ตอนที่ 3033
บทที่ 1103.3 สังหารบินทะยานอย่างง่ายดาย
October 21, 2026
กู้ช่านอืมรับหนึ่งที ก่อนเอ่ยว่า “นครจักรพรรดิขาวมีเวทลับยุค โบราณบทหนึ่งที่หายสาบสูญไปนานซึ่งมีเอาไว้หล่อหลอมวัตถุให้ กลายเป็ นภาพลวงตาโดยเฉพาะ เพียงแต่ว่ายามที่ฝึ กปรือมีธรณี ประตูที่ไม่ต่า เท่าที่ข้ารู ้มาก็มีเพียงหันเชี่ยวเซ่อที่เชี่ยวชาญวิชานี้ เพื่อฝึกมรรคกถาบทนี้ให้สาเร็จ ปีนั้นนางต้องสิ้นเปลืองวัตถุบนภูเขา ไปไม่น้อย ล าพังแค่สมบัติอาคมก็มีถึงสามสิบกว่าชิ้น ข้าค่อนข้างใส่ ใจในเรื่องนี้ แต่ก็ได้แค่เรียนรู ้อย่างผิวเผินเท่านั้นไม่ถือว่าได้เดินเข้า ห้องอย่างแท้จริง หากเจ้าอยากเรียน ข้าก็สามารถคัดลอกส าเนา ฉบับหนึ่งให้เจ้าได้”
เฉินผิงอันโบกมือ “ในเมื่อเป็ นหนึ่งในสิบสองเวทคาถาบนมหา มรรคาที่นางสาบานแล้วว่าจะต้องเรียนรู้ให้ส าเร็จ เจ้าเรียนเป็ นแล้วก็ อย่าแพร่งพรายออกไปข้างนอกอีก”
กู้ช่านกล่าว “เจ้ากับนางไม่ได้มีการค้าร่วมกันครั้งหนึ่งหรอก หรือ? เอาเงินไปแลกเปลี่ยนเป็ นมรรคกถาก็ใช่ว่าจะปรึกษากันไม่ได้ เสียหน่อย”
เฉินผิงอันถลึงตาใส่ “เป็ นคนที่จะเป็ นเจ้าสานักแล้ว ยังไม่เข้าใจ กฏบนภูเขาที่บอกว่าแต่ละส านักมีความแตกต่างอีกหรือ? เข้าใจ
หรือไม่ว่าใกล้ชิดกับห่างเหินนั้นแตกต่าง คิดว่าหันเชี่ยวเชื่อจะไม่ เสียใจจริงๆ หรือ?!”
ทิ้งประโยคสั่งสอนไว้แล้ว เฉินผิงอันก็เลือกห้องหนึ่งแล้วไปนอน หลับ บอกกับหลิวเสี้ยนหยางว่าหากออกไปจากอาณาเขตของมหา บรรพตประจิมเมื่อไหร่ก็ปลุกตนด้วย
หลิวเสี้ยนหยางร ้องว่าโธ่เอ้ย แล้วก็พูดยุแยงอยู่ข้างๆ “อุตส่าห์ หวังดี แต่กลับโดนด่าเปล่าๆ เสียอย่างนั้น ใครบางคนคงเสียใจแย่ เลย”
กู้ช่านที่ความหวังดีถูกมองเป็ นประสงค์ร ้ายร ้องเหอะ แต่กลับ อารมณ์ดีเสียได้
กู้ช่านบอกให้กู้หลิงเยี่ยนควบคุมเรือหลิวเสียลานี้ ส่วนพวก หวงเลี่ยกับเส้นเค่อก็ให้พวกเขาไปหาห้องพักผ่อนกันเอง
หลิวเสี้ยนหยางเดินตามอยู่ด้านหลังกู้ช่านตลอดเวลา นี่ทาให้ กู้ช่านที่มีแผนการของตัวเองเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ท าไมเจ้าไม่ ถือถังส้วมเดินตามก้นข้ามาด้วยเลยล่ะ?”
หลิวเสี้ยนหยางกอดคอกู้ช่าน หัวเราะร่าเอ่ยว่า “พวกเราสองคน มาพูดคุยความในใจกันหน่อยดีไหม”
กู้ช่านมาถึงห้องแห่งหนึ่งที่มีตราผนึกหนาชั้น ผลักประตูเปิด ยืน อยู่นอกห้อง “เลือกเอาไปเองสักสี่ห้าชิ้น เลือกเสร็จก็ไสหัวไปได้แล้ว ข้ามีข้อเรียกร ้องเพียงอย่างเดียว ห้ามใช ้จักรวาลในชายแขนเสื้อ”
หลิวเสี้ยนหยางบ่น “ทาไมถึงได้มีพี่น้องที่ไร ้รสนิยมอย่างเจ้าได้ นะ”
ว้าว ฮ่าๆ รวยแล้ว ในห้องมีแสงอัญมณีเรืองรองละลานตา ส่อง แสงสว่างจนเกือบจะท าให้ตาสุนัขของนายท่านใหญ่หลิวบอดเสียแล้ว
กู้ช่านท าท่าจะปิดประตู
หลิวเสี้ยนหยางรีบยื่นมือไปดันประตูไว้ พูดอย่างมีเหตุมีผลชอบ ธรรม “เจ้าไร ้รสนิยมแล้วข้าจะสูงส่งได้หรือ? ไม่ใช่เลย!”
กู้ช่านนั่งลงบนธรณีประตู คร ้านจะสนใจว่าหลิวเสี้ยนหยางจะ เลือกอะไร จะเอาไปกี่ชิ้นล้วนตามแต่ใจเขา
ปลาสดหนึ่งกระบุง ขากวางป่ าอีกหนึ่ง ไข่ไก่เต็มตะกร ้า ซาลาเปาครึ่งลัง…
ปีนั้นตอนที่หลิวเสี้ยนหยางมอบของเหล่านี้ให้กับเจ้าขี้มูกยึดแห่ง ตรอกหนีผิง เขาไม่เคยกะพริบตาสักครั้ง
เข้ามาในห้องก็เหมือนเข้ามาในภูเขาสมบัติ หลิวเสี้ยนหยางลูบ ชิ้นโน้นจับชิ้นนี้ หยิบชิ้นนั้นเอามาถูใบหน้า เลือกจนตาลายไปหมด
กู้ช่านเองก็ไม่เร่งรัด เพียงแค่นั่งรออยู่ตรงนั้นอย่างอดทน หลิว เสี้ยนหยางหันหน้ามาโหวกเหวกว่า “เจ้าสานักกู้ ขอวัตถุจื่อชื่อสัก สองสามชิ้นให้ข้ายืมหน่อยได้ไหม?”
หากไม่เรียกร ้องอย่างนี้ก็ไม่ใช่หลิวเสี้ยนหยางแล้ว
กู้ช่านแสร ้งท าเป็ นไม่ได้ยิน
“ท าลายจิตแห่งมรรคาของข้า! จะดูอีกไม่ได้แล้ว จะดูอีกไม่ได้ แล้วจริงๆ หากยังดูอีกก็จะเกิดความคิดที่อยากฆ่าคนชิงทรัพย์จริงๆ แล้ว”
หลิวเสี้ยนหยางใช ้มือข้างหนึ่งปิดบังดวงตา คลาทางในความมืด
มานั่งลงข้างกายกู้ช่าน เป็ นเทพทวารบาลสองตน
กู้ช่านกล่าว “เลือกได้แล้วแต่ไม่เอาไปหรือ? ระวังข้าจะเอ่ยว่า หากพลาดโอกาสไปแล้วจะไม่ได้กลับคืนมาอีกล่ะ”
หลิวเสี้ยนหยางยิ้มเอ่ย “ลืมไปแล้วหรือ? ข้ากับเจ้าและเฉินผิงอัน ล้วนไม่เหมือนกันเมื่อไหร่กันที่ต้องกลัดกลุ้มกับการหาเลี้ยงชีพ? เมื่อไหร่กันที่เคยเอาเปรียบพวกเจ้าสองคน
กู้ชานพยักหน้า
หวนนึกถึงปีนั้น ความฝันที่ใหญ่ที่สุดของเฉินผิงอันก็คือเมื่อเติบ ใหญ่แล้วจะท าการค้าร่วมกับหลิวเสี้ยนหยาง หาเงินไปด้วยกัน เขา ทางานที่อยู่ในมือ ให้หลิวเสี้ยนหยางเป็ นคนตัดสินใจ
ส่วนกู้ช่านก็ยิ่งง่ายเลย แค่ขอกินเปล่าดื่มเปล่าจากพวกเขาไปก็ พอ เขาต้องไม่มีทางอดตายแน่นอน แค่นอนเสวยสุขเท่านั้น ใครให้ เขาเป็ นคนที่อายุน้อยที่สุดกันเล่า?
หลิวเสี้ยนหยางหยิบป้ ายหยกแผ่นหนึ่งออกมาจากชายแขนเสื้อ อย่างระมัดระวัง ยื่นส่งให้กู้ช่าน “ระวังหน่อย อย่าทาแตก นี่คือของ เก่าแก่ที่มีอายุหลายปีแล้ว”
กู้ช่านรับมา ถามอย่างสงสัยว่า “คือของขวัญร่วมแสดงความ ยินดีในการก่อตั้งสานักของข้าที่มอบให้ล่วงหน้าหรือ?”
หลิวเสี้ยนหยางเอ่ยอย่างขันๆ ปนฉุน “คิดอะไรของเจ้า ข้าผู้ อาวุโสก าลังโอ้อวดทรัพย์สมบัติกับเจ้าต่างหาก ต้องกอบกู้ศักดิ์ศรี กลับคืนมาหน่อยไม่ใช่หรือ?”
กู้ช่านถาม “คือถ้าสวรรค์เก่าแก่แห่งหนึ่งที่ไม่ถูกบันทึกไว้ใน เอกสาร หรือเป็ นพื้นที่มงคลที่ปริแตกบางแห่ง?”
หลิวเสี้ยนหยางยิ้มบางๆ “ไม่ต้องสนว่าเป็ นถ้าสวรรค์หรือพื้นที่ มงคล เจ้ามีหรือ?”
เฉินผิงอันมีพื้นที่มงคลรากบัว ข้าเองก็มีถ้าสวรรค์เล็กอยู่แห่ง หนึ่ง มีเพียงเจ้าสานักกู้ที่ออกจะยากจนข้นแค้นไปสักหน่อย
กู้ช่านยกมือขึ้นสูงทาท่าจะขว้างป้ ายหยกทิ้ง
หลิวเสี้ยนหยางรีบพูดขอร ้อง “อย่าๆๆ พี่กู้ พี่ใหญ่กู้ ข้าจะคุกเข่า ให้ท่านผู้อาวุโสเลย”
กู้ช่านโยนแผ่นหยกกลับคืนให้หลิวเสี้ยนหยางลวกๆ “เจ้าคนที่ ไม่เคยเห็นโลกกว้างมาก่อน เชิญเจ้าเอาไปเก็บไว้เถอะ”
หลิวเสี้ยนหยางใช ้สองมือรับแผ่นหยก เป่ าลมใส่เบาๆ แล้วใช ้ ชายแขนเสื้อเช็ดอย่างตั้งใจ “ชื่อโบราณคือถ้าสวรรค์สุ่ยเถียน อาณา เขตไม่ใหญ่ แต่กลับมีความลี้ลับไม่น้อย”
หากไม่เป็ นเพราะเปรียบเทียบกับนครจักรพรรดิขาว สานักกระบี่ หลงเฉวียนที่หลิวเสี้ยนหยางเป็ นผู้ดูแลในทุกวันนี้ อันที่จริงก็ไม่ได้ ยากจน ฐานกาลังทรัพย์ไม่บางเบา อีกทั้งอยู่ในแจกันสมบัติทวีปก็ขึ้น ชื่อว่าค่าใช ้จ่ายน้อย รายรับมาก
ในฐานะอริยะคนสุดท้ายที่นั่งพิทักษ์ถ้าสวรรค์หลีจู ปีนั้นช่างห ร่วนได้ท าการค้ากับหยางเหล่าโถว “ซื้อ” ถ้าสวรรค์หนึ่งแห่งและพื้นที่ มงคลหนึ่งแห่งมาจากมือของอีกฝ่าย
เพียงแต่ว่าเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตลอดทั้งสานักกระบี่หลงเฉวียน ทุก วันนี้มีแค่คนสองคนเท่านั้นที่รู ้ นอกจากช่างหร่วนที่หันไปตั้งใจตี เหล็กหลอมกระบี่แล้วก็มีแค่หลิวเสี้ยนหยางที่สืบทอดต าแหน่งเจ้า สานักต่อจากเขาเท่านั้น