ตอนที่ 2836
บทที่ 1056.4 บัณฑิตที่เป็ นเช่นนี้ก็คือวีรบุรุษ
October 21, 2026
เซอเยว่กล่าว “ทุกวันนี้ข้าใช ้นามแฝงว่าอวี๋เชี่ยนเยว่ หรือเจ้าจะ เรียกข้าเป็ นการส่วนตัวว่าสหายเซอเยว่ก็ได้เหมือนกัน” ความประทับใจแรกที่มีต่อกู้ช่านไม่เลว ดีกว่าใครบางคนเยอะเลย สาวใช ้คนนั้นยอบกายคารวะ “บ่าวหลิงเยี่ยนคารวะเซียนกระบี่ หลิว พี่หญิงเซอเยว่” แน่นอนว่านางต้องรู ้จักเซอเยว่ แต่เซอเยว่กลับไม่รู ้จักเด็กรุ่น เยาว์ของบ้านเกิดอย่างนาง หลิวเสี้ยนหยางยิ้มตาหยีมองสตรีที่เรียกตัวเองว่าหลิงเยี่ยน ส่วน รากฐาน ขอบเขต ภูมิหลังอะไรนั่น ล้วนเป็ นเรื่องที่ไม่สาคัญ เขากุม หมัดคารวะกลับคืน ยิ้มเอ่ยอย่างเกรงอกเกรงใจว่า “คารวะสหายหลิง เยี่ยน ยินดีที่ได้พบ ยินดีที่ได้พบ” หลิงเยี่ยนยังไม่รู ้ถึงความหนักเบาดีร ้ายในเรื่องนี้ นางรู ้สึกแค่ว่าหลิวเสี้ยนหยางอยู่ร่วมได้ง่ายกว่าอื่นกวานหนุ่มผู้ นั้น ดูแล้วน่าจะผ่อนคลายได้มากกว่า เจ้าสานักหนุ่มจากสานักกระบี่หลงเฉวียนตรงหน้าผู้นี้ต้องไม่ได้ เป็ นผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตหยกดิบธรรมดาคนหนึ่งแค่นอน มองแค่คราเดียวก็พอแล้วกู้ช่านเองก็ไม่เอ่ยวาจาไร ้สาระ หยิบกล่องไม้ใบหนึ่งออกมาจาก สาบเสื้อตรงหน้าอกโยนให้หลิวเสี้ยนหยาง ใช ้เสียงในใจเอ่ยว่า “เรื่อง ที่เจ้ามอบหมายให้ ทาสาเร็จแล้ว” หลิวเสี้ยนหยางยังคงยิ้มเป็ นปกติ เพียงแค่รับกล่องไม้มาแล้วสอด ไว้ในชายแขนเสื้อง่ายๆ ก้าวยาวๆ ดุจดาวตก ยื่นมือไปกอดคอกู้ช่าน ถามกลั้วหัวเราะเบาๆ ว่า “เหนื่อยหรือไม่?” กู้ช่านเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ “เจ้าไม่ต้องยุ่ง” หลังจากเข้าไปฝึกตนที่นครจักรพรรดิขาว กู้ช่านก็ไม่เคยขอร ้อง อะไรอาจารย์มาก่อน มีเพียงเรื่องนี้ที่เป็ นข้อยกเว้น ช่วยไม่ได้ หลิวเสี้ยนหยางขู่เขาว่าหากไม่ทาเรื่องนี้ให้สาเร็จก็ อย่าคิดจะมาเป็ นเพื่อนเจ้าบ่าวดื่มเหล้ามงคลในงานแต่งของเขา หลิวเสี้ยนหยางกดเสียงลงต่าถามว่า “เจ้าไม่กลัวว่าเฉินผิงอันรู ้ แล้วจะทะเลาะกับเจ้าหรือ?” กู้ช่านเอ่ยด้วยน้าเสียงเรียบเฉย “ผลลัพธ ์จะเป็ นอย่างไร ข้ามีแต่ จะรู ้ดียิ่งกว่าเจ้า” หลิวเสี้ยนหยางได้ยินคาตอบนี้ก็พยักหน้า ตบหัวกู้ช่าน “ไม่เลว ถือว่าข้าคบหายเจ้าเป็ นสหายไม่เสียเปล่า”กู้ช่านปัดมือของหลิวเสี้ยนหยางออก ใช ้เสียงในใจเอ่ยเตือนว่า “ถึงอย่างไรก็เป็ นแค่ภาพวาดภาพหนึ่ง ประสิทธิผลอาจไม่ค่อยดีนัก” หลิวเสี้ยนหยางอืมรับหนึ่งที จากนั้นก็ตอบกลับกู้ช่านไปว่า “เรื่อง ประเภทนี้ ข้ามีแต่จะรู ้ดียิ่งกว่าเจ้า” กู้ช่านใช ้เสียงในใจกล่าว “เพื่อเป็ นค่าตอบแทน อาจารย์ให้ข้า ถามเจ้าเรื่องหนึ่ง เคยเจอกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ “หุนเจ่อ” ที่เฝ้ าพิทักษ์แม่น้า แห่งกาลเวลาสายนั้นหรือไม่” สีหน้าของหลิวเสี้ยนหยางเปลี่ยนมาเป็ นเคร่งขรึม ส่ายหน้ากล่าว “ที่นี่ไม่เหมาะจะคุยเรื่องนี้ ไปถึงยอดเขาโหยวอี๋ก่อน ช่างเถอะ พวก เราไปที่ภูเขาเสินซิ่วก่อนค่อยว่ากัน” กู้ข่านกล่าว “ในเมื่อได้คาตอบแล้วก็ไม่ต้องทาให้ยุ่งยากหรอก อาจารย์แค่ต้องการรู ้ว่าบุคคลผู้นั้นมีอยู่จริงหรือไม่ ข้าแค่รับหน้าที่มา ช่วยยืนยันว่ามีหรือไม่มีให้อาจารย์เท่านั้นส่วนเรื่องอื่นๆ หากอาจารย์ อยากรู ้เรื่องวงในมากกว่านี้ เขาย่อมมาหาเจ้าเอง” หลิวเสี้ยนหยางยื่นมือออกมานวดคลึงปลายคาง “เจ้านคร จักรพรรดิขาวดื่มเหล้าหรือไม่ มีเหล้าเซียนชนิดใดที่ชอบมากเป็ น พิเศษหรือไม่? หากว่ามี เจ้าก็ช่วยไปหามาให้หน่อย” กู้ช่านใช ้ภาษาถิ่นของบ้านเกิดด่าไปประโยคหนึ่ง อิงตาม ลักษณะการอยู่ร่วมกันของพวกเขาในอดีต อันที่จริงนี่ก็ถือว่าเป็ น การตกลงแล้วหลิวเสี้ยนหยางสอดสองมือรองไว้ใต้ท้ายทอย กู้ช่านที่อยู่ข้าง กายเหมือนบัณฑิตยิ่งกว่าเขาเสียอีก เซอเยว่กับหลิงเยี่ยนที่เป็ นคนบ้านเกิดเดียวกัน คนหนึ่งเดินอยู่ ด้านหลังคนรักของตัวเอง ส่วนอีกคนเดินอยู่ด้านหลังเจ้านายของตนหลิวเสี้ยนหยางเอ่ยอย่างเกียจคร ้านว่า “หากตอนนั้นข้าอยู่ด้วย ก็คงไม่ต้องให้เฉาสือปล่อยหมัดออกไป แล้วใบไหวของเจ้าก็คงไม่ได้ เอาออกมาใช ้แล้ว”กู้ข่านกล่าว “คุยโวพูดจาใหญ่โต เจ้าถนัดที่สุดเลยล่ะ”เห็นได้ชัดว่าเฉินผิงอันได้เล่าเรื่องการเข่นฆ่าที่เปลี่ยวร ้างซึ่งเป็ น การพบเจอกันบนทางแคบครั้งนั้นให้หลิวเสี้ยนหยางฟังแล้วคงเป็ นเพราะเขากังวลว่าหลิวเสี้ยนหยางจะไม่ยอมเชิญตนมาเป็ น เพื่อนเจ้าบ่าวกระมัง?หลิวเสี้ยนหยางหัวเราะกวนอารมณ์ “เจ้ากับพี่สาวคนนี้ไปถึงขั้น ไหนกันแล้วล่ะ?”กู้ช่านหัวเราะเสียงเย็น “เหมือนเจ้ากับเซอเยว่”หลิวเสี้ยนหยางสะอึกอึ้งไปเล็กน้อย เรื่องอย่างการปะทะฝีปากนี้ กู้ช่านมีพรสวรรค์อย่างมาก ปีนั้นเขากับเฉินผิงอันรวมกันก็ยังสู้เจ้าขี้ มูกยึดน้อยไม่ได้ แน่นอนว่าเวลานั้นเพิ่มเฉินผิงอันที่เป็ นน้าเต้าตัน เข้ามาหรือไม่ก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างนักกู้ช่านลังเลเล็กน้อย ก่อนเอ่ยว่า “ข้าจะพูดถึงการคาดเดาของ ตัวเองก็แล้วกัน เซอเยว่ที่อยู่ข้างกายเจ้า โอกาสในการบรรลุมรรคา ของนางในอนาคต บางทีอาจมีความเกี่ยวข้องกับสุสานเทพเซียน ของบ้านเกิดพวกเรา และยังมีเซียงจวินฉายาตั้งถึงแห่งอารามหลิง เฟยรวมไปถึงภูเขาฉีอวิ๋นที่ชื่อเก่าคือ “ป๋ ายเยว่” แห่งนี้ ส่วนจะเอามา เชื่อมโยงกันอย่างไร ควรจะยืดขยายเบาะแสออกไปให้ได้มากกว่านี้ อย่างไร เจ้าก็ไปคิดเอาเอง”หลิวเสี้ยนหยางพยักหน้า “ตอนนั้นอาจารย์ฉีเอาแม่นางอวี๋มาไว้ ที่บ้านเกิดของพวกเรา ต้องมีความหมายลึกล้ายิ่งใหญ่แน่นอน”จาได้ว่ามีครั้งหนึ่งกินเป็ ดผัดหน่อไม้แห้งด้วยกันที่ร ้านตีเหล็ก แม่ นางอวี๋เคยพูดถึงเรื่องหนึ่ง บอกว่าเจียงซ่างเจินเคยเอ่ยประโยค เกี่ยวกับกลอนโหยวเซียน ถ้อยคาปู้ ซวีกับนางผลคือรอกระทั่งหลิวเสี้ยนหยางถามนางว่าเนื้อหาโดยละเอียด เป็ นอย่างไร แม่นางอวี๋บอกว่าเดินขึ้นฟ้ าครามอะไรสักอย่าง กลมเต็ม ชดเชยเงินขาด แสงจันทร ์เมฆขาวอะไรนี่แหละ จ าไม่ค่อยได้แล้วคราวนี้ทาเอาหลิวเสี้ยนหยางที่คิดว่าตัวเองเป็ นคนใจใหญ่มาก พอแล้วอึ้งตะลึงไปทันทีภายหลังยังคงเป็ นหลิวเสี้ยนหยางที่วิ่งไปถามเรื่องนี้จากเฉินผิง อัน ขอให้เฉินผิงอันถามเนื้อหาทั้งหมดมาหลิวเสี้ยนหยางพลันฟาดฝ่ ามือออกไป ใช ้เสียงในใจเอ่ยสั่งสอน ว่า “เซอเยว่อะไรกันไม่รู ้จักเด็กรู ้จักผู้ใหญ่ เรียกพี่สะใภ้สิ!”กู้ช่านแค่ก้มหัวก็หลบการลอบโจมตีของหลิวเสี้ยนหยางมาได้ หันหน้าไปยิ้มเอ่ยว่า “พี่สะใภ้ ต้องการให้ข้าเล่าเรื่องเก่าๆ ในตรอก หนีผิงให้ท่านฟังหรือไม่ มันน่าสนใจมากเลยนะ”หลิวเสี้ยนหยางหัวเราะฮ่าๆ รีบยื่นแขนมารัดคอกู้ช่านเอาไว้ กด เสียงลงต่าเอ่ยว่า “เจ้าขี้มูกยึด…ล้วนเป็ นพี่น้องคนกันเอง ให้ข้าเรียก เจ้าว่าพี่ใหญ่กู้ดีไหม!”เซอเยว่ยิ้มเอ่ย “ก็เรื่องหวังจูไม่ใช่หรือ ข้ารู ้หรอก เมื่อก่อนหลิว เสี้ยนหยางขอบไปดูนางที่ตรอกหนีผิงบ่อยๆ”กู้ช่านหันหน้ามายิ้มเอ่ย “ที่แท้พี่สะใภ้ก็รู ้ด้วยหรือ ถ้าอย่างนั้นก็ ไม่มีเรื่องอะไรจะเล่าแล้ว”หลิวเสี้ยนหยางปล่อยกู้ช่าน สูดจมูก ยกมือลูบหน้าตัวเองแรงๆ เหม่อมองไปเบื้องหน้าข้าจะเอาขอบเขตเซียนกระบี่ สถานะเจ้าสานัก พวกนี้ไปทาไมกันไม่รอให้กู้ช่านได้ทันสมน้าหน้า เขาก็ถูกหลิวเสี้ยนหยางที่เอื้อม มือไปหลังกัน ปล่อยผายลมไร ้เสียงออกมา แล้วใช ้ความเร็วที่ฟ้ าผ่า ไม่ทันป้ องหูเอามือตบไปบนหน้ากู้ช่านรอกระทั่งกู้ช่านด่าอีกฝ่ายด้วยภาษาถิ่นของบ้านเกิด กาลังจะเอา คืน หลิวเสี้ยนหยางกลับขี่กระบี่จากไปไกลอย่างว่องไวแล้วกู้ช่านคิดแล้วก็ไม่ได้ไล่ตามไปตอนเด็กก็มักจะเป็ นเช่นนี้เจ้าขี้มูกยึด อย่าร ้องไห้เลย มา จะใช ้ชายแขนเสื้อเช็ดหน้าให้เจ้าเสียงผายลมดัง ตามมาด้วยเสียงตบอีกหนึ่งที เปลี่ยนจากหมัดที่ ก าหลวมๆ เป็ นแบฝ่ามือ อุดลงบนใบหน้าของเจ้าขี้มูกยึดน้อยถึงอย่างไรตอนนั้นก็ยังอายุน้อย เลยต้องเสียเปรียบอยู่หลายครั้งเด็กน้อยมักจะร ้องไห้อย่างร ้าวรานใจ แล้วก็จะมีคนปลอบใจเขา บอกว่าไม่เป็ นไร จะต้องช่วยเขาสั่งสอนหลิวเสี้ยนหยางที่วิ่งหัวเราะหนี ไปไกลแล้วอย่างแน่นอน์