ตอนที่ 3031
บทที่ 1103.1 สังหารบินทะยานอย่างง่ายดาย
October 21, 2026
กลับไปถึงเรือน เฉินผิงอันยังไม่ทันเปิดประตูเข้าไปก็ได้ยินเสียง ตะโกนดังสนั่นฟ้ าของหลิวเสี้ยนหยางแล้ว เขากาลังพูดว่าตอนที่ ตัวเองอยู่ภูเขาเจินอู่ได้แสดงเวทกระบี่ประหนึ่งเทพ มีมาดของวีรบุรุษ องอาจอย่างไร
กู้ช่านก็คร ้านจะแฉคาคุยโวที่ไม่ต้องร่างคาพูดของหลิวเสี้ยนห ยาง ไอ้หมอนี้ไปดักอยู่หน้าประตูศาลบรรพจารย์ของภูเขาเจินอู่จริง แต่กลับไม่ได้เกิดความขัดแย้งใดๆ ทางฝั่งของภูเขาเจินอู่มีบรรพ จารย์ชายหญิงสองคนเร่งรุดมาที่หน้าประตู มีมารยาทนอบน้อมต่อ เจ้าสานักของสานักกระบี่หลงเฉวียนท่านนี้อย่างมาก ถึงขั้นที่ว่ายัง พาหลิวเสี้ยนหยางไปเยี่ยมชมตาหนักใหญ่ที่ถูกสั่งห้ามไม่ให้คนนอก เข้าอีกหลายแห่ง พอกู้ช่านไปถึงที่นั่น เซียนกระบี่หลิวกาลังนั่งดื่มชา อย่างเอ้อระเหยสบายอารมณ์อยู่ทีเดียว
เพียงแต่มิอาจปฏิเสธได้ว่ายามที่หลิวเสี้ยนหยางเอาจริงเอาจัง ขึ้นมาก็พอจะเข้าท่าเข้าทีอยู่บ้าง เซียนกระบี่ไม่เซียนกระบี่ยังบอก ไม่ได้ แต่มาดของเจ้าส านักกลับมีมากพอเหลือแหล่
ไปภูเขาเจินอู่ หลิวเสี้ยนหยางก็ขี่กระบี่ตรงดิ่งไปที่ศาลบรรพ จารย์ ตอนที่จากมากลับพากู้ช่านเดินเท้าลงจากภูเขามาด้วยกัน
หลิวเสี้ยนหยางยังหันไปยิ้มเอ่ยกับบรรพจารย์ผู้เฒ่าของภูเขา เจินอู่ที่มาส่งพวกเขาที่หน้าประตูภูเขาด้วยตัวเองต่อหน้าด้วยว่า ต้องการให้ตนชดเชยเรื่องมารยาทที่เสียไปหรือไม่
ความนัยนอกเหนือคาพูดนี้ก็คือเขาสามารถเดินผ่านประตูภูเขา ไปก่อน แล้วค่อยเดินไปบนเส้นทางเทพ สุดท้ายเดินเท้ากลับลงจาก
ภูเขาไปอีกครั้ง
บรรพจารย์ผู้เฒ่าที่คอยรับหน้าที่เติมน้ามันตะเกียงอยู่ในศาล บรรพจารย์ปีแล้วปีเล่าผู้นั้นยิ้มเอ่ยว่าเซียนกระบี่หลิวไม่ต้องเกรงใจ กันเช่นนี้
ก่อนที่หม่าขู่เสวียนจะลงจากภูเขาก็ได้เป็ นฝ่ ายออกจากทาเนียบ ไปด้วยตัวเองก่อนแล้ว ทิ้งสมบัติล้าค่าหายากไว้หลายชิ้น ถือว่าเป็ น ฝ่ ายชดใช ้บุญคุณที่ช่วยถ่ายทอดวิชาคืนให้กับภูเขาเจินอู่ ต่างฝ่ าย ต่างไม่ติดค้างกัน
ไม่เพียงเท่านี้ บนทาเนียบหยกทองศาลบรรพจารย์ที่ภูเขาเจินอู่ เก็บรักษาไว้เป็ นความลับอย่างเข้มงวด แม้กระทั่งชื่อและฉายา ของอวี๋สืออู้ก็ยังถูกหม่าขู่เสวียนขีดฆ่าทิ้งไปพร ้อมกันด้วย
กู้ช่านมองเฉินผิงอันที่เดินเข้ามาในเรือนช ้าๆ ทาไมถึงดู เหมือนว่าจะยิ่งอ่อนระโหยโรยแรงมากกว่าเดิมอีก เขาใช ้เสียงในใจ ถามว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
เฉินผิงอันตอบ “ไม่มีอะไร ไม่ใช่เรื่องที่สามารถอธิบายให้ชัดเจน ได้ด้วยสองสามประโยค ตอนนี้ข้าไม่มีแรงพูดแล้ว วันหน้าหากมี โอกาสค่อยทบทวนกระดานกับเจ้าอีกที”
หลิวเสี้ยนหยางไม่รู ้ว่าเป็ นคนใจกว้างหรือมองอะไรไม่ออกกันแน่ เขากวักมือเรียกเฉินผิงอัน “เข้ามาดื่มเหล้า”
เฉินผิงอันเปิดปากกล่าว “ดื่มไม่ไหว ส่วนของข้า เจ้าก็ดื่มเพิ่มให้ มากหน่อย ถือว่าช่วยดื่มแทนไปแล้วกัน”
หลิวเสี้ยนหยางหัวเราะฮ่าๆ “สุราแห่งบ้านเกิดที่ยอดเยี่ยมหรือไม่ ยอดเยี่ยม คนรู ้จักเก่าที่สนิทหรือไม่สนิท เกือบลืมไปแล้วว่าที่นี่ไม่ใช่ เมืองเล็ก”
รอกระทั่งเฉินผิงอันนั่งลงบนม้านั่งยาว กู้ช่านมองไปนอกห้อง อยู่ๆ ก็ถามขึ้นว่า “สามารถเข้าใจอย่างนี้ได้หรือไม่ว่า ฝนตก แท้จริง แล้วก็คือเงินที่ตกลงมา”
หลิวเสี้ยนหยางพูดอย่างโผงผางว่า “ฝนฤดูใบไม้ผลิล้าค่าดุจ น้ามัน พื้นดินแห้งแล้งมานานได้เจอฝนรสหวาน ค าโบราณทุก ประโยคล้วนมีเหตุผล ไม่ใช่เงินตกลงมาแล้วจะเป็ นอะไรได้”
กู้ช่านไม่ยอมรับและไม่ปฏิเสธ
กู้หลิงเยี่ยนค่อนข้างใคร่รู ้ในคาตอบของอิ่นกวานหนุ่ม
คิดไม่ถึงว่าเฉินผิงอันจะเอ่ยเสริมมาแค่ประโยคเดียวว่า “เข้าใจ แบบนี้ได้”
กู้ช่านมองหลิวเสี้ยนหยาง ไม่ตรงแต่พยายามทาให้ตรงหรือ?
หลิวเสี้ยนหยางโมโหยิ่งนัก “พวกเจ้าสองคนคือบัณฑิตครึ่งๆ กลางๆ ที่ไม่เคยเข้าเรียนหนังสือในโรงเรียนอย่างจริงจังแม้แต่วันเดียว แต่กลับไม่เห็นบัณฑิตที่แท้จริงอย่างข้าอยู่ในสายตาอย่างนั้นหรือ?”
สัมผัสได้ถึงสายตาของเฉินผิงอัน หลิวเสี้ยนหยางกระจ่างแจ้งอยู่ ในใจจึงโคลงศีรษะการสลายมรรคาของบรรพจารย์สามลัทธิครั้งนี้ เอาเป็ นว่าตั้งแต่ต้นจนจบเขาหลิวเสี้ยนหยางก็ไม่ได้ผลประโยชน์ใดๆ บนมหามรรคา
อยู่ดีๆ กู้ช่านก็โพล่งออกมาว่า “คนแซ่หลิว เจ้าจะจัดงานเลี้ยง สุรามงคลเมื่อไหร่กันแน่บอกมาให้ชัดเจนหน่อย สามารถจัดก่อน กาหนดหรือเลื่อนออกไปได้ไหม?”
หลิวเสี้ยนหยางพ่นเหล้าใส่กู้ชาน กู้ช่านสะบัดชายแขนเสื้อสลาย อาวุธลับพวกนั้น หลิวเสี้ยนหยางด่าอย่างเดือดดาล “เจ้าขี้มูกยึดน้อย เจ้าไม่อยากเป็ นเพื่อนเจ้าบ่าวก็บอกมาเถอะ! คิดว่าข้าผู้อาวุโสสนนัก หรือไร?”
กู้ช่านเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ “ข้าก็ไม่ได้อยากจะเป็ นเพื่อน เจ้าบ่าว แค่อยากไปแอบฟังมุมกาแพงเท่านั้น”
หลิวเสี้ยนหยางยกธงขาวทันใด เอ่ยอย่างขุ่นเคืองว่า “ธรรมเนียม ล้าหลังเช่นนี้ หากละได้ก็ละไปเถอะ”
เฉินผิงอันรู ้สึกประหลาดใจอยู่บ้างจึงใช ้เสียงในใจสอบถาม “แคว้นอวี้เซวียนไม่ถือว่าอยู่ใกล้ภูเขาเจินอู่ พวกเจ้าไปกลับอย่างไร? ใช ้ยันต์สามภูเขาหรือ?”
หลิวเสี้ยนหยางหลุดหัวเราะพรีด “ตอนที่เซียนกระบี่หลิวมีเวลา ว่างได้สร ้างแสงกระบี่เดินทางไกลขึ้นมาด้วยตัวเอง มากพอจะบุกเบิก ฟ้ าดิน ความเร็วไม่เป็ นรองผู้ฝึกตนขอบเขตบินทะยานเลย”
กู้ช่านกล่าว “นครจักรพรรดิขาวมีวิชาหลบหนีที่เป็ นเวทลับอยู่ ชนิดหนึ่ง เพียงแต่ว่าเวลาเอามาใช้ค่อนข้างจะเปลืองเงิน คือความ บกพร่องในความสมบูรณ์แบบ”
ผู้ฝึ กตนทาเนียบของสานักทั่วไปพยายามแสวงหามรรคกถา อย่างยากล าบาก แต่กู้ช่านที่อยู่ในนครจักรพรรดิขาวกลับเลือกมรรค กถาแต่ละอย่างมาเรียนโดยขึ้นอยู่กับอารมณ์ ดูว่าถูกชะตาหรือไม่ เท่านั้น
พวกผูหลิ่วที่แม้จะมีการคาดเดาอยู่ในใจนานแล้ว แต่พอกู้ช่าน พูดค าว่า “นครจักรพรรดิขาว” กับปากตัวเอง พวกเขาก็ยัง…แสร้งท า เป็ นไม่ได้ยินคากล่าวนี้ แสร ้งทาเป็ นไม่รู ้ว่าคนหนุ่มสวมชุดลัทธิขงจื๊อ ที่นั่งดื่มเหล้าร่วมโต๊ะคือใคร
เฉินผิงอันใช้เสียงในใจถาม “มีธุระด่วนหรือ?”
กู้ช่านกล่าว “หลิวโยวโจวเพิ่งจะตอบตกลงว่าจะมาเป็ นรองเจ้า ส านักของข้า ตามเหตุผลและความรู ้สึกแล้ว ข้าต้องไปพบแขนซ ้าย แขนขวาของตัวเองในอนาคตผู้นี้ที่เมืองหลวงแคว้นอวิ๋นเหยียนใบถง ทวีปสักหน่อย”
จากลากันที่เปลี่ยวร ้าง กู้ช่านให้อวี้เจวี่ยนฟูนาคาพูดสองสาม ประโยคและของขวัญชิ้นหนึ่งไปมอบให้กับหลิวโยวโจว
หวังว่าหลิวโยวโจวจะสามารถรับต าแหน่งเป็ นรองเจ้าส านักของ ส านักแห่งใหม่ได้ ในอนาคตไม่ว่าจะบนหรือล่าง ในหรือนอกส านัก ตั้งแต่บุคคลไปจนถึงเรื่องราว นอกจากเจ้าสานักกู้ช่านแล้ว ล้วนมี หลิวโยวโจวเป็ นผู้จัดสรรและวางแผนด้วยตัวเอง
กู้ช่านยังมอบกล่องไม้ใบเล็กที่ฝังเลื่อมร ้อยอัญมณีใบหนึ่งให้กับ หลิวโยวโจว ด้านในว่างเปล่าไม่มีสิ่งใด แต่เมื่อทาลายตราผนึกได้ ส าเร็จก็จะสามารถพูดคุยกับกู้ช่านได้ ต่อให้ทั้งสองฝ่ ายจะอยู่กันคน ละทวีปก็ตาม ทว่าตัวอักษรที่พูดและเวลาที่ใช ้ได้ผลกลับมีจากัด อีก ทั้งยังมีความเกี่ยวข้องกับขอบเขตสูงต่าของทั้งสองฝ่ ายโดยตรง
แต่ไหนแต่ไรกู้ช่านก็มีนิสัยกล้าคิดกล้าทาอยู่แล้ว ในเมื่อไม่ว่า ใครต่างก็ก าลังช่วงชิงคนมีความสามารถ ถ้าอย่างนั้นเขาก็จะช่วงชิง เอาผู้ฝึกลมปราณที่มีเงินมากที่สุดในอนาคตมา
คนที่เขาหมายตาก็คือหลิวโยวโจวว่าที่เจ้าประมุขสกุลหลิวธวัล ทวีป ย้อนกลับมามอง คนอย่างพวกจ้งซู่แห่งเกาะหวงหลีทะเลสาบซู่ เจี่ยน อันที่จริงจะมีหรือไม่มีก็ได้
หลิวเสี้ยนหยางนวดคลึงปลายคาง “ไม่ใช่เรื่องเล็กเลยจริงๆ เจ้าขี้ มูกยึดน้อย ให้อภัยเจ้าแล้ว จะรีบเดินทางก็ให้ไวเลย แต่อย่าให้ถ่วง เวลาการมาเป็ นเพื่อนเจ้าบ่าวดื่มสุรามงคลล่ะ คนยุให้ดื่มเหล้าต้อง อาศัยเฉินผิงอัน คนกันเหล้าต้องเป็ นเจ้า มีพวกเจ้าอยู่ ข้าก็ไม่ต้อง กลัวว่าจะถูกคนมอมเหล้าแล้ว”
คืนเข้าห้องหอ เราไม่ควรนอนกรนหลับสนิทจนฟ้ าสางหรอกนะ
เฉินผิงอันลังเลเล็กน้อย ก่อนเอ่ยอย่างระมัดระวังว่า “หลิวเสี้ยนห ยาง งานเลี้ยงแต่งงานของเจ้ากับเซอเยว่ เอาไปไว้ช่วงกลางฤดูใบไม้ ผลิของปีนี้ได้ไหม ข้าเปิดปฏิทินเหลือง แล้วยังถามหลี่เซิ่งมาก่อน เป็ นวันดีที่เหมาะกับการแต่งงานจริงๆ แน่นอนว่าหากเลือกวันได้แล้ว ก็ถือเสียว่าข้าไม่ได้พูดอะไร”
กู้ช่านเบ้ปาก
หากว่าช่างหร่วนจัดการไว้เรียบร ้อยแล้ว แต่เฉินผิงอันกลับยื่น มือเข้ามาแทรกเช่นนี้ คาดว่าอย่าว่าแต่เป็ นเพื่อนเจ้าบ่าวให้หลิว เสี้ยนหยางเลย กระทั่งสุรามงคลก็อย่าหวังว่าจะได้ดื่ม
้