆแต่หากจะพูดให้ “สวยหรูงดงาม” อย่างที่เจี่ยเฉิงพูดมา ก็ไม่ถึง ขั้นนั้น นักพรตเฒ่าพูดเกินจริงไปมากตอนนั้นมีครั้งหนึ่งที่คุยเล่นพลางแทะเมล็ดแตงอยู่กับเจี่ยเฉิงใน ลานบ้านของพ่อครัว เนื้อหาที่เฉินผิงอันพูดถึงเรียบง่ายอย่างมากจูเหลี่ยนเองก็เอ่ยคล้อยตามอยู่สองสามประโยค ผลคือถูกเทพ เซียนผู้เฒ่าเจี่ยยกไปพูดถึงบนโต๊ะสุราเสียได้“แน่นอนว่าเจ้าขุนเขาบ้านข้าก็พูดแล้วว่า นี่เป็ นแค่ความเข้าใจ และความชอบส่วนของเขาคนเดียวเท่านั้น บทความที่เป็ นดั่ง “ไข่มุก” พวกนั้น มีความเกี่ยวข้องกับความรู ้ดีได้สูงและต่ากับบทความที่ไม่ ถูกเลือกก็จริง แต่ไม่ได้ตายตัวเสมอไป เพราะถึงอย่างไรแต่ละต่างก็มี หลักประเมินความงามและความสนใจแตกต่างกันไป“บัณฑิตเอาแต่ด่าฟ้ าด่าดินด่าคน สนุกนักหรือ? สนุก แต่มี ความหมายหรือไม่ ผินเต้าว่าไม่แน่เสมอไปหรอก“ความรู ้ดีๆ จะมีแต่พลังในการลบล้างไม่ได้ ยังต้องมี ความสามารถในการซ่อมแซมและการสร ้างต่อวิถีทางโลกใบนี้ด้วย เมื่อผลักล้มลงแล้วก็ต้องสร ้างขึ้นมาใหม่ จะเอาแต่ปัดกันเดินจากไป วางพู่กันทิ้งไว้ไม่ได้“บัณฑิตทั้งต้องใช ้ถ้อยคาและวรรณกรรมใช ้ในการสื่อสารความ จริงหลักการ ทั้งต้องสืบทอดต่อไป ถ้าอย่างนั้นการได้และเสียที่แท้จริง ของบทความจะเอาแต่เขียนให้โดดเด่นหวือหวาแหวกแนว จะไม่สร ้าง ความยุ่งเหยิงได้อย่างไร?”“สามารถเสนอค าถามได้ ดีมาก สามารถแก้ไขปัญหาได้กลับดี ยิ่งกว่าหวงเจินซูและอาจารย์ผู้เฒ่าเจิงซินซวี่สองคนหันมามองหน้ากัน แล้วยิ้มอย่างรู ้ทันพวกเขาขยับสายตาไปทางผู้เฒ่าที่เงียบงันสีหน้าไร ้ อารมณ์คนนั้นพร ้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายอีกครั้งมีมาดของเหวินเซิ่งตอนอธิบายเหตุผล และมาดของเจ้าเส้ากง ยามอธิบายคัมภีร ์อยู่หลายส่วนเลยหรือไม่ชอบและเชี่ยวชาญที่จะคิดร ้อยเรียงต่อกันสืบเนื่องเป็ นชั้นๆ ไม่ให้ การปฏิเสธง่ายๆ แต่ก็ไม่ให้การยอมรับง่ายๆ เช่นกัน สิ่งที่ดีอย่าง แท้จริงส่วนใหญ่มักจะอยู่ในจุดที่สูงยิ่งกว่า“ผินเต้ามีความรู ้ตื้นเขิน วิสัยทัศน์ก็ไม่สูง เดิมทีก็ไม่ได้ต่างจาก คนธรรมดาทั่วไป เพียงแต่ว่ารู ้สึกเลื่อมใสในความสามารถในการ ประพันธ ์ที่ยอดเยี่ยมของเจิงเหวินติ้งกงอย่างมาก เคยคุยกับเจ้า ขุนเขามาก่อน ถึงได้รู ้ว่าความร ้ายกาจที่สุดของอาจารย์ท่านนี้กับนัก ประพันธ ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ทิ้งชื่อเสียงดีงามไว้ในประวัติศาสตร ์อยู่ที่ “จุดที่ แตกต่างกัน” ที่สุด เจ้าขุนเขาบอกว่าการอยู่ร่วมกับคนในสังคมทั้ง ต้องทาตามแบบอย่างที่ดี แล้วก็ต้องบุกเบิกแนวทางใหม่อย่าเอาแต่ ไหลไปตามกระแสสังคม ยังต้องมีความประณีตไม่เหมือนใคร แต่การ เขียนบทความกับการวางตัว หากไม่อยากพูดจาประหลาด ทาสิ่งที่ เหลวไหล แล้วก็ไม่จงใจที่จะใช ้เนื้อหาคลุมเครือเข้าใจยาก การเขียนที่แปลกใหม่โดดเด่นมาทาให้คนคล้อยตาม อีกทั้งยัง“ไม่เหมือนใคร” ได้ด้วย ก็ยากราวกับเดินขึ้นสวรรค์แล้วผังเชามึนงงกับคาพูดจริงใจที่ร ้อยเรียงต่อเนื่องกันเป็ นชุดของ นักพรตเฒ่าอยู่นานแล้วก่อนจะดื่มเหล้ายังสารวมอยู่บ้าง การแสดงออกก็เป็ นมิตรและ เกรงใจมีมารยาท คิดไม่ถึงว่าพอนักพรตเฒ่าดื่มเหล้าเข้าปากไปแล้ว จะ…เหมือนมีเทพช่วยขนาดนี้ผังเชาอ่านหนังสือมาไม่มาก แต่ฉินปู่ อี๋ที่เป็ นคนบ้านเดียวกับ ป้ ายเหย่และทั้งอยู่ในยุคสมัยเดียวกัน กลับรู ้ถึงน้าหนักของคาชม พวกนี้เป็ นอย่างดีพูดง่ายๆ ก็คือหากนักพรตเฒ่าคนนี้ไม่ได้พูดจาเหลวไหล นั่นก็ หมายความว่าอาจารย์หนันเฟิงที่ยังไม่เคยได้พบหน้าผู้นี้มีตาแหน่ง ในใจของเฉินผิงอันเทียบเท่าได้กับป๋ ายเหย่ผู้เป็ นที่ภาคภูมิใจที่สุดใน โลกมนุษย์และซูจื่อแห่งไพศาลได้เลย หรืออาจจะยังถึงขั้นเหนือกว่า ด้วยซ้า?หากจะบอกว่าเป็ นการกอดขาพระเมื่อจวนตัว นักพรตเฒ่าก็ไม่มี ทางเอ่ย “บทด้นสด” พวกนี้ออกมาได้แน่นอนหวงเจินซูใช ้เสียงในใจยิ้มถาม “สหายท่านนี้รู ้ตัวตนของพวกเรา แล้วหรือ?”