ตอนที่ 3046
บทที่ 1107.1 เรื่องเล่าที่แปลกใหม่
October 21, 2026
ชีวิตคนเมาง่ายดุจสุราผู่โถว (ผู่โถวจิ่ว หมายถึงสุราที่มีฤทธิ์แรง ดื่มแล้วเมาจนต้องจับประคองหัว) ยังไม่เจอคู่ต่อสู้เล่นหมากล้อมจาก ในโลกมนุษย์
ท่ามกลางก้อนเมฆหลากสีที่มีนครตั้งอยู่อย่างเดียวดาย นคร จักรพรรดิขาวทั้งแห่งนอกจากเจิ้งจวีจงแล้วก็ไม่มีคนอื่นอีก แม้กระทั่ง หอแก้วใสแห่งนั้นก็ยังถูกเจิ้งจวีจงโยนไปไว้นอกเมือง
เพราะถึงอย่างไรคนเป็ นศิษย์น้องก็ต้องเชื่อฟังศิษย์พี่ หลิ่วชื่อเฉิง ทั้งจนใจทาอะไรไม่ได้กับเรื่องนี้ เขาไม่กล้าพูดอะไรสักคา แต่เขาก็ ต้องบอกลากับศิษย์พี่เจ้านครต่อหน้าเสียก่อนถึงจะยอมจากไป เจิ้งจ วีจงมองหลิ่วชื่อเฉิงที่น้าตาไหลพรากแล้วถอนหายใจ นึกถึงเรื่องเก่า ที่ไม่ถือว่าเล็กแล้วก็ไม่ถือว่าใหญ่ของปีนั้น เจิ้งจวีจงก็รู ้สึกใจอ่อน อย่างที่หาได้ยาก จึงมาปรากฏตัวที่หน้าประตูภูเขา เอ่ยกาชับศิษย์ น้องที่สวมชุดเต๋าสีชมพูอยู่หลายค า ยกตัวอย่างเช่นว่าหากไปอยู่ข้าง นอกแล้วก่อเรื่องก็อย่าบอกชื่อของอาจารย์ออกไปง่ายๆ หลีกเลี่ยง ไม่ให้อีกฝ่ายไม่กล้าฆ่าเจ้า
หลิ่วชื่อเฉิงเข้าใจได้ทันใด ไม่อาจบอกชื่ออาจารย์ ได้แต่บอกชื่อ ของศิษย์พี่ได้!
้
เจิ้งจวีจงโบกมือ บอกเป็ นนัยแก่หลิ่วชื่อเฉิงว่าอย่ายืนอยู่ที่เดิมให้ เกะกะสายตา
บางทีหลิ่วชื่อเฉิงอาจจะตัดใจจากไปไม่ได้จริงๆ จึงหาเรื่องมา ชวนคุย คิดอยากจะใช ้เสียงในใจมายืนยันเรื่องหนึ่งให้แน่ใจ สรุปแล้ว ศิษย์พี่มีขอบเขตสิบสี่กี่อัน?
เขาที่เป็ นศิษย์น้องแน่นอนว่ายินดีจะเชื่อ ไม่กล้าไม่เชื่อจริงๆ
เจิ้งจวีจงยิ้มย้อนถามไปว่า เจ้าอยากให้มีกี่อันล่ะ? หลิ่วชื่อเฉิง ตอบอย่างระมัดระวังว่ายิ่งมากก็ยิ่งมีประโยชน์ สองอันไม่รังเกียจว่า น้อยไป สามอันก็ไม่รังเกียจว่ามากไป
หลิ่วชื่อเฉิงถามอีกว่าศิษย์พี่สามารถพัฒนารุดหน้าไปอีกขั้นได้ หรือไม่? เจิ้งจวีจงมองเห็น…ความกังวลจากสายตาของอีกฝ่ ายจึงตบ ไหล่เขา ยิ้มเอ่ยไปประโยคหนึ่งว่า คนฉลาดเลียนแบบได้ง่าย คนโง่ กลับเป็ นกันได้ยาก เรื่องที่ไม่ควรต้องให้เจ้าใช ้สมองก็อย่าได้คิดเยอะ เลย เป็ นคนโง่ของเจ้าไปดีๆ นั่นแหละ
หากจะบอกว่าผู้ฝึ กลมปราณของใต้หล้าไพศาลมีคนที่ตัดใจ ไม่ให้ตัวเองเป็ นขอบเขตสิบสี่ได้จริงๆ และถ้ายิ่งเปลี่ยนเป็ นคนอื่นได้ก็ ยิ่งดี หลิ่วชื่อเฉิงต้องเป็ นคนหนึ่งในนั้นแน่นอน อีกทั้งยังไม่มีความ ลังเลใดๆ ไม่มีความเสแสร ้งแม้แต่น้อย
ก็เหมือนอย่างเจิ้งจวีจงในปีนั้นที่เพราะกังวลว่าควรจะเลือกทาง เส้นใดเลื่อนเป็ นขอบเขตสิบสี่ อยู่ว่างไม่มีอะไรทาจึงสร ้างหุ่นเชิดตน
้
หนึ่งขึ้นมา วางอุบายกลยุทธ ประสานในนอก ไม่รู ้เลยสักนิดว่าเป็ น เจิ้งจวีจงที่ฆ่าเจิ้งจวีจง ตัวเองฆ่าตัวเองก็เท่านั้น สรุปก็คือท่ามกลาง แผนร ้ายที่หอบหุ้มนครจักรพรรดิขาวทั้งแห่งไว้ภายใน แม้กระทั่งพวก คนอย่างหันเชี่ยวเซ่อก็ยังไม่ใช่ข้อยกเว้น มีเพียงหลิ่วชื่อเฉิงที่สวม ชุดเต๋สีชมพูเท่านั้นที่ขัดขวางอยู่ระหว่างคนหนึ่งคนกับคนอีกหมื่นคน ทั้งไม่มีคาพูดห้าวเหิม แล้วก็ไม่ทิ้งถ้อยคาอาฆาตเอาไว้ หลิ่วชื่อเฉิงจึง ถูกแสงกระบี่หลายร ้อยเส้น เวทคาถาและวิชาอภินิหารบดขยี้จน กลายเป็ นเนื้อเละๆ กองหนึ่งในเสี้ยววินาที ขนาดกาลังจะตายเขาก็ยัง เคียดแค้นการทรยศของพวกหันเชี่ยวเซ่อ กังวลถึงความปลอดภัย ของศิษย์พี่ที่อยู่ด้านหลัง นาทีที่กายดับมรรคาสลาย หลิ่วชื่อเฉิงที่ สวมชุดสีชมพูเพียงแค่หันกลับมามองแวบหนึ่ง ศิษย์พี่โปรดรักษาตัว ด้วย
ธงผืนใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ในจุดที่สูงที่สุดของเมฆหลากสี ด้านบนเขียนค าว่า “ยอมถอยให้ใต้หล้าได้เดินก่อน
ด้านล่างมีโต๊ะหินที่แกะสลักกระดานหมากเอาไว้ ด้านบนวางโถ เก็บเม็ดหมากสองใบ
เจิ้งจวีจงนั่งอยู่ข้างโต๊ะ ด้านในโถเก็บเม็ดหมากที่อยู่ข้างกายเป็ น เม็ดหมากสีขาว
ไม่รู ้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน เจิ้งจวีจงถึงได้สลับตาแหน่งของโถ เก็บเม็ดหมากสองใบ มือหนึ่งจับประคองอยู่ใต้ชายแขนเสื้อเบาๆ อีก มือหนึ่งใช ้สองนิ้วคีบเม็ดหมากสีดาเม็ดหนึ่งออกมาจากในโถ
้
ดูจากท่าทางแล้วเจิ้งจวีจงจะวางหมากลงบนกระดานก่อน ยอม ละเมิดกฎเช่นนี้ นี่ก็เท่ากับว่าตรงกันข้ามกับเนื้อหาที่อยู่ในธงใหญ่ ผืนนั้นแล้ว
สตรีผู้หนึ่งเรือนกายกายาใบหน้าหยาบกระด้างเดินทางข้ามใต้ หล้าสองแห่ง จากนั้นยังมองเมินตราผนึกของนครจักรพรรดิขาว ประหนึ่งเข้ามาในดินแดนไร ้ผู้คน มาถึงที่แห่งนี้แล้วก็พูดเสียงดัง กังวานว่า “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ไหวเซียน!”
เจิ้งจวีจงทาเป็ นมองไม่เห็น ไม่ได้ยินนาง ในขณะที่หมากสีดา ตรงปลายนิ้วกาลังจะสัมผัสกับกระดานหมาก “สตรี” ผู้นั้นก็ถอน หายใจหนึ่งที “กลัวเจ้าเจิ้งจวีจงแล้วจริงๆ”
“ว่ามาเถอะ เรียกข้ามาที่นี่มีเรื่องอะไรจะขอร ้อง? ข้ามีสัญญา วิญญูชนอยู่กับมรรคาจารย์เต๋า ค าพูดการกระท าล้วนมิอาจข้ามเส้น ได้ โปรดอภัยให้ด้วย”
“เจิ้งจวีจงขอบเขตสิบสี่สามคน อาศัยเวทกระบี่ มรรคกถา วิชา อภินิหาร ล้วนไม่สูงส่งเกินกว่าผู้ไร ้เทียมทานที่แท้จริง ไม่มีอะไรให้น่า อาย เจ้ากับอวี่โต้วแค่ประลองฝีมือกัน ไม่ได้แบ่งเป็ นแบ่งตายกันเสีย หน่อย”
ผู้ที่มาก็คือการรวมตัวกันของเทวบุตรมารนอกโลกจานวนนับไม่ ถ้วน ระหว่างทีพูดรูปโฉมก็แปรเปลี่ยนไปด้วย กลายมาเป็ นนักพรต
้
เฒ่าที่มีภาพเหมือนแขวนไว้ในจุดที่สูงที่สุดของป๋ ายอวี้จิง เป็ นรูปโฉม ของมรรคาจารย์เต๋าในใจของใต้หล้ามืดสลัว
เจิ้งจวิจงโยนหมากสีดากลับลงโถ ถามว่า “อยากเป็ นอิสระ หรือไม่?”
ใต้หล้านี้ยังมีใครที่มีอิสระยิ่งกว่าเทวบุตรมารนอกโลกอีกหรือ? ในเมื่อบริสุทธิ์ถึงขนาดนี้แล้วจะเอาคาว่าอิสระมาจากไหนอีก?
เทวบุตรมารนอกโลกหลุดหัวเราะพรืด “อาศัยเจ้าน่ะหรือ?”
เจิ้งจวีจงพยักหน้า “อาศัยข้านี่แหละ”
มันถาม “หรือว่าคิดเพ้อเจ้อ อยากจะตั้งลัทธิเรียกตัวเองเป็ น บรรพจารย์? ถ้าอย่างนั้นข้าก็ต้องถามเจ้าสักหน่อย เจิ้งจวีจง เจ้า อยากตั้งลัทธิอะไร เรียกตัวเองเป็ นบรรพจารย์อะไร?!”
ไม่รอให้เจิ้งจวีจงให้คาตอบที่ไม่ว่าจะตอบอย่างไรก็ต้องน่าตะลึง พรึงเพริดอย่างมากแน่นอน มันก็กุมท้องหัวเราะก๊าก “ข้าคือจิตมาร คือภาพสะท้อน คือเทวบุตรมารนอกโลกที่ใครเห็นก็อยากสังหาร เจิ้งจวีจงคือยักษ์ใหญ่แห่งวิถีมารอันดับหนึ่งบนโลกมนุษย์ หากพูด เช่นนี้ก็เหมาะสมกันมากจริงๆ หลอมขอบเขตสิบห้าเทียมอย่างข้าไป แล้ว บุญกุศลคุณูปการของเจ้าก็จะสมบูรณ์พร ้อม เลื่อนเป็ นขอบเขต สิบห้าที่แท้จริงได้แล้วหรือ? นับแต่นั้นมาก็เป็ นหนึ่งไม่เป็ นสองรอง ใคร? สังหารผู้ฝึกตนขอบเขตสิบสี่ได้ง่ายเหมือนหั่นผักผ่าแตง?”
้
เจิ้งจวีเอ่ยสามประโยคอย่างเนิบช ้า “ข้าจะช่วยเจ้าทาลายกรงขัง ที่เป็ นอมตะนั่นก่อน”
“จากนั้นจะทาให้ฟ้ าดินไม่มีปราณวิญญาณ ไม่มีผู้หลอม ลมปราณ ไม่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขาสายน้า ไม่มีภูตผีตัวประหลาด ไม่มีอดีตชาติ ไม่มีการกลับมาเกิดใหม่ ไม่มีหยินหยาง ไม่มีผลกรรม”
“สุดท้ายทาให้โลกมนุษย์แห่งนี้ไร ้ลัทธิไร ้บรรพจารย์”
เทวบุตรมารนอกโลกส่ายหน้า “ไม่มีความหมายหรอก คิดไม่ถึง ว่าเจิ้งจวีจงที่ทาให้ข้ารอคอยอยากจะพบเจอมากที่สุดจะยังน่าเบื่อถึง เพียงนี้ ยากที่จะหนีจากรูปแบบตายตัว เป็ นคนใหม่ที่เดินบนเส้นทาง เก่า อย่างมากก็แค่เดินไปได้สูงกว่าไกลกว่าคนในอดีตบางคนก็ เท่านั้น”
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่มีความผิด ไร ้อิสระมากที่สุด
ว่ากันในบางระดับแล้วผู้ที่ได้ครอบครองความอิสระที่บริสุทธิ์ที่สุด ก็คือเทวบุตรมารนอกโลกอย่างพวกมัน ไร้พันธนาการใดๆ ทุก ความคิดของพวกมันสามารถเต็มไปด้วยอารมณ์ขัน เปี่ยมไปด้วย สีสันหลากหลาย จริงเท็จปะปนกันจนแยกไม่ออก
้
้
้